ดร. โอกร เมฆาสุวรรณดำรง ได้รับรางวัล TRF-CHE-SCOPUS Young Researcher Award 2009
          โดยมีคำสดุดี ดังต่อไปนี้

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอกร เมฆาสุวรรณดำรง
ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
เรื่อง การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดนาโนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี

 

1.  ประวัติส่วนตัว
          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอกร เมฆาสุวรรณดำรง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และ เอก สาขาวิศวกรรมเคมี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2540 2542 และ 2546 ตามลำดับ ได้รับทุนการศึกษาและทุนวิจัย ดังนี้

1.  โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย ปี พ.ศ. 2543 - 2545
2.  ทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ ปี พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2551
3.  ทุนวิจัยงบแผ่นดิน ปี พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2551
4.  โครงการวิจัยพัฒนาและวิศวกรรม ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2549

2. ผลงานวิจัยโดยสรุป
          ปัจจุบันอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการผลิตเเละขยายตัวสูงมาก โดยบริษัทขนาดใหญ่มีเเผนที่จะขยายกำลังการผลิตรวมถึงสร้างโรงงานใหม่ๆ จำนวนมาก ทำให้ความต้องการในการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยามีสูงขึ้น ปัจจุบันตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้กันอยู่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศไทยนั้นได้มาจากการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากเเละยากต่อการพัฒนาต่อยอด ส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่หลายๆ แห่งตื่นตัวในการลงทุนเพื่อพัฒนางานวิจัยภายในประเทศเพื่อที่จะผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาเเละออกเเบบโรงงานเอง
          งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาเทคนิคการสังเคราะห์ผลึกขนาดนาโน โดยทำการควบคุมขนาดและรูปร่างของผลึกที่ทำการสังเคราะห์ขึ้น จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ที่ได้มาประยุกต์ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยเทคนิคการสังเคราะห์ที่สนใจน้น ได้แก่ เทคนิคโซลโว-เทอร์มอลและเฟลมสเปรย์ไพโรซิส ซึ่งทั้งสองวิธีสามารถเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาที่ให้ค่าความว่องไวและค่าการเลือกเกิดที่สูงขึ้นกว่าตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้ในอุตสาหกรรมปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น อะลูมินาและโลหะเจืออะลูมินา (โลหะ = Ni, Zn และ Fe) ที่เตรียมจากวิธีโซลโวเทอร์มอลนั้นสามารถประยุกต์เป็นตัวรองรับที่ดีสำหรับโลหะแพลเลเดียม ซึ่งถูกใช้ในปฏิกิริยาไฮโดร  จิเนชันแบบเลือกเกิดของอะเซทิลีนและตัวเร่งปฏิกิริยาที่เตรียมด้วยเทคนิคเฟลมสเปรย์ไพโรซิส เช่น ตัวเร่งปฏิกิริยาสังกะสีออกไซด์ และ ตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะบนตัวรองรับสังกะสีออกไซด์  (โลหะ = Ag, Pt และ Au) ซึ่งแสดงสมบัติในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดีสำหรับปฏิกิริยาการสลายตัวโดยใช้แสงของสีย้อม ตัวเร่งปฏิกิริยาแพลเลเดียมบนตัวรองรับซิลิกาสำหรับปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันแบบเลือกเกิดของเฮปไทน์เพื่อเปลี่ยนเป็นเฮปทีน และตัวเร่งปฏิกิริยาแพลทินัมบนตัวรองรับอะลูมินาสำหรับปฏิกิริยาดีไฮโดรจิเนชันของโพรเพนเพื่อเปลี่ยนเป็นโพรพีน เป็นต้น

 

3.  ปัจจัยที่ส่งเสริมให้งานวิจัยประสบความสำเร็จ
          ปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญมาจากการได้รับคำปรึกษา คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ทั้งทางด้านงานวิจัยและการประกอบอาชีพ รวมทั้งได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกลุ่มวิจัยของ ศ. ดร.ปิยะสาร ประเสริฐธรรม ซึ่งท่านเป็นนักวิจัยที่ปรึกษาและอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของผู้วิจัย ทำให้ได้รับโอกาสในการไปสัมมนารวมถึงฝึกวิจัยในต่างประเทศ และได้รับเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้นซึ่งช่วยให้ผู้วิจัยมีทุนในการสร้างเครื่องมือและตั้งห้องวิจัยที่ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากนี้ท่านและคณาจารย์ในกลุ่มวิจัยที่ภาควิชาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังอนุญาตให้ผู้วิจัยสามารถเข้าไปใช้อุปกรณ์วิเคราะห์ที่มีราคาสูงในห้องวิจัยของท่านโดยไม่คิดมูลค่า เหนือไปกว่านั้นท่านและ ผศ. ดร.จูงใจ ปั้นประณต ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในกลุ่มวิจัยยังให้โอกาสผู้วิจัยในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมของนิสิตปริญญาโท-เอกที่ห้องวิจัย ทำให้ผู้วิจัยสามารถทำวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง อีกปัจจัยที่สำคัญมากคือ ได้รับการสนับสนุนจากทางภาควิชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ผศ. ดร.ชูวงศ์ ชัยสุข ซึ่งได้ร่วมกับผู้วิจัยเปิดภาควิชาเมื่อ 6 ปีก่อน และขณะนั้นท่านได้เสียสละรับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาทำให้ผู้วิจัยมีโอกาสในการขอทุน และทำงานวิจัยโดยไม่ต้องกังวลกับงานบริหารภายในภาควิชา นอกจากนี้ท่านยังช่วยผู้วิจัยก่อตั้งและดูแลห้องวิจัยที่ภาควิชาอีกด้วย สุดท้ายปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญมาก คือ การได้รับความสนับสนุนจาก สกอ.  สกว. สวทช. และสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร ในด้านแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง  

4. การใช้ประโยชน์ของงานวิจัย
          งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลในการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดนาโน ปัจจัยในการสังเคราะห์ที่ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพและเคมีของตัวเร่งปฏิกิริยาที่เตรียมขึ้น รวมถึงสมบัติในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของผลิตภัณฑ์ที่เตรียมขึ้น ซึ่งผลของงานวิจัยชิ้นนี้สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมในการตัดสินใจเลือกเทคนิคที่ใช้ในการผลิตตัวเร่งปฏิกิริยา โดยในปัจจุบันผู้วิจัยได้นำความรู้บางส่วนจากงานวิจัยนี้ไปต่อยอดในการวิจัยพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมกับบริษัท ปตท. ในการทดสอบความเป็นไปได้ในการผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาแนฟทารีฟอร์มมิง

วิจารณ์ พานิช
๖ พ.ย. ๕๒
 

 

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอกร เมฆาสุวรรณดำรง เข้ารับรางวัลฯ