ผมเริ่มไม่มั่นใจกับความคิดของตนเอง จากการที่ถูกพาดพิงบ่อยครั้งว่า สนใจเสียงเรียกร้องจาก นศ.มากเกินเหตุ เอาใจใส่เกินเหตุ อาจจะเลยเถิดจนกระทั่งว่าดูแล นศ.มากจนเกินเหตุ
ผมเริ่มถามตัวเองว่า วิธีคิดแบบผม อาจจะไม่เหมาะกับการเป็น อ.สอนกระมังครับ สอน นศ.แบบนี้ ทำให้ นศ.เสียมากกว่าจะดี อย่างน้อยในความรู้สึกของ อ.บางคน
แทนที่ผมจะค้นหาคำตอบว่า ผมเหมาะสมหรือไม่ที่จะเป็น อ.สอนหนังสือ ผมกลับไปคิดถึงอีกคำถามหนึ่งที่อยู่ในใจผม “ทำไมผมเป็นคนอย่างงี้(ไปได้)”
ผมเริ่มมีโอกาสได้ทบทวนตัวเอง ทบทวนชีวิตตั้งแต่อดีต ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ จนถึงปัจจุบัน
ผมอยากเล่าให้ทุกคนฟัง ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น
เมื่อจบการศึกษาตามระบบในชั้นประถมเจ็ด ผมอยากเรียนหนังสือมาก แต่ไม่มีโอกาสเรียนมัธยม ครอบครัวยากจนมาก ไม่มีเงินส่งเสียลูก แม้ว่าผลการเรียนจะอยู่ในกลุ่ม TOP FIVE ของชั้นเรียนมาโดย คราวสอบประถมสี่ ผมอยู่ในอันดับหนึ่งที่ติดบอร์ดของโรงเรียนบ้านนอกด้วยซ้ำ
ผมตัดสินใจเข้าวัดเป็นสามเณรน้อย นั่นคือการเริ่มต้นของการศึกษาด้วยตัวเอง เริ่มต้นของ Self learning หรือ การศึกษาทางไกล ผมเรียนนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก โดยใช้ข้อสอบกลางจากกรุงเทพฯ (เรียกว่าสอบสนมหลวง) โดยการเรียนที่วัดเล็ก ๆ ในชนบท ก็เหมือนกับเรียนทางไกลนั้นแหละ
ผมสามารถสอบได้ ไม่เคยตกเลย
จากนั้นผมก็เรียนภาษาบาลี ตั้งแต่ประโยค 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 เพียง 7 ชั้น ผมสอบเป็นสิบครั้งจึงจะผ่านถึงประโยค 7 โดยสอบประโยค 8 ครั้งเดียวและสอบตก ผมลาสิกขาออกจากวัด ไม่ได้มีโอกาสสอบอีก
การศึกษาบาลี ผมร่ำเรียนบ้านนอกด้วย มาเรียนในกรุงเทพฯด้วย แต่ก็ใช้ข้อสอบส่วนกลาง เรียกว่าสอบบาลีสนามหลวงเหมือนกัน เป็นการเรียนด้วยตัวเอง มีคนสอนบ้าง มีคนติวบ้าง แต่อ่านหนังสือด้วยตัวเอง เป็นด้านหลัก คล้ายกับ self Learning หรือการศึกษาทางไกลอย่างพวกเรานั่นแหละ
ตกลงว่าผมสอบนักธรรม 3 ชั้น สอบบาลีได้อีก 6 ชั้น (สอบประโยค 8 ไม่ได้) รวมเป็น 9 แล้วนะครับ
ผมสอบเทียบมัธยมศึกษาปีที่สามได้อีก 1 ฃั้น ด้วยการเรียนด้วยตัวเอง ผมไปสอบประกาศนียบัตรครูได้มาอีก 1 ใบ สอบประมาณ 5 ครั้ง ข้อสอบของกระทรวงศึกษาธิการ ไปสอบประกาศนียบัตรพิเศษครูมัธยม อีก 1 ใบ แต่ก็สอบประมาณ 5 ครั้งเหมือนกัน
ผมไปเรียนมหาวิทยาลัยสุโขทัยได้ปริญญาตรีอีก 1 ใบ แต่ก็สอบเป็น 20 ครั้ง ได้ปริญญาตรีที่รามคำแหงอีกใบ สอบเป็น 50 ครั้ง รวมได้มา 14 ใบ ล้วนเรียนด้วยตัวเอง เรียนแบบทางไกลทั้งสิ้น
ไม่รวมเรียนมัธยมต้น มัธยมปลาย เรียนปริญญาตรีด้านปรัชญา เรียนปริญญาโทด้านการพัฒนาสังคม เหล่านี้เรียนในชั้นเรียนเหมือนมนุษย์ทั่วไปครับ ผมไม่นับเข้ามารวมเลย
เรียนปริญญาโทที่ NIDA ผมซาบซึ้งกับ อ.ที่ปรึกษามาก เรียนตรงๆ ว่า ไม่ได้ท่าน ผมคงไม่จบแน่นอน ผมเคารพ รัก ศรัทธา นับถือท่านมาจนถึงวันนี้ ที่ช่วยตามทวงวิทยานิพนธ์ของผมทุกเดือน จนสามารถเป็นเล่มได้สมบูรณ์ ผมจบหลังเพื่อนนะครับ ใช้เวลาไปสองปีครึ่ง
ผมเรียนปริญญาเอกที่สถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง รุ่นเดียวกับนักการเมืองชื่อดังหลายคน ผมซาบซึ้งอีกครั้งกับระบบที่ปรึกษาที่ไม่เอาไหนของมหาวิทยาลัย และของตัวที่ปรึกษาเอง ผมและมหาวิทยาลัยใช้เวลา 3 ปี กับความพยายามปรับระบบ แต่ก็ล้มเหลว ผมเสียเงินฟรี ๆ กับความไร้ระบบมากกว่า 6 แสนบาทเล็กน้อย ซื้อรถสวย ๆ ได้คันหนึ่ง เพื่อนประมาณ 200 คนที่เรียนด้วยกัน จบเพียง 10 คน ที่เหลือย้ายหรือไม่ก็หมดสิทธิ์ บางคนหมดเงินเป็นล้านกับการกู้เงินสหกรณ์ โดยไม่ได้อะไรเลย
ผมไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ ก็กึ่งเข้าห้องเรียน กึ่งเรียนด้วยตัวเอง กึ่งทางไกล เช่นเดียวกัน และก็ประคองตัวเองจนจบมาได้ ด้วยความภาคภุมิใจ
เท่าที่พูดมาทั้งหมด ผมอยากจะบอกว่า จะมีคนเรียนหนังสือระบบทางไกล มากกว่าผมอีกไหมครับ จะมีคนเข้าใจระบบการศึกษาทางไกลมากกว่าผมอีกไหม จะมีคนซาบซึ้งระบบการศึกษาทางไกลมากกว่าผมไหม และจะมีคนที่เสียเงินฟรีๆกับระบบทางไกลมากกว่าผมอีกสี่คน โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจารย์ที่บริหารหลักสูตรทางไกลทั้งหลาย
ผมเป็นคนอยากเรียนหนังสือมากครับ ผมจึงรักพวกเราที่ขวนขวายที่จะเรียน ผมเป็นคนมีบทเรียนกับการศึกษาทางไกลมามาก ผมจึงเข้าใจคนที่เป็นนักศึกษาออนไลน์ และเข้าใจว่า นักศึกษาออนไลน์ต้องการอะไร จะสำเร็จถึงฝั่งได้อย่างไร อาจารย์จะเป็นกัลยาณมิตรได้อย่างไร
ผมเชื่อว่าระดับปริญญาตรีลงมา จะเป็นการเรียนเพื่อสอบแข่งขัน แต่ระดับปริญญาโทขึ้นไป เป็นการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กรและชุมชน ผมจึงไม่ได้ตีค่าการสอบเป็นการแข่งขัน แพ้ ชนะ ได้ ตก สะอาด หรือ สกปรก แต่การสอบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการแสวงหาความรู้ การสอบเป็นส่วนหนึ่งของความงอกงามและการเติบโตของภูมิปัญญาของเรา
จนถึงบรรทัดนี้ ผมมีความสุขแล้วที่ได้เล่าให้พวกเราฟัง ผมไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ผมเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์หรือไม่ แต่ผมตอบได้ว่า ทำไมผมจึงมีจิตวิญญาณของความเอาใจใส่นักศึกษา
ขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ทำให้ผมสามารถมีแรงบันดาลใจตอบคำถามที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ
ผมรักนักศึกษาทุกคนครับ
6 03 2008
หมายเหตุ ผมเขียนไว้เมื่อปีที่แล้ว ถือโอกาสเอาเก็บไว้ที่นี่ เพื่อเป็นการเรียนรู้ชีวิต
อ่านมาทั้งหมด บอกได้คำเดียวครับว่าคุณเป็น "นักเรียน" จริงๆครับ
เจริญพร
ขอให้โยมอาจารย์ช่วยเล่าเรื่องแรงบันดาลใจทางการศึกษาให้พระหนุ่มเณรน้อยได้มีความมุ่งมั่นดั่งอาจารย์บ้าง
เป็นชีวิตที่ต่อสู้อดทนมาก ๆ ตอนนี้อาจารย์ยังศึกษาอะไรอยู่บ้าง
นมัสการท่านพระมหาแล ครับ
คงจะเป็นการเรียนรู้ชีวิต พร้อมๆกับการเผยแพร่คุณค่าของชีวิตกระมังครับ
ขอบพระคุณที่ให้ความสนใจ
ผมก็มักจะรักนักศึกษาเช่นกันครับ
สวัสดีครับ อ.ศักดิ์
เข้ามาทักทายครัย
เล่าถอดบทเรียนตัวเองของอาจารย์คุ้นเคยเหมือนได้นั่งฟัง
เหมือนที่เคยเล่าให้ผมฟังในครั้งก่อนๆ
ยินดีครับ
ขอบคุณ อ.สุเทพมากครับ รวดเร็วมากนะครับ ผมเพิ่งสมัครใหม่เมื่อวานซืนนี้เอง และท่านก็เข้ามาทักได้รวดเร็ว ขอบคุณอีกครั้ง
-- ศักดิ์ --