พระผู้เป็นเจ้า พระองค์อัลลอฮ ซ.บ ทรงตรัสว่า "ดังนั้นท่านจงละหมาดและเชือดสัตว์พลีทาน การละหมาดดังกล่าวคือ ละหมาดอีดอัฎฮา และเชือดกุรบาน และสูเจ้าจงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ ซ.บ ในบรรดาวันที่ถูกนับ " สิบวันของเดือนซุลฮิจญะฮ์ มีเกียรติ ด้วยเพราะมีการทำฮัจญ์ในวันดังกล่าว และบรรดาวันตัชรีกเฉกเช่นเดียวกับที่การปฏิบัติฮัจญ์ยังมีอยู่ เช่น การขว้างเสาหิน การตอวาฟ และนๆ ที่บัยตุลเละห์วันอีดอัฎฮาแม้จะเป็นวันรื่นเริง เป็น 1 ใน 2 วันที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ประชาชาติมุสลิมทั่วโลก แต่วันทั้ง 2 คือวันอีดพิรตี(หลังถือศีลอดมาครบเดือน) และอีดอัฎฮา ก็ไม่ห้ามให้ทำคุณงามความดีนอกจากห้ามถือศีลอดเท่านั้น และเคล็ดลับอันประเสริฐของการทำอิบาดะฮ์(เคารพภักดี)ในวันดังกล่าวนั้น คือการระลึดถึง การกล่าวสรรเสริญพระองค์และปฏิบัติตามคำสั่งห้ามสั่งใช้ของพระองค์อย่างเคร่งครัด ท่านศาสดามูฮัมมัด ได้มีวัจนะไว้อย่างน่าสนใจว่า "คำกล่าวที่ประเสริฐยิ่งที่ฉัน และบรรดาศาสนฑูตที่มาก่อนฉันได้กล่าวก็คือ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ ซ.บ เพียงพระองค์เดียว ไม่มีภาคีใดเทียบเคียงพระองค์ อำนาจทั้งหลายเป็นของพระองค์ "ข้อปฏิบัติในวัดอีดอัฎฮา 1.กล่าวตักบีรในวันอีด หลังละหมาดซุบห์ของเช้าวันที่ 27 พย.และกล่าว"อัลลอฮุอักบัร ๆ ลาอิลบาฮะอิลลัลลอฮ วัลลอฮอักบัร อัลลอฮอักบัร วะลิลลาฮิลหัมด์ " ซึ่งมีความหมายว่า อัลลอฮผู้ทรงยิ่งใหญ่ ๆ อัลบลอฮผู้ทรงเกรียงไกร ไม่มีพระเจ้าอืนใดนอกจากพระองค์ พระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ๆ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิของพระองค์ 2มีแบบอย่างท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล)ให้เลือกเสื้อผ้าที่ดีที่สุด สวยที่สุด ของเราเพื่อสวมใส่ไปร่วมละหมาดอีดดิลอัฎฮา โดยผู้ชายมีแบบอย่าให้ปะพรมนำหอมด้วย 3 มีบันทึกว่า ท่านศาสดาฯจะไม่รับประทาน อาหาร ในเช้าวันอีดอัฎฮา จนกว่าจะกลับบ้านเพื่อเชือดสัตว์กุรบาน 4 มีแบบอย่างให้นมาซ(ละหมาด)อีดทั้ง 2 ด้วยที่สนามกว้าง โดยท่านศาสดาจะไม่ละหมาดอีดในมัสยิด5ส่งเสริม ให้บรรดาเด็กๆ และสตรีแม้ว่านางจะมีรอกเดือนก็ตามมาร่วมงานรื่นเริงวันอีดและร่วมกับบริจาคทาน(เศาะดะเกาะฮ)6ให้ออกเดินทางไปมัสยิดทางหนึ่งและกลับอีกทางหนึ่ง เพื่อจขะได้พบปะพี่น้องมุสลิมมากขึ้น 7 มีแบบอย่างให้ละหมาดอีดอัฎฮาในช่วงเช้าๆ เพราะจะต้องเจียดเวลาให้แก่การเชือดสัตว์กุรบาน8 ไม่มีแบยบอย่างให้อะซาน(ร้องเรียกเชิญชวน)สู่การละหมาดและอิกอมะฮ9ไม่มีละหมาดใดๆก่อนละหมาดอีดอัฎฮา หากแต่ไปนมาซอีดที่มัสยิดสามารถนมาซตะหิยะตุลมัสยิด(นมาซเรพมัสยิด)ได้ 10 มีแบบอย่างให้มีการส่งเสริมการละเล่นของเด็ก 11 ส่งเสริมให้มีการขอพรซึ่งกันและกันในวันอีด เช่น ขอพระองค์ทรงตอบรับการงานของเราและของท่านด้วยเถิด 12ตกแต่งบ้านช่องให้สวยงาม แสดงตนเองให้ผู้คนทั้งหลายทราบว่านี่คือวันรื่นเริง 13 เยี่ยมเยียนบิดา มารดา ครู อาจารย์ พี่ป้าน้าอา ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิท แม้กระทั่งเพื่อบ้านใกล้เคียง14 หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงให้เลี้ยงอาหารที่บ้าน และแจกจ่ายไปตามเพื่อนบ้านตามสถานะของตน 15 ผู้มีเงินควรบริจาคทรัพย์สิน ทำทานแก่เด็กๆ และคนยากจน เด็กกำพร้า คนที่ขัดสน 16 หลังอีดอาจไปเที่ยวไปดูความงามของสิ่งที่อัลลอฮ ซ.บ สร้างและลำรึกถึงกรุณาธิคุณของพระองค์ หรือพาครอบครัวไปรับประทานอาหารนอกบ้าน