1. เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ปรับระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ บำบัดโรคที่เกี่ยวกับเลือดไม่ดี 
    โรคภูมิแพ้ ลมหมักหมม ผิวพรรณที่ไม่ผ่องใส สมองไม่ปลอดโปร่ง มึนศีรษะง่าย 

2. ด้านกายภาพบำบัด 
• กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเอ็น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้การเดินคล่องขึ้น การทรงตัวดีขึ้น 
• กระดูกสันหลังถูกปรับให้เข้าสภาพปกติ ป้องกันอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ หรือ ปวดศีรษะ และ
   ปรับรูปร่างให้สมดุล กระดูกไม่งอ ไหล่ไม่เอียง 
• ท่าบริหารโยคะบางท่าถูกดัดแปลงใช้กับคนชรา และคนพิการเพื่อสามารถฝึกบนเตียง หรือบน
   รถเข็นได้

3. 
• กระตุ้นสมองให้มีความจำดีขึ้น 
• การผ่อนคลายลึก ๆ หลังการฝึก ทำให้เกิดคลื่นอัลฟา มีผลต่อการผ่อนคลายต่อสมอง 
• คลายความเครียด แก้โรคนอนไม่หลับ 

4. • นวดอวัยวะภายในให้แข็งแรงขึ้น เช่น หัวใจ มดลูก กระเพาะอาหาร ตับ ไต เป็นต้น ทำให้ระบบ
ย่อยอาหารดีขึ้น เลือดไปที่ไตล้างไตให้สะอาดขึ้น ระบบการหายใจจะโล่งขึ้น ทำให้การเผาผลาญ
แคลอรีในร่างกายเพิ่มขึ้น ได้พลังงานเสริมความแข็งแรง 

5. 
• ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ 
• ร่างกายมีสัดส่วนดีขึ้น สวยงามขึ้น 
• ช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี 

6. ด้านจิตบำบัด 
• จิตสงบและมีสมาธิมากขึ้น 
• ลดความวิตกกังวลและอาการที่ตื่นกลัว
• นักกีฬา นักเต้นรำ นักแสดง อาจใช้โยคะเพื่อกำจัดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และเพิ่มสมาธิ 
   ก่อนการแข็งขัน ก่อนการแสดง 
• นายแพทย์ ดีน ออร์นิช ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจจากแคลิฟอร์เนีย ได้ผสมผสานโยคะแบบใหม่ในการ
   รักษาผู้ป่วย โรคหัวใจ 
• โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง และศูนย์วิจัยในแคลิฟอร์เนีย สอนโยคะให้ผู้ป่วยในระยะ
   สุดท้าย เพื่อให้รู้สึกสงบ 

7. เพศสัมพันธ์บกพร่อง สามารถบรรเทา หรือแก้ไขได้ด้วยท่าโยคะหลาย ๆ ท่า

ที่มา  http://www.thailabonline.com/