ก่อนที่จะตอบโต้สื่อสารออกไปเราต้องมีข้อมูลและเหตุเพียงพอ ซึ่งตอนที่เรารับสารเข้ามา เราต้องฟังให้ศัพท์แล้วจับค่อยจับไปกระเดียด ซึ่งผมคิดว่าเราควรฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อเก็บรายละเอียด ฟังโดยไม่ใช้อารมณ์ ฟังทุกอย่างที่เขาสื่อสารมา ไม่ใช่ฟังสิ่งที่ต้องการฟังหรือสิ่งที่ฟังแล้วถูกใจเท่านั้น ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการฟังแบบ Deep Listening ตามหลักวิชาการที่เขาว่ามา หลังจากที่ฟังจนได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว ให้นำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผล โดยใช้สมองทั้งด้านซ้ายและขวาอย่างสมดุล จากนั้นจึงสื่อสารออกไป ในการสื่อสารออกไปผมคิดว่าต้องสื่อสารออกไปอย่างเป็นกลาง ด้วยสติ ไม่มีอคติ ไม่ตัดสิน ซึ่งน่าจะตรงตามทฤษฎี I in You และถ้าสติมั่นคงมากขึ้น ก็จะทำให้การสื่อสารลึกซึ้งไปจนถึงจุด I in Mind หรือ I in Now เลยทีเดียว ซึ่งการสื่อสารจะเป็นไปอย่างไหลลืน กลมกลืน แนบเนียน อย่างอัตโนมัติ ผมยอมรับว่าการที่จะไปถึง I in Now นั้นค่อนข้างยาก และก็ยอมรับว่า ผมเองก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น สำหรับตัวผมเองผมคิดว่าการสื่อสารของสมาชิกใน www.Gotoknow.org และ www.Managerroom.com นี้น่าจะเป็นการสื่อสารในลักษณะภววิสัย เพราะเป็นการจุดประกายต่อยอดเชื่อมโยงความรู้ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และสื่อสารด้วยความเป็นกลาง ไม่อคติ ไม่ตัดสินครับ
ชอบภาพนี้จังเลยครับ
ได้ความรู้เชื่อมโยงเพิ่มขึ้นมาอีก
ขอบคุณเนื้อหาวิชาการดีๆที่นำมาฝากครับ
แวะมาเยี่ยมค่ะ
คุยแบบโล่งๆ ต้องห้อยแขวนคำพิพากษาก่อนค่ะ เอามาจาก อ.วรภัทร์
ขอบคุณท่าน
Smallman ที่มาเยี่ยมเยือนให้กำลังใจครับ เนื้อหาดังกล่าวผมเชื่อมโยงตามความเข้าใจและทรรศนะของผมเองครับ อาจจะไม่ตรงตามหลักวิชาการบ้างนะครับ
"ห้อยแขวนคำพิพากษา" ถูก...ต้อง...นะครับ คุณ
berger0123 มีสติ ไม่มีอคติ ไม่ตัดสิน
ไทเลย-บ้านแฮ่
เมื่อ พ. 02 ธ.ค.
รบกวน คุณไทเลย ช่วยลบข้างบนให้ด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มือไวค่ะ
ในหลายๆครั้ง ผมสังเกตว่า หลายคนมักเลือกที่จะฟังในสิ่งที่เขาชอบ /ถูกใจ /ฝังใจ (mental model) เลยไปไม่ถึงดวงดาว คือไม่เข้าใจเจตนาของผู้พูด เพราะว่าผู้ฟังจิตเกิดซะก่อนครับ
ขอบคุณครับ
เช่นกันครับ
คุณบัวปริมน้ำ โดยเฉพาะเวลาประชุม ไม่มีใครยอมใคร
ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
ขอบคุณคะ ชัดเจน เห็นภาพ เข้าใจ