กรณีศึกษา: ชีวิตเรากับชีวิตเขา(2)

ismile
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
พี่โจก็หันมาทางผมแล้วพูดว่า “เต้น(ตัวผม) โชคดีแล้วที่ได้เรียน ทันตแพทย์ ถึงมันจะยากก็ขอให้ตั้งใจ” แถมยังเปรียบว่า อาชีพอย่างตัวพี่โจ จะต้องคอยไหว้คนอื่นเสมอ แต่ อาชีพทันตแพทย์ คนอื่นจะเป็นคนที่ไหว้เรา

จุดบรรจบของ พ่อค้าของเล่น และ นทพ .

               

เมื่อสิ้นเสียงของ อาจารย์ ที่กล่าวขึ้นเกี่ยวกับชีวิตของคนเล็กคนน้อย  ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาแทบจะในทันที ถึงบุคคลผู้ซึ่งผมจะนำมาเขียนเป็นการบรรยายลงในกระดาษ แผ่นนี้ บุคคลคนนั้นคือ คนที่ผมเรียกว่า “พี่โจ”

                พี่โจ เป็น พ่อขายของเล่นที่วางขายเป็นแผงลอย ตรงถนนคนเดินหลังโรงเรียน Prince จังหวัดเชียงใหม่ ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ การพบกันของเราทั้ง 2 คน อาจจะเรียกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญก็ว่าได้ ผมยังคงจำมันได้ถึงจะไม่แม่นนักก็เถอะ วันนั้นมันเป็นวันที่มีอากาศร้อนจัด ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก่อนขึ้นปี 3 มันเป็นวันอาทิตย์ที่ผมมีความรู้สึกว่างมาก จนตัดสินใจไปเดินเล่นที่ ถนนคนเดิน หาอะไรมาทำในช่วงปิดเทอม ก่อนอื่นผมคงจะต้องบอกก่อนว่า ผมคนนี้เป็นคนหนึ่งที่มีความหลงใหล ในการต่อหุ่น model plastic รุ่นที่คนทั่งไปเรียกว่า “GUNDAM” นั่นแหละคับ และอาจเพราะความชอบแบบนี้ก็เป็นได้ ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ พี่โจ เฮ้ย!! นอกเรื่องไปไกลแล้ว เรากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า ผมเดินดุ่มๆไปตามทางเดินของถนนคนเดินที่ผู้คนบางตา สู้กับแสงแดดยามบ่าย มองนู่น มองนี่ไปเรื่อย โดยไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่แล้วผมก็สะดุดใจกับ กล่องใบใหญ่ที่ตั้งกองอยู่บนแผงที่เหมือนว่า มันจะมีแต่อะไรก็ไม่รู้ (แรกๆ พี่โจ เค้าเอาอะไรก็ไม่รู้มาขายแบบมั่วๆ อ่าคับ) นี่มันหุ่น Model GUNDAM นี่หว่า!! แถมเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ สวยมากๆ ผมยืนมองอยู่นานมาก จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “น้องสนใจ หรือคับ?” ผมจึงดึงตัวเองกลับจากผวังมาจดจ่อที่ต้นเสียง ชายผู้เป็นเจ้าของเสียงเป็นชายหนุ่ม ไม่สูงมาก แต่ก็มีรูปร่างสมส่วน อายุคงจะประมาณ 30 ต้นๆ หรือ อาจจะอ่อนกว่านั้น แต่ที่แน่ๆคงแก่กว่าผมแน่นอน “นี่เป็นหุ่น GUNDAM รุ่น Limited Edition ยี่ห้อดังจากจีน (ของเก๊ชัวร์ๆ) ราคาไม่แพงนะน้อง” คนขายโฆษณากับผม เรา 2 คนพูดคุยกันอยู่นานจนคุยกันถูกคอเพราะ ตัวพี่เค้าก็ชอบ Model plastic เหมือนกัน ผมเลยตกลงปลงใจซื้อมันมาเรียบร้อย พร้อมกับ Technique การทำสีจาก พี่โจ มาเสร็จสรรพ เลยทำให้ช่วงปิดเทอมของผมยุ่งขึ้นมามากทีเดียว

                ด้วยความที่เรา 2 ชอบอะไรเหมือนๆกัน ผมจึงแวะเวียนไปหา พี่โจบ่อยๆ จนเราสนิทกันในระดับหนึ่งแล้ว พี่โจจึงเล่าให้ผมฟังว่าจริงๆแล้วที่ พี่เค้าเอาของมาขายที่ถนนคนเดินนี้เป็นอาชีพเสริม พี่เค้าจะอาชีพหลักเป็น คนที่แต่งตัวรับบทเป็น ไอ้มดแดง ที่ยืนให้เด็กๆถ่ายรูป ตามงาน Event ต่างๆที่ ฮ่องกง แถมเอารูปในกล้องที่ติดตัวให้ดูเป็นหลักฐาน (ผมไม่แน่ใจว่า พี่เค้าเอากล้องติดตัวไว้อวดคนอื่นหรือเปล่า O_o”a) พี่เค้าเลยสามารถเอาของเล่นเข้ามาในราคาถูก แถมชี้ให้ดูที่แผง ที่ตอนนี้เริ่มดูเหมือนร้านของเล่นขึ้นมาหน่อย จากนั้นผมก็แวะเวียนไปหา พี่โจ ทุกอาทิตย์เพื่อดูของเล่นใหม่ๆ จนกระทั่งเปิดเทอมปี 3 เวลาว่างของผมก็ลดลงอย่างทันตาเห็น ผมจึงไม่มีโอกาสไปหา พี่โจได้บ่อยๆ วันเวลาค่อยๆเลือนผ่านไปจนวันหนึ่งตอนที่ผมกำลังทำรายงานวิชา Micro351 กับเพื่อนๆ พี่โจก็ได้โทรศัพท์เข้ามา พร้อมบอกว่า วันอาทิตย์นี้จะมีหุ่นรุ่นใหม่ ให้ผมแวะเข้ามาดูที่ร้าน ด้วยเหตุนี้ถึงไม่ว่างยังไงก็คงต้องไปดูสักหน่อย (โชคดี ที่มันว่างพอดี) แล้วก็ไปถอยมาอีกตัวนึง และวันนี้แหละ ด้วยความที่ผมอยากรู้ หรือ ไม่มีอะไรคุยกัน ผมจึงถามพี่โจไปว่า “ทำไม พี่โจ ถึงเลือกมาขายของเล่นแบบนี้” (ผมมีความรู้สึกว่า พี่เค้าใส่ใจกับอาชีพเสริมมากกว่าอาชีพหลักอีก) พี่เค้าหันหน้ามองขึ้นฟ้าเหมือนนึกถึงอดีต ก่อนจะเริ่มเล่าว่า พี่เค้าเป็นคนที่ชอบของเล่นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว แต่พ่อแม่ไม่ค่อยสนับสนุนให้เล่น เพราะ เหมือนเป็นการเอาเงินไปซื้อของไร้สาระ (ผมก็ฉุกคิดว่า พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจลูกนี่ก็มีอยู่จริงๆ ดีนะที่พ่อแม่ผมเข้าใจ) พี่โจเล่าย้อนกลับไปตอนสมัย ตอนที่พี่เค้าอยู่ชั้น ม.ต้น ตัวเค้าต้องถึงขั้นแอบซื้อ การ์ตูน Talent (มันมีเรื่อง Dragon Ball Z ที่ดังสุดๆในสมัยนั้น) แล้วแอบซ่อนเอาไว้ที่หัวเตียงไม่ให้ พ่อแม่รู้ พี่เค้าก็รอดจนถึงชั้น ม.ปลาย เห็นว่าเข้าเรียนที่ โรงเรียนนาฏศิลป์ ที่จะมีการ แสดงแล้วได้ค่าตัว ตัวเค้าก็เก็บเงินไปซื้อของเล่นอย่างสนุกสนาน แต่เรื่องก็เกิด เพราะ ตัวพี่โจ ไปมีปัญหาเรื่องชู้สาว ก็เลยโดนไล่ออกจากโรงเรียน พอพ่อแม่รู้เข้าก็โทษว่า ของเล่น คือ ต้นเหตุของเรื่อง จึงเอาของเล่นทั้งหมดของ พี่โจ มากองหน้าบ้านแล้วจุดไฟเผาต่อหน้าต่อตาพี่เค้า พี่เค้าเสียใจมากจนกลายเป็น เหี้ย ตัวนึง (พี่เค้าเปรียบตัวเอง) กินเหล้าไปวันๆ ไม่สนใจใคร จนพ่อพี่เค้าตัดสินใจเอาไปฝากงานเป็น กรรมกร กับคนรู้จักที่ทำรับเหมาก่อสร้าง พี่โจทำงานไปได้สักพัก ( พี่เค้าบอกว่าเหนื่อยสุดๆ จนทนต่อไม่ไหว) เลยขอพ่อกลับไปเรียนต่อ ตอนช่างนี้พี่เค้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่ไปเลย ตั้งใจเรียนมาก จนเข้าเรียนต่อปริญญาตรี และ ก็มีบริษัทมาทาบทามไปทำงานตั้งแต่ยังไม่จบ แต่ทุกๆอย่างในชีวิตพี่โจเหมือนมีอุปสรรค ตัวพี่โจไปมีปัญหา กับอาจารย์ที่ปรึกษาการทำรายงานตอนจะจบปีสุดท้าย พี่เค้าเลยตัดสินใจ จะไม่เอาปริญญา แล้วไปทำงาน กับบริษัทที่มาทาบทามเลย แต่ทางบริษัทก็ไม่ยอมรับคนที่ไม่มีปริญญา พี่เค้าเลยต้องมาขายของอยู่ที่นี่ (พี่เค้าตัดบท) จากนั้น พี่โจก็หันมาทางผมแล้วพูดว่า “เต้น(ตัวผม) โชคดีแล้วที่ได้เรียน ทันตแพทย์ ถึงมันจะยากก็ขอให้ตั้งใจ” แถมยังเปรียบว่า อาชีพอย่างตัวพี่โจ จะต้องคอยไหว้คนอื่นเสมอ แต่ อาชีพทันตแพทย์ คนอื่นจะเป็นคนที่ไหว้เรา

                จาก คำพูด และเรื่องของ พี่โจ ทำให้ผมฉุกคิดว่า ผมอาจเป็นหนึ่งในคนที่โชคดี ที่ได้อยู่บนยอดของ

บิรามิด อย่างที่อาจารย์ กล่าวไว้ เราจึงควรพยายามทำให้ดีที่สุด รวมถึงต้องเข้าใจคนอื่นที่ไม่มีโอกาสเหมือนเรา ซึ่งนั่นอาจทำให้เรารู้สึกเป็นสุขที่สุดก็เป็นได้

 

นทพ. เตชิต  ทรัพย์สมบูรณ์ นักศึกษาปี3

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชียงใหม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i-smile



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

314764

เขียน

20 Nov 2009 @ 09:49
()

แก้ไข

14 Jun 2012 @ 19:18
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
อ่าน: คลิก