จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไปสู่สันติก็คิดดูเอาเองนั้นแล.

 

ยามสายฝนตกลงมาพรำ ๆ ได้ยินจากหลังคาหอประชุมชัดเจนมาก เสียงฝนตกลงมาหนักบ้างเบาบ้างนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ  ขณะบนเวทีมีผู้มาเล่าให้ฟัง เช่น รศ. ดร. มนตรี  เจนวิทย์การ มาจาก ม. ธรรมศาตร์ , รศ .ดร. ไชยันต์  ไชยพร มาจาก จุฬาฯ ( คนที่เคยฉีกบัตรเลือกตั้งไว้ทรงผมยาว ๆ ) ร่วมกำกับพูดคุยโดย รศ. ดร. ธีรภัทร์  เสรีรังสรรค์

จากมุมมอง อ. มนตรีพอจับประเด็นได้ว่า...การเลือกตั้งถือว่าเป็นประชาธิปไตยนั้นนับเป็นมุมคิดที่ผิด...การเกิดความแตกแยกในกลุ่มชนชั้นนำเป็นกลุ่ม ๆนั้นชัดเจนขึ้น  สังคมไทยตกอยู่ในห้วงวงจรอุบาทว์  การรัฐประหารจะหวนกลับมาอีกเมื่อเกิดการใช้ความรุนแรง 

 การเมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2475 มาแล้วล้มเหลามาโดยตลอด มักหวนกลับไปสู่ระบบเผด็จการณ์อยู่ตลอดเวลา  เรายังไม่มีความสมบูรณ์ในการสร้างระบบประชาธิปไตย  กฎหมายก็เอียง ตำรวจอัยการมักมีใบสั่งให้ทำโน่นทำนี่  คุกมีไว้ขังคนจน ขาดความเป็นธรรมสูง

 กรณีความไม่สงบใน 3 จว. ภาคใต้นั้นเป็นการต่อสู้ของฝ่ายรัฐกับฝ่ายล่องหน ถ้าประชาชนอยู่ฝ่ายไหนฝ่ายนั้นก็กำชัย  ถ้ายังปล่อยให้เกิดการขัดแย้งของคนในชาติอยู่อย่างนี้คงจะเกิดแยกเป็นแผ่นดินของใครของมัน 

 ภาครัฐปล่อยให้ สส. ภาคเหนือบางคนพูดได้อย่างไรว่าจะแยกเป็นล้านนาแล้วให้อดีตนายกมาเป็นประธานาธิบดี  และสส. อีกคนว่าการจะเข้าเมืองนี้ต้องขออนุญาตเขาก่อน  เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ไม่ได้แล้วเกิดการแบ่งออกเป็น 4 ภาคแล้วเราจะทำอย่างไร 

อ. ไชยันต์กล่าวทำนองว่า...เด็กไทยเข้า ป. ตรีแล้วจึงได้เรียนรัฐศาสตร์หรือเรื่องการเมืองไม่ทันกินเลย  อยากให้นำมุมคิดของ Clifford  Geertz มาคุยกันเขาเป็นนักมานุษยวิทยามองว่า..

เรามีความเป็นอัตลักษณ์ไทยต่างไประหว่างคน จ. หนองคายกับคนฝั่งแม่น้ำโขงด้วยการเอารัฐมาแบ่งแยก  เรามีประเทศแต่เราไม่มีความเป็นชาติได้ไหม  คือมีวัฒนธรรมที่หลากหลายแทนที่จะมีแต่วัฒนธรรมเดียวเราอยู่กันได้ไหม 

 การมองในมุมสูงมองจากเครื่องบินลงมาดูพื้นที่เมืองสงขลาก็ไม่เห็นชัด  รายละเอียดมันหายไป  การมองมุมสูงเหมือนการบังคับให้คนพูดอยู่ภาษาเดียว อย่างทางใต้ยกภาษายาวีขึ้นเป็นภาษาราชการ แต่ป๋าก็ไม่เอา 

อ. ธีรภัทร์กล่าวทำนองว่า...เกิดการเปลี่ยนแปลงสมัย ร. 5 ปี พ.ศ. 2435 มีการปฏิรูประบบราชการ  ก่อเกิดชนชั้นราชการ  ปี พ.ศ. 2475 ก่อเกิดระบบอำมาตยาธิปไตย  เมื่อ 14 ต.ค. 2516  ก่อเกิดการปฏิวัติของปวงชน  และ 19 ก.ย. 2549 ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยก็มาทวงเอาอำนาจกลับคืนไป  เป็นวงจรอยู่อย่างนี้

ดูแล้วเหมือนเป็นการคลี่คลายความขัดแย้งหนึ่งไปสู่ความขัดแย้งคู่ใหม่ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไปสู่สันติก็คิดดูเอาเองนั้นแล.