เกษตรกรรม/กรมส่งเสริมการเกษตร/จังหวัดร้อยเอ็ด
พงษ์ศักดิ์ ลาภา
เกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง
หนึ่งเดียวในร้อยเอ็ด

วันนี้ทีมข่าวผ่านมาพบ นักรบผู้ไม่กลัวบาดแผล “ทำงานกับประชาชนมานานหลายปี เห็นความกาลี ความหลอกหลอน เห็นความทุกข์ยากของเกษตรกร จึงแรมรอนมาเป็นเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง” คุณพงษ์ศักดิ์ ลาภา เกิด ปี 2504 ที่บ้านดอนกลอย ต.หนองฮี อ.พนมไพร ปัจจุบัน เป็นอำเภอหนองฮี จ.ร้อยเอ็ด อันไกลโพ้น
ในสมัยก่อนต้องนั่งรถ ลงเรือข้ามลำน้ำชี ขึ้นรถที่ท่าเมืองยศ จ.ยโสธร ขึ้นรถสายันต์ ไปลงที่ จ.ร้อยเอ็ด คุณพ่อคุณแม่เป็นชาวนา พ่อคือ ผู้ใหญ่สีธาตุ ลาภา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอยกลอย จบ ป.4 ที่บ้านเกิด ต่อ ป.5-7 และ ม.ศ.1-3 ที่ อำเภอพนมไพร เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ ร.ร.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย รุ่น ปี 2504
เข้าศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น จากวิทยาลัยคณาสวัสดิ์ มหาสารคาม สอบเรียนต่อที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี วิทยาเขตเกษตรกาฬสินธุ์ จบการศึกษา ปี 2525 สอบเข้าทำงานราชการ ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเกษตร 2 สำนักงานเกษตรอำเภอโพนทอง
มีนายเจริญยุทธ พวงช้อย เกษตรอำเภอคนแรก เกษียณอายุราชการในตำแหน่งเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ศึกษาต่อ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปริญญาตรีส่งเสริมและสื่อสารการเกษตร ปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด ผ่านการฝึกอบรมคลื่นลูกใหม่ เกษตรตำบลฝีมือสายเลือดใหม่กรมส่งเสริมการเกษตร......
คุณพงษ์ศักดิ์ ลาภา กล่าวว่า เส้นทางการก้าวเดินของลูกบ้านนอกกับวิถีราชการต้อง เข้มแข็ง อ่อนโยน นำพรมวิหารสี่ อิทธิบาทสี่ สังคหวัตถุสี่ การครองตน ครอง ครองงาน ให้ได้ เป็นเกษตรตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อ.โพนทอง ตั้งแต่ปี 2526 ย้ายเข้าสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ปี 2546
เป็นเกษตรตำบลปอภาร นำการพัฒนาภาคการเกษตร งานข้าว งานเกษตรอินทรีย์ งานพืชไร่ ไม้ผล งานสถาบันเกษตรกร น้อมนำพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่พื้นที่ สานงานต่อก่องานใหม่ ลักษณะตนเองเป็นคนรักเพื่อน รักสถานบัน มีความเคารพในความเป็นพี่เป็นน้อง “อยู่ให้เขาดีใจ จากไกลให้เขาคิดถึง”
คุณพงษ์ศักดิ์ เล่าว่า การเดินทางเข้าเมืองร้อยเอ็ด เพื่อการศึกษา ต้องขึ้นรถลงเรือ นำข้าวสารเหนียว ใส่ถุงปุ๋ยมากินด้วย กบ คุณพ่อหาเก่งมาก ใส่ถุงปุ๋ย ขึ้นรถยนต์โดยสาร ครั้งหนึ่งขึ้นรถบั๊สสายันต์ กบออกจากถึงปุ๋ยบนรถ ไม่กล้าจับกบตนเองที่ออก “อายสาวๆ” กบ 40-50 ตัว เหลือเพียง 5 ตัว เรียกว่า กบเต็มพื้นรถบั๊ส วันนี้ แอ๊ดรถคงอิ่มย่างกบ ต้มกบแน่นอน
ข่าวดี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 คำสั่งกรมส่งเสริมการเกษตร แต่งตั้งเกษตรอำเภอ 90 ตำแหน่ง ตนเองเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เพื่อนๆที่ผ่าน นักบริหารงานส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอรุ่น 1/2551 ได้รับการบรรจุแต่งตั้งหลายคน โทรศัพท์แสดงความยินดีมากมาย พงษ์ศักดิ์ ลาภา นามสกุลคือ “ลาภ” พร้อมเดินทางไปเป็นหัวหอกในงานส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด วันที่ 11 ธ.ค.52 กรมส่งเสริมการเกษตรชอบเรียกว่า “ลุงข่อง” แต่สาวชอบเรียกว่า “ป๋าข่องขา”
ขอให้กำลังใจ “คุณพงษ์ศักดิ์ ลาภา” จากลูกชาวนาการศึกษาปริญญาโท หากมีเวลา ท่านเกษตรอำเภอหนุ่มใหญ่ไฟแรง จะให้การต้อนรับด้วยความยินดีครับ นี่คือ หนึ่งเดียวในร้อยเอ็ด เพราะ 3 ตำแหน่ง อ.ศรีสมเด็จ โพธิ์ชัย แต่ จังหวัดบุรีรัมย์และอุบลราชธานี ส่งคนมารับตำแหน่งเกษตรอำเภอไป จ้อย คนร้อยเอ็ดมองตาปริบๆๆพร้อมทำปากขมุบขมิบแคบๆแล้วอ้าปากกว้างขึ้น....
เฮ้อ..........."ห้าล้านคนกำหนดหรือจะสู้จดบันทึกฟ้า ร้อยล้านดวงชะตาหรือจะสู้วาสนาข่อง"...
เพื่อนร่วมรุ่นเกษตรกาฬสินธุ์
ยินดีด้วยเพื่อนรัก
ทำหน้าที่โฆษกงานวันข้าวหอมมะลิโลกที่ทุ่งกุลาสดใส
เล่นกระบาลเลยนะ...รู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ...


สังเกตุคนจูบหัวล้านสิ คือคนเขียน ต้องรู้ครับเพื่อนกัน
ขอแสดงความยินดี กับท่านเกษตรอำเภอด้วยคน ครับ
หนุ่มร้อยเกาะ
ชะอมกระถินตำลึงปลูกริมรั้ว พริกข่าขิงปลูกถ้วนทั่วที่อาศัย กระเพราชะพลูเป็นทั้งผักสมุนไพร อีกตะไคร้เเลมะนาวที่ข้างเรือน กล้วยมะละกอก็ปลูกไว้กินไม่อั้น มะม่วงชมพู่สวนฉันไร้สารปนเปื้อน โรงเพาะเห็ดที่หลังบ้านได้เยี่ยมเยือน ทุกเมนูน่ะเสมือนความภูมิใจ ที่บ่อปลาสร้างเล้าไก่ไว้เหนือบ่อ อาหารปลาเพียงพอน้ำก็ใส กระเฉดบัวผักบุ้งทอดยอดไป ปลาโตไวไก่ก็ไข่ทุกๆวัน มีนาข้าวปลูกไว้ได้กินข้าว มีมะพร้าวไผ่ตงที่สวนฉัน เก็บหน่อไม้แกงกะทิได้อิ่มกัน เพราะสร้างฝันตามดำริพระบิดา ประเทศไทยสุดโชคดีมีในหลวง เป็นมิ่งขวัญไทยทั้งปวงสุขหรรษา อยู่พอเพียงเคียงวิถีภูมิปัญญา เลิศล้ำค่าอยู่อย่างไทยได้พอกิน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ใช้ประหยัด ก็จะไม่อัตคัดมีหนี้สิน สร้างปัญญาชุบคุณค่า ณ แผ่นดิน เกษตรสร้างทางชีวินให้ดีเอย
กวีชาวบ้าน
มาเถิดมาฟังนิทานเก่า มีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งในป่าใหญ่
จิ้งจอกน้อยต่ำชั้นคิดบินไกล เอาหนังสิงมาสวมใส่หุ้มกายตน
เที่ยวเดินอวดอำนาจราชสีห์ สัตว์อื่นตื่นกลัวบารมีทุกแห่งหน
ศิโรราบเจ้าป่าผู้จรดล หลีกเร้นตนพ้นทางที่ย่างไป
หลงอำนาจมัวเมาเข้าใจผิด หลงจริตคิดเพ้อละเมอใหญ่
ลืมสัญชาติสกุลเก่าเจ้าเป็นใคร จึงเผลอไผลบกพร่องร้องคำราม
เสียงโหยหอยแหบพล่าน่าสังเวช ส่ำสัตว์ต่างสมเพชสิ้นเกรงขาม
สำเนียงส่อภาษาปรากฏนาม คิดคำรามได้แค่เห่าเท่านั้นเอง
เธอกับฉันเมื่อวันวานเป็นเช่นเพื่อน...กลับลางเลือนคำว่าเพื่อจางหายไป