เพราะมีความฝัน “ฝันอยากให้หมาทุกๆ ตัวในประเทศนี้ มีเจ้าของ “ :)

“ มีมี่  มีมี่  ไม่มีคำบรรยายใดๆ  มาประกอบได้เลย “
 
มีมี่  ทำให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ  สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า  “สัตว์เลี้ยง” ได้อย่างแท้จริง  และตระหนักถึงคำว่า  “หน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์” ที่แรกเริ่มมาจากความมักง่าย  คือ  ไปบ่นกับน้องว่าอยากเลี้ยงหมาขอเป็นตัวเมีย  น้องก็ไปจัดการหามาให้  เพราะคนที่น้องรู้จักมีลูกหมาพอดี  ไปจองไว้  รอจนอายุครบเดือนหย่านมแม่แล้ว  จึงไปรับตัวมา  “ลูกหมาสีขาว  ขนปุยตามแบบลูกพุดเดิ้ล “
ตอนตั้งชื่อ กำลังบ้าเพลงจีน  และเบื่อชื่อฝรั่งมาก พอดีมีเพลง เพลงหนึ่งชื่อ  “เทียนมี่มี่”  เลยนำมาตั้งชื่อ  แต่ครั้นจะเรียกเต็มๆ ก็คงขำตาย  จึงเหลือแค่สองพยางค์
มีมี่ เลี้ยงง่ายมั้ย ?  “จำไม่ได้ “   แสดงว่า คงจะไม่ค่อยมีปัญหาหล่ะ   ก็คือเลี้ยงง่าย  แต่ดันมามีปัญหาเรื่องหมาข้างบ้านและหมาข้างถนน   เผลอเป็นไม่ได้ มันวิ่งมากัด มีมี่ถึงในบ้าน แทบจะมีเรื่องมีราวผิดกันตายกับบ้านใกล้เรือนเคียงก็เพราะปัญหาหมาๆ  นี่แหละ 
ดีที่มาคิดได้ว่า  “หมาทุกตัวมันมีหัวจิตหัวใจมันมีสมองเหมือนกันนะ  มันคงหมั่นไส้และโกรธแค้นมีมี่ ที่ไม่มีความยากลำบากเหมือนมัน”  ก็น้องมีมี่ไม่เคยต้องหาอาหารกินเอง  จะกินเมื่อไรก็วิ่งไปที่ชามอาหาร  มีทั้งอาหารเม็ดสำหรับสุนัข มีทั้งตับไก่เนื้อหมู  แล้วแต่จะกินอะไรเพราะกินด้วยกัน คือ คนกินผัก แล้วเขี่ยเนื้อให้หมา 
ที่นอนเธอก็มีเบาะนอน  ขนขาวปุยสะอาด เห็บหมัดไม่ค่อยมีเพราะใช้ยาหยดหลังเดือนละครั้ง  ใช้แป้งกำจัดเห็บหมัดควบคู่ไปด้วย (บางทีมีมี่แอบเข้าห้องนอน  ทำให้กลัวเห็บหมัดมากเป็นพิเศษ)  จะไปไหน ไปด้วยกัน อุ้มมั่ง เดินบ้าง ขี่จักรยานมีตะกร้านั่งพิเศษ 
              ดังนั้นไอ้เจ้าหมาข้างบ้านข้างถนนมันคงหมั่นไส้สุดๆ  เผลอไม่ได้  มีมี่โดนกัดจมเขี้ยว มา 3 ครั้งแล้ว  โชคดีที่ช่วยทัน ถ้ามีครั้งต่อไปคงแย่  จึงต้องระวังมาก  เพราะอย่างไรหมามันคือสัตว์จะไปห้ามว่า  “ แกอย่ามากัดนะ “ มันเป็นไปไม่ได้  จะไปบอกคนข้างบ้านว่า  “ให้ดูหมาของเขาหน่อย”  ก็ใครมันจะระวังได้ตลอด  โดยเฉพาะหมาข้างถนน จะไปทำอย่างไร  พี่คนหนึ่งบอกว่า  “เอายาไปเบื่อมันเลยดีมั้ย? มันจะได้ไม่มากัดอีก“
โอ้..พระเจ้าช่วย.. ไม่ปฏิเสธเลยว่า  ในแว๊บแรกของความคิดที่เห็น  มีมี่เลือดเต็มตัว มีแผลเหวอะหวะ  คือความโกรธมากมาย  จนถือไม้ไปหาไอ้หมาข้างถนนฝูงนั้น  โดยในใจคิดว่าจะต้องตีมันให้ตายคามือไปเลย  บังอาจมากัดมีมี่ หมาสุดรักของเรา แต่.. ในช่วงระยะทางที่เดินนั้น นึกเห็นภาพของ “อีดำ” แม่หมากลางถนนฝูงนั้น   แต่เดิมมันไม่ใช่หมาที่ไม่มีเจ้าของหรอกหากแต่...เจ้าของได้เสียชีวิตไปแล้ว  มันเลยต้องออกมาเร่ร่อนข้างถนน  แถมพ่วงลูกน้อยมาด้วย  มาคุ้ยเขี่ยขยะ หากิน บ้านใครมีอาหารเหลือก็จะเทให้มันกิน    ต่อมามีบ้านหนึ่งที่ใจดีหน่อยอนุญาติให้มันนอนอยู่ในบริเวณบ้านได้ เพราะไม่ได้ล้อมรั้ว  อีดำมันเลยพาลูกมาอยู่ด้วย 3 ตัว   เมื่อแรกๆนั้น ได้ข่าวว่า มีลูกมาก แต่ไปมาเห็นเหลือแค่ 3 ตัวเท่านั้น  ได้รับชื่อเรียกขานกันว่า  “ไอ้ต้นกล้วย ต้นอ้อ และโกศล “  อีดำมันจะคุ้ยขยะ คาบหาของกินไปให้ลูก  จนทุกตัวโตมาเป็นแกงค์หมาข้างถนน ยึดครองพื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณนั้น  โดยหมาตัวอื่นห้ามแหยมเข้ามาเด็ดขาด  นั่นแหละภาพอีดำที่นึกขึ้นมาได้ เลยเกิดความสลดหดหู่ขึ้นในใจ  จะไปโทษมันก็ไม่ใช่ เพราะมันคือสัญชาติญานของสัตว์  แล้วเราละ เป็นมนุษย์  มีความคิดสูงกว่ามัน  จะไปตีมัน  ทำร้ายมัน  ฆ่ามันให้ตาย   แล้วเราจะต่างจากมันที่ตรงไหน  ก็แค่นั้นแหล่ะ ....จึงกลับมาที่...ต้องระวังมีมี่ของเราให้ดีแล้วกัน ละนะ
มาคิดกันเล่นๆ ว่า “ ภาพอีดำกับมีมี่”  ความต่างคืออะไร? 
คำตอบ : เป็นหมาเหมือนกัน 
อีดำ = หมาไทยพันธุ์อะไรก็ไม่รู้  ได้ชื่อ อีดำ เพราะมีขนสีดำ   ลูกๆ อีดำ  หลากพันธุ์ผสม ตามประสาหมาข้างถนน มีหลายพ่อพันธุ์ 
มีมี่ = พันธุ์พุดเดิ้ล มีประวัติพ่อแม่ตรวจสอบได้ว่า มาจากไหน  ที่สำคัญที่สุด “มีคน” คนที่แสดงความเป็นเจ้าของว่า  “หมาตัวนี้เป็นของฉัน ฉันมีหน้าที่ เลี้ยงดูหมาตัวนี้ ” 
แต่อีดำ หมาข้างถนน  ที่เจ้าของได้เสียชีวิตไปแล้ว  และลูกๆ ของอีดำ  “ใคร ใครเป็นเจ้าของ ใครต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู”
ล่าสุด  ตอนนี้ มีข่าวว่าอีดำตั้งท้องอีกแล้ว  ต่อไปจะเป็นไงละนี่!!!
ที่จริงเขียนมาจนถึงตอนนี้ก็ว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องนะ  เริ่มเขียนเรื่องมีมี่  แต่ไงกลายเป็นเรื่องอีดำ  ได้ไงก็ม่ายร.ู้…???
มันเป็นแค่เรื่องบ่นๆ ให้ฟังน่ะ  เพราะมีความฝัน  “ฝันอยากให้หมาทุกๆ ตัวในประเทศนี้  มีเจ้าของ “ :)

     มีมี่  ทำให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ  สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า  “สัตว์เลี้ยง” ได้อย่างแท้จริง  และตระหนักถึงคำว่า  “หน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์” ที่แรกเริ่มมาจากความมักง่าย

 คือ  ไปบ่นกับน้องว่าอยากเลี้ยงหมาขอเป็นตัวเมีย  น้องก็ไปจัดการหามาให้  เพราะคนที่น้องรู้จักมีลูกหมาพอดี  ไปจองไว้  รอจนอายุครบเดือนหย่านมแม่แล้ว  จึงไปรับตัวมา  “ลูกหมาสีขาว  ขนปุยตามแบบลูกพุดเดิ้ล “

ตอนตั้งชื่อ กำลังบ้าเพลงจีน  และเบื่อชื่อฝรั่งมาก พอดีมีเพลง เพลงหนึ่งชื่อ  “เทียนมี่มี่”  เลยนำมาตั้งชื่อ  แต่ครั้นจะเรียกเต็มๆ ก็คงขำตาย  จึงเหลือแค่สองพยางค์

     มีมี่ เลี้ยงง่ายมั้ย ?  “จำไม่ได้ “  

แสดงว่า คงจะไม่ค่อยมีปัญหาหล่ะ   ก็คือเลี้ยงง่าย  แต่ดันมามีปัญหาเรื่องหมาข้างบ้านและหมาข้างถนน   เผลอเป็นไม่ได้ มันวิ่งมากัด มีมี่ถึงในบ้าน แทบจะมีเรื่องมีราวผิดกันตายกับบ้านใกล้เรือนเคียงก็เพราะปัญหาหมาๆ  นี่แหละ 

     ดีที่มาคิดได้ว่า  “หมาทุกตัวมันมีหัวจิตหัวใจมันมีสมองเหมือนกันนะ  มันคงหมั่นไส้และโกรธแค้นมีมี่ ที่ไม่มีความยากลำบากเหมือนมัน”  

     ก็น้องมีมี่ไม่เคยต้องหาอาหารกินเอง  จะกินเมื่อไรก็วิ่งไปที่ชามอาหาร  มีทั้งอาหารเม็ดสำหรับสุนัข มีทั้งตับไก่เนื้อหมู  แล้วแต่จะกินอะไรเพราะกินด้วยกัน คือ คนกินผัก แล้วเขี่ยเนื้อให้หมา 

     ที่นอนเธอก็มีเบาะนอน  ขนขาวปุยสะอาด เห็บหมัดไม่ค่อยมีเพราะใช้ยาหยดหลังเดือนละครั้ง  ใช้แป้งกำจัดเห็บหมัดควบคู่ไปด้วย (บางทีมีมี่แอบเข้าห้องนอน  ทำให้กลัวเห็บหมัดมากเป็นพิเศษ)  จะไปไหน ไปด้วยกัน อุ้มมั่ง เดินบ้าง ขี่จักรยานมีตะกร้านั่งพิเศษ

      ดังนั้นไอ้เจ้าหมาข้างบ้านข้างถนนมันคงหมั่นไส้สุดๆ  เผลอไม่ได้  มีมี่โดนกัดจมเขี้ยว มา 3 ครั้งแล้ว  โชคดีที่ช่วยทัน ถ้ามีครั้งต่อไปคงแย่  จึงต้องระวังมาก  เพราะอย่างไรหมามันคือสัตว์จะไปห้ามว่า  

     “ แกอย่ามากัดนะ “ มันเป็นไปไม่ได้  

    จะไปบอกคนข้างบ้านว่า  “ให้ดูหมาของเขาหน่อย”  ก็ใครมันจะระวังได้ตลอด  โดยเฉพาะหมาข้างถนน จะไปทำอย่างไร  

     พี่คนหนึ่งบอกว่า  “เอายาไปเบื่อมันเลยดีมั้ย? มันจะได้ไม่มากัดอีก“

     โอ้..พระเจ้าช่วย.. ไม่ปฏิเสธเลยว่า  ในแว๊บแรกของความคิดที่เห็น  มีมี่เลือดเต็มตัว มีแผลเหวอะหวะ  คือความโกรธมากมาย  จนถือไม้ไปหาไอ้หมาข้างถนนฝูงนั้น  โดยในใจคิดว่าจะต้องตีมันให้ตายคามือไปเลย  บังอาจมากัดมีมี่ หมาสุดรักของเรา

     แต่.. ในช่วงระยะทางที่เดินนั้น นึกเห็นภาพของ “อีดำ” แม่หมากลางถนนฝูงนั้น   แต่เดิมมันไม่ใช่หมาที่ไม่มีเจ้าของหรอก  หากแต่...เจ้าของได้เสียชีวิตไปแล้ว  มันเลยต้องออกมาเร่ร่อนข้างถนน  แถมพ่วงลูกน้อยมาด้วย  มาคุ้ยเขี่ยขยะ หากิน บ้านใครมีอาหารเหลือก็จะเทให้มันกิน    ต่อมามีบ้านหนึ่งที่ใจดีหน่อยอนุญาติให้มันนอนอยู่ในบริเวณบ้านได้ เพราะไม่ได้ล้อมรั้ว  อีดำมันเลยพาลูกมาอยู่ด้วย 3 ตัว   เมื่อแรกๆนั้น ได้ข่าวว่า มีลูกมาก แต่ไปมาเห็นเหลือแค่ 3 ตัวเท่านั้น  ได้รับชื่อเรียกขานกันว่า  “ไอ้ต้นกล้วย ต้นอ้อ และโกศล “  

     อีดำมันจะคุ้ยขยะ คาบหาของกินไปให้ลูก  จนทุกตัวโตมาเป็นแกงค์หมาข้างถนน ยึดครองพื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณนั้น  โดยหมาตัวอื่นห้ามแหยมเข้ามาเด็ดขาด  

     นั่นแหละภาพอีดำที่นึกขึ้นมาได้ เลยเกิดความสลดหดหู่ขึ้นในใจ  จะไปโทษมันก็ไม่ใช่ เพราะมันคือสัญชาติญานของสัตว์  แล้วเราละ เป็นมนุษย์  มีความคิดสูงกว่ามัน  จะไปตีมัน  ทำร้ายมัน  ฆ่ามันให้ตาย   แล้วเราจะต่างจากมันที่ตรงไหน  

     ก็แค่นั้นแหล่ะ ....จึงกลับมาที่...ต้องระวังมีมี่ของเราให้ดีแล้วกัน

    

     มาคิดกันเล่นๆ ว่า “ ภาพอีดำกับมีมี่”  ความต่างคืออะไร? 

    

    ค ำตอบ : เป็นหมาเหมือนกัน 

                   อีดำ = หมาไทยพันธุ์อะไรก็ไม่รู้  ได้ชื่อ อีดำ เพราะมีขนสีดำ   ลูกๆ อีดำ  หลากพันธุ์ผสม ตามประสาหมาข้างถนน มีหลายพ่อพันธุ์ 

                   มีมี่ = พันธุ์พุดเดิ้ล มีประวัติพ่อแม่ตรวจสอบได้ว่า มาจากไหน  ที่สำคัญที่สุด “มีคน” คนที่แสดงความเป็นเจ้าของว่า  “หมาตัวนี้เป็นของฉัน ฉันมีหน้าที่ เลี้ยงดูหมาตัวนี้ ” 

                   แต่อีดำ หมาข้างถนน  ที่เจ้าของได้เสียชีวิตไปแล้ว  และลูกๆ ของอีดำ  “ใคร ใครเป็นเจ้าของ ใครต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู”

 

ล่าสุด  ตอนนี้ มีข่าวว่าอีดำตั้งท้องอีกแล้ว  ต่อไปจะเป็นไงละนี่!!!

ที่จริงเขียนมาจนถึงตอนนี้ก็ว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องนะ  เริ่มเขียนเรื่องมีมี่  แต่ไงกลายเป็นเรื่องอีดำ  ได้ไงก็ม่ายร.ู้…???

มันเป็นแค่เรื่องบ่นๆ ให้ฟังน่ะ  

เพราะมีความฝัน  “ฝันอยากให้หมาทุกๆ ตัวในประเทศนี้  มีเจ้าของ “ :)