สมาคมเวชสารสนเทศไทย

สวัสดีครับ ผมได้มีโอกาสไปงานประชุมวิชาการประจำปีครั้งที่ 18 ของสมาคมเวชสารสนเทศไทย เมื่อวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร อยู่ใจกลางเมืองหลวงเลยครับ งานนี้จัดเพื่อเผยแพร่วิทยาการและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเวชสารสนเทศ และการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์จากนักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการนำเสนอผลงานวิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆความคิดเห็น รวมถึงการพบปะประจำปีระหว่างสมาชิกสมาคมฯ และผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วประเทศ

     จากการที่ได้ไปสัมผัสในการแลกเปลี่ยนและฟังการประชุมสิ่งที่ได้เรียนรู้และการถ่ายทอดจากผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆของทางการแพทย์ จากคุณหมอและนักวิชาการหลายท่าน ทำให้ได้รับรู้เครื่องมือที่ทันสมัย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความก้าวหน้าไปมาก อย่างเช่น เครื่องมืออุปกรณ์สวมใส่แจ้งเตือนการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุแบบไร้สาย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุในบ้านเรา ซี่งเจ้าตัวอุปกรณ์นี้สามารถแจ้งเตือนให้เรารู้ทันทีถ้าเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุ หรือ เจ้าเครื่องมือที่ชื่อว่า Silicon sensor เป็นเครื่องมือขนาดเล็กที่ทำจากวัสดุเป็น Bio compatible ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือ เครื่องมือหัววัดอุณหภูมิ,วัดไอออน,ตัววัดไข้หวัดนก เป็นต้น แต่ละเครื่องมือมีประโยชน์และมีค่ามากต่อผู้ป่วยในปัจจุบัน

     สำหรับเครื่องมือสนับสนุนการนำข้อมูลสุขภาพระบบสารสนเทศสำหรับงานด้านสาธารณสุข ในงานก็มีหลายหลายโปรแกรมที่นำมาเสนอ และถูกพัฒนาขึ้นมาจากหลายหน่วยงาน ระบบสำหรับหน่วยให้บริการปฐมภูมิหรือสถานีอนามัยก็เช่นกัน ซึ่งในงานก็พูดถึงระบบที่นิยมและแพร่หลาย ได้แก่ HCIS,THO,WINTHO,FANTASY ระบบต่างๆเหล่านี้ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการทำงานเฉพาะในสถานีอนามัยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีบุคลากรหน่วยให้บริการเช่น รพช / รพท ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและทำงานในสถานีอนามัยด้วย เพราะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยให้บริการในเครือข่ายให้บริการเดียวกัน (cups) ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า HOSxP-PCU โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง สถานีอนามัยและโรงพยาบาล และโปรแกรมนี้ได้ทดสอบและใช้งานจริงครั้งแรกที่ จังหวัดร้อยเอ็ด สำหรับโปรแกรมนี้เป็นแบบ Free software ถ้าหน่วยงานไหนมีความพร้อมและสนใจในความสามารถของระบบก็ในไปใช้ระบบเดิมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนระบบนี้มีความสามารถดังนี้น่ะครับ

เป็นระบบงานสำหรับสถานีอนามัย และ PCU
- พัฒนาโดยบริษัทบางกอกเมดิคัลซอฟต์แวร์ จำกัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
- ระบบงานเชิงรุกถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด รองรับการทำงานตามบัญชี 1 - 8
- ระบบงานเชิงรับใช้แนวคิดของระบบ HOSxP
- ข้อมูลถูกจัดเก็บในระบบ RDBMS โดยโปรแกรมจะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโดยใช้สถาปัตยกรรม Client / Server และรองรับการทำงานในรูปแบบ Multi-tier
-ระบบสามารถทำงานได้กับฐานข้อมูล ประเภทต่างๆ ได้แก่ MySQL / PostgreSQL / Microsoft SQL / Oracle (ฐานข้อมูลที่แนะนำให้ใช้งานคือ MySQL)
- มีระบบการเก็บข้อมูลลายนิ้วมือและตรวจสอบลายนิ้วมือ
- มีระบบ End user report รองรับการสร้างรายงานและปรับปรุงรายงานจาก Datacenter
- รองรับการส่งข้อมูลออกตามมาตรฐาน 18 แฟ้ม (PROVIS/NHSO)
- มีระบบ Inventory เป็นของตนเอง
- มีระบบการเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลกับ Datacenter ผ่านระบบ Web services
- มีระบบปรับปรุงสิทธิการรักษาของประชากร อัตโนมัติจาก Datacenter
- มีระบบการตรวจสอบประวัติผู้ป่วยจากทุก รพ.ในจังหวัด ผ่าน Datacenter (การ visit / ผลการวินิจฉัย / การรับยา / การฉีดวัคซีน / ผลการคลอด / การส่งต่อ / อื่นๆ )
- ออกแบบ พัฒนาและทดสอบโดยบุคลากรในระบบงานสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือจากเจ้าหน้าที สอ./รพช./รพท./สสจ.
- มีระบบช่วยวินิจฉัยโรค
- มีระบบนำเข้าข้อมูลจาก HCIS
- มีระบบการทำงานแบบ Offline (ทำงานใน Notebook นอกสถานที่) และสามารถนำเข้ามูลเข้าฐานข้อมูลหลักที่สถานีอนามัยได้ (สามารถทำงาน offline พร้อมกันได้มากกว่า 1 เครื่อง)
- มีระบบ Family Genogram (Generator / Designer)
- มีระบบ Restore ข้อมูลกลับจาก Datacenter
- มีระบบ Refer online กับหน่วยให้บริการภายในจังหวัด (ที่ใช้ datacenter เดียวกัน)

เรื่องของโปรแกรมก็มีหลายทางเลือกน่ะครับ อย่างโรงพยาบาลหนองม่วงของเรานั้นใช้โปรแกรม MIT-NET แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนเป็นโปรแกรม HosxP ในอนาคตครับ  และอีกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ ระบบโปรแกรมด้านสารสนเทศคือเรื่องของ Data Privacy ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของผู้ป่วยในทางการแพทย์ ซี่งบรรยายโดยนายแพทย์ สุธี ทุวิรัตน์ ครับท่านบรรยายได้เยี่ยมมากเลยครับ สำหรับเรื่องของข้อมูลสารสนเทศทางการแพทย์เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคล ประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างมาก  สำหรับหลักปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก็จะแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆได้ ดังนี้

  1. Accountability
  2. Identifying purposes
  3. Consent
  4. Limiting collection
  5. Limiting use , disclose, and retention
  6. Accuracy
  7. Safeguard
  8. Openness
  9. Individual access
  10. Challenging compliance

ทั้งหมดนี้ครับเป็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นเรื่องจริยธรรมในองค์กรในการที่จะให้การเคารพสิทธิส่วนบุคคลและบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาชีพที่เกี่ยวการให้บริการทางการแพทย์ครับ  ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ผู้บริหารองค์กรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีแนวทางการปฏิบัติว่ามีความถูกต้องเหมาะสมกับยุคสมัยนำมาปฏิบัติกับหน่วยงานของตัวเอง

     ประสบการณ์อันล่ำค่าที่ได้ไปร่วมประชุมวิชาการประจำปีสมาคมเวชสารสนเทศไทย ครั้งนี้ ทำให้ได้รับรู้ถึงการก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในทางการแพทย์มากเลยครับ สำหรับผมตั้งใจว่าสิ่งที่ได้เรียนรุ้มานี้จะนำมาพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลหนองม่วงของเราให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ครับ

 

Mr.Jammies.

( N.Sayan )