หากจะกล่าวถึงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ ล้วนแต่สำคัญทั้งสิ้น หากขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ ที่มีความรู้ความสามารถ ประเทศชาติก็ไม่ได้รับการพัฒนาไม่เจริญ หากขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ มนุษย์บนโลกใบนี้ก็จะสูญสิ้นไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้
“ทรัพยากรบนโลกในนี้มีพอสำหรับทุกคนแต่มีไม่พอสำหรับคนโลภแม้เพียงคนเดียว” ทรัพยากรบนโลกใบนี้พอสำหรับทุกคน คือ ทุกคนต้องรู้จักที่จะจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่ามากที่สุด รู้ว่าทรัพยากรแบบนี้มีประโยชน์อย่าางไร แล้วนำไปใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับทรัพยากรนั้นๆ รู้จักประหยัดพอประมาณมีใจเมตตาปราณีเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ แบ่งกันใช้แบ่งกันดูแลและพัฒนาทรัพยากรต่างๆที่สามารถพัฒนาได้ให้คงอยู่ต่อไป ก็จะทำให้ทรัพยากรมีไปจนถึงคนรุ่นต่อๆไปได้ใช้กัน หากทุกๆคนแย่งที่จะให้ทรัพยากร โลภที่จะใช้ทรัพยากรไม่มีคำว่า “พอ” อยู่ในจิตใจ ทรัพยากรทุกอย่างที่คนใจโลภอยากครอบครองก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการสักวินาทีเดียว เพราะทุกวันนี้ปัญหาต่างๆที่เกิดบนโลกใบนี้มีมากมาย ไม่ว่าการขัดแย้งเรื่องที่ดิน สงครามกลางเมือง ทำอาวุธสงครามโกงกินประเทศฯลฯ แต่เรืองที่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคนมากที่สุดและเป็นปัญหาระดับโลกก็คือ สภาวะโลกร้อน ซึงมีผลกระทบต่อทุกๆสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ สิ่งมีชีวิตทุกๆชีวิตก็จะไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ ต้นเหตุมากจาก การกระทำของมนุษย์ที่มีแต่ความโลภคิดแต่จะเอาเปรียบธรรมชาติอย่างเดียวแต่ไม่คิดที่จะคืนทรัพยากรให้กับธรรมชาติบ้างไม่คำนึงถึงว่าหากสัดวันทรัพยากรธรรมชาติต่างๆหมดไปแล้วเราจะมีชีวิตต่อไปกันอย่างไร คนโลภนี้มีทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ผลสุดท้ายบั้นปลายชีวิตจนถึงเวลาที่หมดลมหายใจทำอย่างไรก็ไม่มีความสุข จิตใจไม่สงบกะวนกระวายเป็นทุกข์เป็นร้อนตลอดเวลา เพราะ ”กิเลส” อยากได้อยากมีให้ตนสุขสบาย มันค้ำอยู่ในจิตใจและไม่สามารถดิ้นออกจากบ่วงกิเลศความโลภนี้ได้ หากคิดกันว่าถึงอย่างไรก็มีคนที่มักใจนักพัฒนามาพัฒนาทรัพยากรอยู่ดีแต่ไอ้พวกที่ยังเห็นแก่ตัวก็ยังใช้กันอย่างสนุกสนาน ผลสุดท้ายพัฒนาไปก็สิ้นความหมายพัฒนาอย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนโลภอยู่ดี
จากที่ข้าพเจ้าเคยประสพพบเห็นคนโลภที่อยู่มีอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะโลภทรัพยากร โลภอำนาจวาสนา อาศัยว่าตนมีอำนาจมากที่สุดมาใช้ในทางที่ผิดผลสุดท้ายบ่วงกรรมที่กระทำไปส่งผลให้เค้าไม่มีความสุขร่อนเร่พเนจรไม่มีที่อยู่อาศัย ก็ไม่ต่างจากคนจรจัดตามศาลาสะพานลอยและที่ต่างๆ ถึงจะรวยล้นฟ้าก็ตามหากต้องการที่จะให้มนุษย์ทุกๆคนที่มีความโลภ ลดความโลภลงสักครึ่งหงจากที่ตนมีอยู่ หรือเป็นไปได้ให้ลดให้หมด ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่บนโลกก็จะมีเพียงพอกันทุกๆคน ดังนั้นต้องหาทรัพยากรชนิดหนึ่งที่เป็นนามธรรมไม่สามารถจับต้องได้แต่อยู่ในรากลึกของจิตใจมาช่วยดับกิเลสความโลภคือ “ทรัพยากรความธรรมะ” ไม่ว่าศาสนาใดก็ตามหากเข้าใจในตนเองและเพื่อนมนุษย์ เห็นถึงความเห็นใจกันเอื้อเฟื้อแบ่งปัน มีทรัพยากรธรรมะกันทั้งโลก โลกใบนี้ก็จะมีแต่ความสุข ไม่เห็นแก่ตัว ก็จะเชื่อมโยงไปถึงทรัพยากรบนโลกนี้อีกด้วย ซึ่งทรัพยากรโรรมะที่กล่าวก็คือ “อริยสัจ4” คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค สอดคล้องกันอย่างไร
ทุกข์ คือ อุปนาขันธ์ 5 ได้แก่รูป เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ยึดถือว่าเป็นของเรา ที่ไหนมีคนโลภ ที่นั่น จะมีผู้รับความทุกข์ แต่ถ้าไม่มีคนโลภ ก็จะไม่ทำให้มีผู้ทุกข์
สมุทัย คือ เหตุของทุกข์สิ่งสำคัญคือ ตัณหา กิเลส ความทะยานอยากที่จะมี โลภเกิดความยึดมั่นตามมา เมื่อยึดมั่นในความโลภ ความทุกข์ก็เกิดขึ้น
นิโรธ คือ นิพพาน ดับความโลภที่ทำให้เกิดทุกข์
มรรค คือ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ และความโลภ โดยใช้ ศีล สมาธิ และปัญญา
คำว่า “พอ”ไม่มีอยู่ในจิตใจของผู้ที่โลภ ดับความโลภเพื่ออนาคตที่ดีของโลก ตนเอง และเพื่อนมนุษย์ รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมีใช้ทุกอย่างอย่างรู้คุณค่า ปล่อยวางความโลภ ตัดทิ้งได้ทรัพยากรบนโลกใบนี้ก็มีเพียงพอสำหรับมนุษย์ทุกๆคน
ครูขอชมว่าสรุปได้ดีมากค่ะ
....คำว่า “พอ”ไม่มีอยู่ในจิตใจของผู้ที่โลภ ดับความโลภเพื่ออนาคตที่ดีของโลก ตนเอง และเพื่อนมนุษย์ รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมีใช้ทุกอย่างอย่างรู้คุณค่า ปล่อยวางความโลภ ตัดทิ้งได้ทรัพยากรบนโลกใบนี้ก็มีเพียงพอสำหรับมนุษย์ทุกๆคน....
คำถามต่อไปของครูคือ ...ทำอย่างไรเราจะปล่อยวางความโลภได้คะ
ฝากลูกศิษย์ช่วยคิดต่อให้ด้วยนะคะ