ครั้งที่ 4
ชื่อเรื่อง การศึกษาการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
ผู้วิจัย จรินทร์ ถาวรสิน
ปีที่วิจัย 2550
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
2. เพื่อเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามขนาดโรงเรียน และที่ตั้งโรงเรียน
สมมติฐานการวิจัย
- การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สระแก้ว เขต 1 จำแนกตามขนาดโรงเรียน แตกต่างกัน
2. การมีส่วนของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 จำแนกตามที่ตั้งโรงเรียน แตกต่างกัน
วิธีดำเนินการวิจัย
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือและสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
3. การสร้างเครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและการจัดกระทำข้อมูล
5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
จำนวน 2,002 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว
เขต 1 จำนวน 322 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)ตามขนาดโรงเรียนกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie& Morgan) จำแนกเป็นครูโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือใช้ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบ่งเป็น 2 ตอน
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขนาดและที่ตั้งโรงเรียนที่ผู้ตอบแบบสอบถามปฏิบัติงาน มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ (Check List)
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด
การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน
2. นำร่างแบบสอบถามเสนอต่อประธานกรรมการและกรรมการควบคุม เพื่อให้คำแนะนำ
3. นำแบบสอบถามที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ไปทดลองใช้กับประชากรที่มิใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 ฉบับ เพื่อหาคุณภาพเครื่องมือ ด้วยการหาค่าอำนาจจำแนกรายข้อของแบบสอบถาม โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ได้ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง .36 ถึง .84
4. นำแบบสอบถามที่มีอำนาจจำแนกรายข้อ หาความเชื่อมั่น(Reliability) ด้วยวิธีสัมประสิทธิ์อัลฟา ของครอนบาค (Cronbach, 1990) ผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามรายข้อทั้งฉบับเท่ากับ .98
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. ขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
2. รับหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 เพื่อเก็บข้อมูลจากครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง
3. นำส่งแบบสอบถามให้กับครูผู้สอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 322 ฉบับ ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 322 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100
4. นำแบบสอบถามมาวิเคราะห์
สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล
1. สถิติทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-Way-ANOVA)
2. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
3. ค่าเฉลี่ย (Mean)
4. t - test
ผลการวิจัย พบว่า
- การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก
- การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
- การมีส่วนร่วมของครูผู้สอนในการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 โรงเรียนในเขตเทศบาลและโรงเรียนนอกเขตเทศบาล แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
แหมพี่ ตามมาติด ๆ เลยนะครับ ขยันกันจริง เลย
พี่ครับทราบมั๊ยว่างานวิจัยเล่มเนี๊ยะ ผู้วิจัยเป็นพี่ชายผมเอง ทำงานด้วยกัน ปัจจุบัน เผ็น ผอ แล้วครับ หล่อด้วย
จะตามให้เลยให้ได้ เห็นเป็นจ.สระแก้ว ก็นึกถึงบอยเหมือนกัน ตอนนี้บอยก็เป็นผอ. อยู่แล้ว (คิดเองก็แล้วกัน)
แวะมาเยี่ยมจ้า ขยันกันจริงๆๆๆเลยพี่เรา
พี่ไม่ได้ขยันหรอก แต่กลัวตกรุ่นตามน้อง ๆ ไม่ทันมากกว่า
ดีใจด้วยนะเล่มที่ 4 แล้ว อีก 4 เล่มก็สำเร็จแล้วจ๊ะ
มาเยี่ยมชมผลงานครับ