เรื่อง บทบาทของผู้บริหารในพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี
ผู้จัดทำ ประนอม บัวเผื่อน
ปีที่จัดทำ ตุลาคม 2549
ความมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี
2. เพื่อเปรียบเทียบบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามประสบการณ์ของครูและขนาดโรงเรียน
ความสำคัญของการวิจัย
1. ผู้บริหารโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายนเรศวรได้ทราบถึงบทบาทการบริหารงานโรงเรียน ให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ และเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองให้ครูบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. เป็นข้อมูลในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
คำถามในการวิจัย
1. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี อยู่ในระดับใด
2. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามประสบการณ์ของครูและขนาดโรงเรียน มีความแตกต่างกันหรือไม่
สมมติฐานการวิจัย
1. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามประสบการณ์ของครู
2. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามขนาดโรงเรียน มีความแตกต่างกัน
ขอบเขตการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ มีขอบเขตดังนี้
1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาบทบาทผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ตามแนวคิดของเซ็นเก้ ใน 5 ด้าน ได้แก่
ด้านความคิดเชิงระบบ 2)ด้านความรอบรู้แห่งตน 3) ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม 4) ด้านแบบแผนความคิดอ่าน 5) ด้านการเรียนรู้เป็นทีม
2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2.1 ประชากร คือ ข้าราชการครูในโรงเรียนเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำนวน 136 โรงเรียน จำนวน 143 คน
2.2 กลุ่มตัวอย่าง ข้าราชการครูที่สอนในโรงเรียนเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำนวน 103 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Rendom Sapling) ตามขนาดโรงเรียน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครสซี และมอร์แกรน (Krejcie & Morgan)
3. ตัวแปรที่ศึกษา
3.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ ประสบการณ์ของครูและขนาดโรงเรียน
3.1.1 ประสบการณ์ของครู แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
3.1.1.1 ประสบการณ์น้อย
3.1.1.2 ประสบการณ์มาก
3.1.2 ขนาดโรงเรียน แบ่งออกเป็น 3 ขนาด ได้แก่
3.1.2.1 ขนาดเล็ก
3.1.2.2 ขนาดกลาง
3.1.2.3 ขนาดใหญ่
3.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ใน 5 ด้าน คือ
3.2.1 ด้านความคิดเชิงระบบ
3.2.2 ด้านความรอบรู้แห่งตน
3.2.3 ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม
3.2.4 ด้านแบบแผนความคิดอ่าน
3.2.5 ด้านการเรียนรู้
วิธีดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยเรื่องบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี โดยมีขั้นตอนของการดำเนินการวิจัย ดังต่อไปนี้
- ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
- เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล
- การสร้างเครื่องในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- การเก็บรวบรวมข้อมูล
- การวิเคราะห์ข้อมูล
- สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ได้แก่ ครูผู้ปฎิบัติการสอนในโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ปีการศึกษา 2548 จำนวน 143 คนจาก 13 โรงเรียน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้ปฎิบัติการสอนในโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ซึ่งใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดโรงเรียน โดยใช้เกณฑ์กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางของเครจซี่ และมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 103 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำรับการวิจัย เป็นแบบสอบถามซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นสำหรับสอบถามคุณลักษณะบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ 5 ขันตอน ซึ่งได้แบ่งสอถามครูโดยจัดอันดับคุณภาพออกเป็น 5 ระดับ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับประสบการณ์ของครูและขนาดโรงเรียน เป็นแบบสำรวจรายการ (checklist) จำนวน 2 ข้อ
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี โดยอาศัยแนวคิดของเซ็นเก้ 5 ประการ คือ 1)ความคิดเชิงระบบ 2) ความรอบรู้แห่งตน 3) การมีวิสัยทัศน์ร่วม 4) แบบแผนความคิดอ่าน 5) การเรียนรู้เป็นทีม เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 44 ข้อ โดยเรียงจาก มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ของมูล
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS for windowsโดยเลือกเฉพาะวิธีวิเคราะห์ข้อมูลที่สอดคล้องกับความมุ่งหมายของการวิจัยครั้งนี้
1. ศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี โดยหาค่าเฉลี่ย ( ) และหาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. เปรียบเทียบบทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามประสบการณ์ของครูและขนาดโรงเรียนใช้การทดสอบค่าที (t-test) ขนาดโรงเรียนใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (one- way ANOVA)
การวิเคราะห์ข้อมูล
จากการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้นำมาจัดลำดับให้สอดคล้องกับแนวทางการศึกษา ข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้า โดยนำเสนอเป็นลำดับ ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามประสบการณ์ของครูและขนาดของโรงเรียน
ตอนที่ 2 การวิเคราะห์ระดับของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ยและความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ตอนที่ 3 การวิเคราะห์บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี จำแนกตามประสบการณ์ของครู ใช้การทดสอบค่าที (t-test)
สรุปผล
1. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี โยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
2. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ที่มีประสบการณ์การบริหารงานน้อยและประสบการณ์การบริหารงานมาก โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มเครือข่ายนเรศวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี ที่มีขนาดโรงเรียนต่างกัน โดยรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ส่งงานแต่เช้าเลยนะน้องเปา...พี่กำลังสนใจเรื่อง KM กับ LO อยากมาทำแผนพัฒนาที่โรงเรียน แล้วจะขอคำแนะนำนะครับ
มาเยี่ยมชมผลงานแล้วครับ
พี่เป็นกำลังใจให้ในฐานะคนหน้าเหมือน (หรือหุ่นเหมือนกันก็ไม่รู้)