นักเรียนท่องประวัติศาสตร์ของพระราชวังต้องห้าม "กู้กง"

noktalay
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สิบปากกว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ากับท่องเที่ยวด้วยตนเอง

        เมื่อท้องอิ่มด้วยอาหารกลางวัน...ที่ใครๆลงความเห็นว่าอาหารอร่อย พวกเราก็เริ่มการท่องเที่ยวช่วงบ่ายของวันแรกกันที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน  เป็นลานกว้างทั้งครูและศิษย์เดินตามไกด์พี่ช้างไปเรื่อยๆ  เดินไปสักระยะจะเห็นอนุสาวรีย์วีรชนผู้กล้าที่ได้เสียชีวิตในการต่อสู้จากการปฏิวัติประเทศจีน

โดยที่อนุสาวรีย์ซึ่งมีลักษณะเหมือนเสาหินมีลายมือท่านเหมาจารึกไว้ซึ่งแปลได้ว่า "วีรบุรษของประชาชน คือความรุ่งเรืองนิรันดร์" เมื่อมองไปเรื่อยๆก็พบจุดน่าสนใจมีมากมายรวมถึงรถขายสินค้าของรัฐบาลคันนี้

        จากนั้นไกด์พี่ช้างพาเดินลอดอุโมงค์ใต้ถนนไปยังประตูเมืองเทียนอันเหมินที่มีรูปของท่านอดีตประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุงขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจนจากทุกมุม ซึ่งเป็นปราาการด่านแรกของพระราชวังต้องห้าม หรือ "กู้กง"

"สวัสดีครับ...พวกผมเด็กไทยใจเต็มร้อยครับ"

      พระราชวังดังกล่าวซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างในราชวงศ์หมิงและชิง ในอดีตประชาชนอย่างเราไม่สิทธิ์เข้าไปเด็ดขาด พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล(425 ไร่)ทำให้พวกเราต้องค่อยๆเดิน ค่อยชมๆ พี่ช้างบอกว่า ในการก่อสร้างใช้เวลา 17 ปี   ตำหนักที่ใหญ่ที่สุดคือ ตำหนักไท่เหอ(สูงเท่ากับตึก 12 ชั้น)  นอกจากนี้มีอีกหลายตำหนักซึ่งจุดเด่นจะอยู่ที่หลังคาที่ประดับด้วยสัตว์ในเทพนิยายเช่น สิงโต มังกร หงส์ ม้าบิน หรือยูนิคอร์น ไกด์พี่ช้างบอกว่า ถ้าตำหนักไหนมีลูกมังกร 9 ตัวแสดงว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญ การชมตำหนักครั้งนี้เกินคำบรรยายค่ะต้องให้มาเดินชมเอง

"วังหลวงได้ออกแบบให้มีหลังคาสองชั้น"

"แม่น้ำทองคำ...ที่มีมนต์เสน่ห์"

"มีหลายสะพาน...แต่สะพานอันกลางจะยาวที่สุดนั่นคือของจักรพรรดิ"

"ตำหนักไท่เหอที่ใช้จัดพิธีสำคัญๆในราชวงศ์หมิงและชิง"

"จากจุดนี้ทำให้รู้สึกตัวเล็กมากๆ"

"สัตว์หล่อสำริดที่เป็นเครื่องประดับและเครื่องประกอบพระราชพิธิ"

"หลังคาตำหนักสำคัญจะมีลูกชายมังกร 9 ตัว"

"ภายในตำหนักจงเหอสำหรับทรงงานขอจักรพรรดิ ตกแต่งเรียบง่าย"

"สีแดงของผนัง.กับสีขาวของหิมะ..สวยงาม"

"เดินกันต่อไป..เพราะปลายทางอยู่ไกลลิบๆ"

"บริเวณเดียวที่พบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่ในพระราชวัง"

"ประตูทางออก"

          ในทริปนี้นักเรียนคนที่มีความสุขมากที่สุดคงเป็นนายปู๊นๆ เนื่องจากทำการบ้านมาด้วยด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์จีนจนเป็นที่ยอมรับของไกด์ และจากการบอกเล่าประวัติศาสตร์จากไกด์ประกอบกับสถาปัตยกรรมอันกว้างใหญ่ไพศาลของตำหนักกู้กงคงเป็นแรงบันดาลใจให้อยากอ่านหรือศึกษาประวัติศาสตร์จีนเพิ่มขึ้น

           วันนี้พวกเราปิดการท่องเที่ยวด้วยกายกรรมปักกิ่งซึ่งแต่ละคนก็ประทับใจกับการแสดงที่ท้าทาย และเต็มไปด้วยทักษะและความพร้อมเพรียง แต่ครูนกเองได้ดูสิ่งที่อยากสัมผัสด้วยประสบการณ์ตรงคืองิ้วที่ผสมกับศิลปะการเปลี่ยนหน้าที่ดูเข้มแข็งแต่แฝงไปด้วยลีลาที่พริ้วไหว  ไกด์พี่ช้างให้ข้อมูลพวกเราว่า เป็นศิลปะประจำชาติกำเนิดอยู่ที่มณฑลเสฉวนที่ถ่ายทอดวิชากันในตระกูลโดยมีดาราที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาขอเรียนรู้ต่อไม่มีผู้ใดสอนให้เนื่องจากตามวัฒนธรรมประเพณีให้ถ่ายทอดเฉพาะครอบครัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน classroom without wall



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์นก

  • น้องซิลเวียมาติดตามทริปนี้อย่างใจจดใจ่อค่ะ
  • ได้ความรู้ดีมากๆเลยค่ะ.. เห็นภาพแล้วเข้าใจตามที่อาจารย์เล่า เสมือนไปเยือนด้วยตัวเองเลยนะคะเนี่ย
  • หนูอ่านแล้ว..อาจารย์ไม่เอาไปออกข้อสอบนะคะ อิอิ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณข้อมูลทริปนี้นะคะ ต้องหาโอกาสตามไปบ้างแล้วล่ะค่ะ

ขอติดตามอ่านทุกๆตอนนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ น้องซิลเวีย

  • งานนี้ไม่ออกข้อสอบค่ะ เพราะเป็นการเรียนรู้ของครูนกด้วยค่ะ
  • ข้อมูลครูนกเล่าไม่ครบถ้วนหรอกนะค่ะ...เพราะต้องบอกตรงๆเลยว่า ได้ฟังไกด์น้อยมากเพราะครูนกมักจะเก็บภาพของหมู่คณะอยู่
  • อยากให้ไปเห็นด้วยตนเอง....และประสบการณ์จากการดูหนังจีนจะทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมของจีนได้อย่างดี
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณครูอี๊ด

  • จะพยายามถ่ายทอดประสบการณ์แต่ละวันให้ครบถ้วนแต่คงต้องใช้เวลาหน่อยนะค่ะ
  • ขอบคุณที่ติดตามค่ะ..(ครูนกน่าจะได้รางวัลจากการท่องเที่ยวประเทศจีนนะ..เพราะอย่างน้อยทำให้น้องซิลเวีย และครูอี๊ดสนใจประเทศจีนแล้ว)
เขียนเมื่อ 

ตามมาขอบคุณ และดูผลงานครูเคมี ฝากครูช่วยปลูกฝังเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย บูรณาการตอนท่าย ๆ การเรียนเคมีที่ครูสอนบ้าง เป็นเกร็ดความรู้ 2 นาทีก่อนปล่อยไปเรียนห้องอื่น จะเป็นวิทยทานต่อชาติอย่างยิ่ง ต่อจากเมืองจีน แล้วครูจะไปที่ไหนต่อ นำมาเล่าสู่กันอ่าบ อย่างนี้ดีครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณครูTodsapol

-  ขอบคุณภาพหินสวยน้ำใสค่ะ

-  เรื่องปลูกฝังประวัติศาสตร์ไทย แม้จะเป็นครูวิทย์ถ้ามีช่วงใดมีข่าวเหตุการณ์การเมืองเราก็มักจะคุยแทรกกันเป็นช่วงๆค่ะ