ยินดีและมีความสุขอย่างผู้ปิดทองหลังพระ

วันนี้ได้สนทนากับคุณพลเดช  วรฉัตร และสรุปเรื่องโครงการส่งแพทย์พยาบาล ไปปฏิบัติงาน ที่วัดไทยกุสินาราคลินิก เหตุที่ต้องสรุปกันนั้นและนำมาบันทึกให้ทางสมาชิกGotoknow ได้รับทราบและอนุโมทนากัน เพราะแรกเริ่มเดิมที การส่งหมอพยาบาลไปช่วยงานคลินิกวัดไทยกุสินารา ในเทศกาลแสวงบุญนั้น คุณพลเดช วรฉัตร ท่านเป็นอัครราชทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ไปบวชเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสในหลวงของเราครบรอบ 80 พรรษา และไปพักที่วัดไทยกุสินารา ต่อมาเกิดศรัทธา ที่วัดนี้มีคลินิกรักษาคนยากคนจน และดูแลนักท่องเที่ยวชาวพุทธด้วย จึงอยากให้มีอาสาสมัครคนไทย ไปช่วยปฏิบัติงานที่นั่น

  ต่อมาผู้เขียนมีความศรัทธาจากการได้รับทราบจากคุณพลเดช จึงอาสาสมัครไปเป็นคนแรก โดยใช้วันลาส่วนตัว และหลายๆท่านในG2K ได้ร่วมบุญค่าใช้จ่ายในครั้งนั้น ทำให้ผู้เขียนได้สร้างบุญกุศลครั้งใหญ่หลวงในชีวิต

 เมื่อกลับมา จึงได้ร่วมกันคิด ทั้งคุณพลเดช พระอาจารย์คมสรณ์ และพระเดชพระคุณพระราชรัตนรังษี แห่งวัดไทยกุสินารา อยากให้มีอาสาสมัครกลับมาอีก มาอย่างราชการ เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแก่อาสาสมัครด้วย ทางวัด จึงได้ทำหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข ขอหมอพยาบาลไปปฏิบัติงาน ดูแลนักแสวงบุญ

 เป็นที่น่ายินดีว่า ทางผู้ใหญ่ในกระทรวง ได้เห็นความสำคัญ จึงอนุมัติโครงการ และจัดทีมแพทย์พยาบาล ไปประจำการระยะสั้นๆต่อชุด คือชุดละ 3 สัปดาห์ ทางวัดส่งข่าวมาให้ผู้เขียนรับรู้ และให้ติดต่อโครงการ เพื่อการเดินทางมาเป็นอาสาสมัครในโอกาสนี้ แต่ปรากฏว่า ใจความสำคัญของโครงการคือ

  นับจากนี้ไป ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 - 22 มีนาคม 2553 จะมีทีม ประกอบด้วยแพทย์ 1 คน และพยาบาล 3 คน ผลัดเปลี่ยนกันทุก 3 สัปดาห์ เพื่อดูแลนักแสวงบุญ ที่วัดไทยกุสินารา โดยมีค่าใช้จ่าย เบี้ยเลี้ยง ให้ตามระเบียบราชการทุกประการ จึงเป็นความสำเร็จ และจุดเริ่มต้นที่เป็นไปด้วยดี

  คำว่าหมอ ในความหมายของกระทรวงสาธารณสุข ให้ตีความว่า แพทย์เท่านั้น มิได้หมายถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วไป ตามความเข้าใจของทางวัด

  ผู้เขียนได้สรุปกันไปแล้วว่า ถึงแม้โครงการนี้ จะไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเช่นตัวผู้เขียนเอง และหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆไป ก็ตาม แต่เราย่อมมีส่วนยินดีในโครงการบุญนี้ ตามเรื่องราวที่กล่าวไปแล้ว

 ยินดีและมีความสุขอย่างผู้ปิดทองหลังพระค่ะ