ความรู้วิชาการ ความรู้ปฎิบัติ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง

ทางแห่งความมั่นคงในชีวิต

 

"...ผุ้ที่มุ่งหวังความดี และความเจริญมั่นคงในชีวิต จะต้องไม่ละเลยการศึกษา ความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฎิบัติ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบ เพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการงานและการแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่ง จะต้องมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าในการงาน ในผู้ร่วมงาน หรือในการรักษาระเบียบแบบแผนความดีงาม ความถูกต้องทุกอย่าง เพราะความจริงใจนี้เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการผดุง และสร้างเสริมความมีสมานฉันท์ ความประสานสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของส่วนรวม ประการที่สาม จำเป็นต้องสำรวจดูความบกพร่องของตนเองอย่างสม่ำเสมอ แล้วพยายามปฎิบัติแก้ไขเสียโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เจริญเติบโต ทำความเสื่อมเสียแก่การกระทำ และความคิด ประการที่สี่ ต้องฝึกฝนให้มีความสงบ หนักแน่น ทั้งในกาย ในใจ ในคำพูด เพราะความสงบ หนักแน่น เป็นเครื่องผ่อนปรนความรุนแรง ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกันและกันได้ในทุกกรณี โดยเฉพาะความสงบหนักแน่นในจิตใจนั้น ทำให้เกิดความยั้งคิดพิจารณาตามเหตุตามผล จึงช่วยให้สามารถคิดวินิจฉัยเรื่องราว ปัญหา และกระทำได้ถูกต้อง พอเหมาะ พอดีมีประสิทธิผล..."

 

ที่มา  พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๐