“สุดยอดของการบริหารคือการไม่บริหาร"

ไม่ต้องบริหารงานก็โดดเด่น

                โดยพรชัย  ภาพันธ์

                ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 (ชุมชนบ้านคำแดง)

                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1

 

                                     ต้นน้ำฝากขิงแดงให้คุณยายแดงนะจ๊ะ

         ผู้บริหารจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าลูกน้องล้มเหลว ภารกิจของผู้บริหารที่สำคัญยิ่ง คือ การทำงานให้ประสบความสำเร็จ โดยอาศัยบุคคลอื่น และรักษาผลประโยชน์ขององค์กรและลูกน้อง

   

หมาน้อยฝากน้องสาวหล่าวิไล

ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจึงมักจะมีองค์ประกอบ 3  ประการ คือ

         1. โอกาส (Opportunity) การมีโอกาสได้ทำงาน คนมีฝีมือมากมาย แต่ขาดโอกาสที่จะทำงาน เมื่อมีโอกาสต้องสร้างผลงานให้ประจักษ์

         2. ความสามารถ (Ability) คนที่มีความสามารถ คือ คนที่ทำงานมีประสิทธิภาพ บริหารที่ที่มีความสามารถ จะต้องสร้างเพื่อนร่วมงาน ให้ทำงานเกิดผลต่อองค์กร 2 ประการ คือ

             2.1 สัมฤทธิผล คือ ทำงานเป็นไปตามเป้าหมาย

             2.2 ความสำเร็จ คือ ทำงานเป็นไปตามความต้องการ เกิดความพึงพอใจ

          3. ความตั้งใจ (Willing) ผู้บริหารต้องแสดงความมุ่งมั่นบ่อย ๆ ให้ลูกน้องเห็นว่าเอาจริง

          มีคนกล่าวไว้ว่า  “สุดยอดของการบริหารคือการไม่บริหาร” นั่นคือผู้บริหารสามารถสร้างแรงจูงใจ  พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์การจนเกิดความเป็นมืออาชีพ  จึงถอยออกมาปล่อยวางเพื่อให้ทีมงานได้บริหารกันเอง (Self Managing Work Team)  เป็นการมอบหมายอำนาจ (Empowerment) ให้ผู้ปฏิบัติดังนี้

           1. ฝึกให้ทำงานเอง

           2. ตัดสินใจเอง เพราะการอยู่หน้างานทำให้ทราบปัญหาได้ดี

           3. ตั้งเป้าหมายเอง  วางแผนการทำงานเอง

           4. ตรวจสอบและแก้ปัญหาเองได้

           ความสำเร็จของผู้ปฏิบัติงาน คือ ตัวชี้วัดฝีมือผู้บริหาร กลุ่ม Self Managing Work Team จะทำงานได้ตามนี้ผู้บริหารจะต้อง

            1. ต้องอบรมให้มีความรู้โดยนำผู้ชำนาญการมาสร้างแรงจูงใจ

            2. ประชุมกันบ่อย ๆ

            3. ทุกคนในกลุ่มต้อง “มีงานยุ่งอยู่เสมอ”  (Keep Busy) หากว่างมากจะขี้เกียจเคยตัวและพูดมากกว่าทำงาน

            4. ทุกคนต้องฝันและมีปณิธานร่วมกัน

            5. ห้ามประณามกัน  เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

            6. สร้างทีมงานหลายๆทีม ให้ผู้ปฏิบัติย้ายทีมเรื่อยๆ

           ผู้บริหารที่ดีต้องมองจากทักษะที่ขาดหายไปของผู้ปฏิบัติงาน  ต้องฝึกให้เขาเหล่านั้นปฏิบัติงาน เก่งการประเมินบุคคล  ในการทำงานจะใช้ผู้คนที่เกี่ยวข้องประเมินได้แก่  เพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครอง นักเรียน การประเมินจะต้องประเมินโดยผลงาน (Result Oriented) หรือดัชนีวัดผล(Performance  Indicators) การเป็นผู้บริหารที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานประทับใจได้ ต้องได้รับการฝึกฝนอบรม ต้องรู้เรื่องการบริหารและเครื่องมือในการบริหารมากกว่า สามารถเป็นครูสอนลูกทีมได้ เป็นผู้นำที่ทำให้คนทั้งองค์การฝันร่วมกันให้ได้และบุคคลเหล่านั้นเกิดความคิดที่จะทำตามคิดนั้น เมื่อเกิดควารมขัดแย้งจะเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย เพราะเป็นที่เชื่อทางทฤษฎีว่า 25%
ของงานบริหารหมดไปกับการจัดการความขัดแย้งของผู้ร่วมงาน

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้บริหาร ที่จะบริหารโดยไม่ต้องบริหารในอนาคต มีดังนี้

        1. ใช้การบริหารแบบเดินไปดูบ่อย ๆ (Management by walking around) ดูของจริงที่หน้างาน จะได้พบปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปฏิบัติว่าเราเอาใจใส่

        2. แสดงความมุ่งมั่นบ่อย ๆ ให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นว่าเอาจริง

        3. รับฟังความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานบ้าง

        4. ตัวผู้บริหารเองอย่าหยุดการเรียนรู้ เพื่อทำให้องค์การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization)

        5. ตัวผู้บริหารที่ดีต้องครบวงจร นั่นคือ วางแผน(Plan) ให้รอบคอบ คิดถึงทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อลงมือทำ (Do) ก็ต้องทำตามแผน มีการประเมินผล(Check) การประเมินยิ่งบ่อยยิ่งดี เพราะจะทำให้เปลี่ยนแผนได้ทันท่วงที แผนที่ดีคือแผนที่ยืดหยุ่นเปลี่ยนได้ เพื่อกำหนดมาตรฐาน(Action)

         6. การบริหารบางครั้งก็ต้อง “รวมศูนย์” บางครั้งก็ต้อง”แยกศูนย์” หรือกระจายอำนาจ เปลี่ยนไปมาได้

         7. อย่าเน้นโครงสร้างการบริหารจนเกินไป จงเน้นกระบวนการและผลลัพธ์ที่จะได้

          ผู้บริหาร คือ ผู้ที่ทำให้คนธรรมดาทำงานเหนือคนธรรมดา สร้างองค์กรที่มีคนไม่กี่คน แต่แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี จะเห็นว่าบุคคลที่ประสบความสำเร็จ จะทำงานเกิดประสิทธิภาพโดยอาศัยบุคคลอื่น ที่ยึดหลักการว่า “สุดยอดของการบริหาร คือ การไม่ต้องบริหาร” ผู้บริหารควรใช้เวลาวันละหนึ่งนาทีก็พอ ในการพิจารณาทบทวนเรื่องดังต่อไปนี้ หนึ่งนาทีสำหรับทบทวนเป้าหมายที่ตั้งไว้ ว่าได้ทำงานไปถึงไหนแล้ว หนึ่งนาทีสำหรับทบทวนปรับปรุงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น หนึ่งนาทีสำหรับการชมเชยลูกน้องที่ทำดี จะได้มีกำลังใจ “รู้ใจได้คน รู้คนได้งาน รู้บริหารได้ทั้งงานและได้ทั้งคน”  มืออาชีพจึงควรถอยออกมา จุดประกายขายความคิดให้คนอื่นทำงาน ผู้ปฏิบัติงานเป็นสุข สนุกกับงาน ผู้บริหารเบิกบานใจ ส่งผลให้เกิดคุณภาพทั้งองค์กร

 

บทความนี้ได้รับการตีพมพ์

             วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต  ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกันยายน – ธันวาคม 2543  นักศึกษาปริญญาโท
สาขาการบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี