ก้าวไปข้างหน้า กัมพูชา_ไทย : บทเรียนที่ต้องรู้เพื่อวันพรุ่งนี้


ถอยออกมา 1 ก้าวแล้วลองมองกลับไปใหม่ โดยไม่เอากรอบในใจไปวัดการกระทำที่ผ่านมา แล้ว ทบทวนนานๆ

บันทึกนี้ ผมเขียน ยามเบื่อจริงๆ ครับ แถมขี้เกียจอีกต่างหาก เพราะรายงานยังไม่เสร็จ แต่แว็บมาเขียนก่อน 555 (อย่าจำเป็นแบบอย่างนะครับ)
วันนี้ 27 พฤศจิกายน 52 ผมอ่านข่าวเรื่องการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่กัมพูชาแล้วต้องชื่นชมครับ ถึงแม้จะมีข่าวเล็ดลอดเรื่องการคอรับชั่นในแผ่นดินกัมพูชามาเข้าหูตลอด แต่ก็อดนึกนิยมความมีวิสัยทัศน์ของรัฐบาลกัมพูชาไม่ได้  ที่ลดภาษีวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าหลังงานแสงอาทิตย์ให้เหลือศูนย์ แล้วอนุญาตให้เอกชนมาลงทุน สร้างโรงไฟฟ้าราคาถูก เพื่อให้คนกัมพูชาใช้ไฟฟ้าราคาถูก ลองอ่านดูครับ  คิดๆ แล้วรัฐบาลไทยน่าจะลองนำไอเดียดีๆ แบบนี้มาใช้บ้างนะครับ เพราะพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะมีคณะกรรมการศึกษาความคุ้มทุนและความเป็นไปได้นะครับ อีกอย่างครับ วันนี้ได้อ่านข่าวคนไทย เก่งๆ ก็อยากให้ภาครัฐบาลเข้าไปสนับสนุนครับ เรื่องของคุณอุดม รีเรียง คนไทยคนเก่งที่คิดและพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชีวมวลได้ และใช้วัตถุดิบเหลือใช้จากภาดการเกษตรของเรามาผลิตกระแสไฟฟ้าครับ ทำให้ชาวไร่ชาวนาไม่จำเป็นต้องเผาซังข้าวอีกต่อไปครับ เป็นการช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยครับ 

เรื่องความเมืองเรื่องความขัดแย้งของผู้นำของประเทศต่างๆ นั้น ผมหวังว่าจะจบลงไปเร็วๆ ถึงแม้จะไม่ชอบกับสิ่งที่ผู้นำกัมพูชทำ แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นสิทธิของรัฐบาลของเค้าครับ เว้น แต่มีหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาให้ที่พักพิงนักโทษไทย ที่เป็นอดีตผู้นำไทยใช้กัมพูชาเป็นฐานในการก่อความวุ่นวายในประเทศไทยครับ อันนั้นผิดกฎหมายระหว่างประเทศครับ 

 แต่

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบผู้นำกัมพูชาสิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ อย่าเกลียดคนจากเพื่อนบ้านของเราครับ เพราะเค้าก็เป็นคนเหมือนเรามีหัวใจเหมือนเรา มีดีชั่วเหมือนเรา 

ผมเองแรกๆ พอได้ยินข่าวที่กัมพูชาทำก็เลือดรักชาติพุ่งปรีตขึ้นมา  แต่

ลองมองย้อนไปดูสิ่งที่เราทำกับประเทศเค้าในอดีตแล้ววัดจากกรอบสายตาของคนสมัยใหม่ก็ต้องใช้คำว่า"เลว" พอๆ กัน ครับ เพราะกองทัพไทย ไปโจมตีนครวัด หลังจากนครวัดแตก แล้วก็มีเหตุการณ์กบฎทาสในนครวัด ราชอาณาจักรเขมรในอดีตก็ซุดลุกไม่ขึ้นอีกเลยจากการที่เคยเป็นมหาอำนาจในเอเชียอาคเนย์ แค่นี้คนกัมพูชาก็คงมองพี่ไทยแบบหวั่นๆ จากบทเรียนในอดีต พอๆกับที่เรามองพม่าอย่างหวั่นๆ ครับ มันมีแผลใจกันอยู่ เรามองว่ากษัตริย์เขมรไม่ซื่อตรง ไม่ส่งบรรณาการ แถบชอบยกทัพมาตีไทยตอนไทยติดศึกอื่น หรือเพลี่ยงพล้ำ ไม่แฟร์

แต่

  มีคนลองมองกลับไปไหมครับว่าในอดีตใครให้อำนาจประเทศเราในการไปยึดครองประเทศอื่นๆ เช่นลาว และกัมพูชา ถ้าไม่ใช่เพราะกิเลสของผู้นำที่มองว่าการแผ่ขยายอำนาจเป็นการสร้าง ชื่อเสียง และผลประโยชน์ให้ตนเอง

แล้ว

ถ้าท่านทั้งหลายเป็นกษัตริบ์เขมรในอดีต ถ้าท่านจะปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้น ท่านจะเลือกทำส่งครามเมื่อไหร่...

 

ถ้ามองในมุมกลับกัน ก็จะเข้าใจครับเข้าใจทั้งพม่า และเข้าใจทั้งลาวและกัมพูชา

แต่

 

ผมอยากจะบอกท่านทั้งหลายว่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาทั้งหลายเป็นประวัติศาสตร์ของชนชั้นผู้นำครับ และเป็นประวัติศาสตร์ของรัฐชาติที่ถูกเขียนเพื่อให้คนเรามีความรู้สึกภูมิใจในชาติ รักชาติ เกิดความรู้สึกชาตินิยมครับ 

แต่

เราต้องมองทั้งสองด้านเพื่อไม่ให้อคติบังตาครับ

ที่ปัญหาไทยกัมพูชาเกิด เพราะเราใช้แนวทางการศึกษษประวัติศาสตร์แบบเดียวกันครับ คือสอนให้คนรักชาติของเราจนลืมมองถึงความผิดพลาดในอดีต และขาดการสอนให้วิเคราะห์ นำบทเรียนในอดีตมาสร้างวันนี้และอนาคตที่ดีกว่า

ประวัติศาสตร์ไทย

ไทยสอนว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่ไม่ดี เอาเปรียบไทย และเป็นลูกไล่เราตลอด เราเคยมีบุญคุณกับคนกัมพูชา

ประวัติศาสตร์กัมพูชา

กัมพูชาสอนว่าไทยเป็นประเทศที่คอยเอาเปรียบกัมพูชาตลอด เมื่อใดไทยเข้มแข็งก็จะมาทำสงครามเอากัมพูชาเป็นเมืองขึ้น

 

สอนกันมาตลอดครับแบบนี้ ผลคือคนทั้งสองฝ่ายเกลียดกัน555

ประเทศของเราทั้งคู่ลืมสอนว่า เราจะเอาบทเรียนในอดีตมาสอนเรายังไงให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ แล้ว อดีตก็คือ อดีตจบไปแล้วครับ อย่าเอามาหลอกหลอนกันอีกเลย

เราลืมเอาประวัติศาสตร์มาสอนว่า เราเข้มแข็งได้ โดยไม่ต้องรุกรานรัฐอื่น และเราต้องได้ผู้นำที่ดีที่ไม่ทำสงครามเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตัวผู้นำเอง ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางชื่อเสียง การเมือง เศรษฐกิจ หรืออื่นๆ

**********************************************************

 

ผมไปกัมพูชาครั้งสุดท้ายเมื่อ 2546 ผมรู้สึกอย่างหนึ่งตอนที่ไปนอนค้างที่สีหนุวิล์ ฟังวิทยุเขมร และดูทีวีเขมร ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านน้องชายครับ เพราะพอผมเสด็จ(ภาษาเขมร:เดิน ไม่แน่ใจนะครับว่าใช่ไหม ไม่ค่อยอยากยกตัวอย่างแบบนี้เพราะไทยเรารับภาษาเขมรมาใช้เป็นราชาศัพท์ เดี๋ยวจะขี้กลากขึ้นหัว)ไปตลาด ผมก็เห็นขอทานบรรทม(ภาษาเขมร: นอน)อยู่บนทางเท้าเต็มไปหมดครับ ต้องคอยประหยัด(ภาษาเขมร: หมายถึง ระวัง) ไม่งั้นล้มแน่ครับ เอาเป็นว่าเวลาผมดูทีวีเขมร ผมฟังเหมือนจะออกแล้วกันครับ เพราะเป็นภาษาที่เราเอามาใช้อยู่เหมือนๆ กัน

 

ไม่รู้คนอ่านเรื่องนี้จะได้อะไรหรือเปล่านะครับ ผมต้องกลับไปทำงานแล้วขี้เกียจมานานเดี๋ยวสอบตก ไม่จบเอา อายเค้าตายเลย

 

ขอให้ประชาชนของทั้งสองประเทศอยู่กันอย่างสงบสุขครับ และหวังว่าวันหนึ่งคนในอาเซียนจะรวมกันแน่นโดยปราศจากอคติทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ความเชื่อ ฐานะ มายาคติทางประวัติศาสตร์ และผลประโยชน์ของรัฐของพวกเราทั้งคู่จะเป็นผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

....................................................

 

ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่า อย่างเพ่งโทษคนอื่นพราะไม่ได้อะไร ถ้าเรามองข้อดีของคนอื่นแล้วมาปรับปรุงตัวเองเองเราจะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ครับ ไม่เว้นแม้กระทั้งคนที่เราคิดว่าเป็นศัตรู ท่านดาไลลามะเคยเขียนไว้ว่าจากศัตรูนี้แหละจะเป็นคนบอดเราว่า เราดีแค่ไหน เราอดทนได้มากขึ้นไหม และยังเห็นแก่ตัวหรือเปล่า [ผมเพิ่มเองนะครับ และเรามีความทุกข์มากแค่ไหนเวลาเห็นศัตรูได้ดี ถ้าเรายังทุกข์อยู่ แสดงว่า เรายังมีอคติอยู่มากครับ จะได้มองอะไรตามความเป็นจริง]  แต่ถ้าเราเอาสิ่งด๊ๆจากศัตรูมาพัฒนาศักยภาพของเราให้ดีขึ้นๆ เราก็จะเข้มแข็งขึ้น ดีขึ้น แน่ๆ ครับ

 

 

หมายเลขบันทึก: 316668เขียนเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2009 08:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 11:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (8)

ขอบคุณครับ สำหรับความคิดเห็นของอาจารย์ เป็นมุมมองที่ดีมากๆ มุมมองหนึ่งเลย

  • ตามมาขอบพระคุณที่ไปทักทายค่ะ
  • อ่านแล้วได้แนวคิดมุมมองที่หลากหลาย
    ประวัติศาสตร์ของชาติใดมักเข้าข้างชาตินั้นเสมอค่ะ
    ประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไปนะคะ...

ขอบคุณทั้งสองท่านที่แวะมาเยี่ยมครับ

วันนี้มีเวลาว่างนิดหน่อยช่วงพักเที่ยง

ก็เลยเข้ามาบทความของอ.หลายๆๆบท

ขอบคุณอ.ที่เขียนอะไรหลายๆๆอย่าง มุมมองหลายๆๆมุมให้ค่ะ

อาจารย์เป็นอาจารย์จริงๆๆค่ะ

วันนี้มีเวลาว่างนิดหน่อยช่วงพักเที่ยง

ก็เลยเข้ามาบทความของอ.หลายๆๆบท

ขอบคุณอ.ที่เขียนอะไรหลายๆๆอย่าง มุมมองหลายๆๆมุมให้ค่ะ

อาจารย์เป็นอาจารย์จริงๆๆค่ะ

สวัดดีครับอาจารย์

ไม่ได้มาทักทายอาจารย์นานมาก คิดถึงบรรยายในห้องเรียน

ยิ่งได้อ่านบทความแล้วอยากกลับไปเรียนอีกครั้ง

หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะครับ แล้วรับปริญญานี้อาจารย์ยังอยู่ที่มอหรือเปล่าครับ

รอถ่ายรูปกับอาจารย์ครับผม

สุดท้ายก็ขอบคุณกับบทวิเคราะห์ดีที่มีให้อ่านตลอดนะครับ

ดนุพล

ไม่ได้เข้ามานานเลยยังเหลืองานอีกหนึ่งชิ้นต้องส่งอาทิตย์หน้าครับ ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาครับ

ลืนหอมเป็นไงบ้างลูก สู้ๆ ดูท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์เป็นตัวอย่างนะ ครูว่าท่านอาจารย์ ก็ภูมิใจในตัวเธอเหมือนกับที่ครู และอ.อุ๋ม รวมทั้งน้องๆ หลายคนภูมิใจ

ต๊อก / แจ้ ขอบคุณที่แวะมาครับ เริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้วนะ เธอเหมือนครูเลยที่คิดถึงบรรยายกาศในห้องเรียน ตอนนี้ครูได้กลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้ง แต่ที่สก็อตแลนด์ครับ มีคลาส ไม่เยอะ แต่ต้องอ่านหนังสือ เองเยอะมากกกกกกกกกกก เพราะทักษะการฟังเรายังไม่ได้ดีมาก ฝากความคิดถึงถึงลูกศิษย์ทุกท่านด้วยครับ ไม่ว่าอะไรจะเข้ามาในชีวิต ครูขออวยพรให้พวกเธอโชคดี และรับรู้ไว้ว่าเธอเป็นรุ่นที่ครูภูมิใจมากๆ ครับ

วันที่พวกเธอรับพระราชทานปริญญาบัตรครูอาจจะไม่ได้ไปนะ แต่ให้รู้ไว้ว่าครู ยืนอยู่ข้างข้างพวกเธอเสมอ และครูภูมิใจในตัวลูกศิษย์ครูทุกคนครับ

รัก และปรารถณาดี

ขอบคุณอาจารย์

แล้วเอาไว้เจอกันครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี