ท่านรองอธิบดีกรมอนามัย นพ.โสภณ เมฆธน ... บรรยายให้ฟังถึง เรื่อง สุขภาพผู้สูงอายุไทย ปัจจุบันทั่วโลกมองแนวโน้มสภาวะสุขภาพในวงกว้าง โดยไปผูกกับเรื่องของ social determinant คือ ปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ ส่วนของ social network
กรมอนามัย ว่าถึง ลักษณะสุขภาพผู้สูงอายุที่พึงประสงค์ คือ
-
สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ ทั้ง กาย ใจ และสังคม
-
รวมไปถึงฟัน อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม
-
เรื่องของรอบเอว จะส่งผลกระทบสู่สภาวะของโรคหัวใจ ซึ่งถ้าเราสามารถควบคุมได้ ก็จะได้สกัดการนำสู่โรคดังกล่าวได้
-
ที่สำคัญคือควรที่จะสามารถช่วยเหลือตัวเอง และผู้อื่นได้
-
รวมทั้งควรจะมีการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีการออกกำลังกาย เพื่อที่จะสามารถมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และพร้อมรับช่วงวัยสูงอายุที่จะเกิดตามมา
-
... ซึ่งถือเป็นการสร้างสุขภาพที่ดี นั่นคือ การไม่มีโรค
-
... หรือแม้กระทั่งมีโรคเกิดขึ้นแล้ว ก็สามารถควบคุมได้
-
ถ้ามองผู้สูงอายุ
- กลุ่มติดสังคม ก็จะเป็นกลุ่มที่มีความสุขที่สุด เนื่องจากสามารถช่วยสังคมได้
- กลุ่มติดบ้าน คือ พอจะช่วยตัวเองได้บ้างถ้าอยู่ในบ้าน แต่ถ้าออกนอกบ้านก็จะต้องมีพี่เลี้ยง ซึ่งกลุ่มนี้ถ้าดูแลไม่ทั่วถึงก็อาจจะเปลียนเป็นกลุ่มติดเตียงไป
- กลุ่มติดเตียง คือ กลุ่มที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว และยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อีกด้วย
ข้อสังเกต จะพบว่า ร้อยละ 72 ของผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะมีโรคประจำตัวเสมอ ที่สำคัญคือเมื่ออายุเข้าสู่ช่วงประมาณ 45 ปี ก็จะเริ่มมีเรื่อง เบาหวาน ความดัน ฯลฯ แต่มันจะแสดงความเป็นโรคออกมาเมื่อไหร่นั้น ก็เป็นเรื่องของพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพของเรา ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายด้วยการเดินทุกวันอย่างน้อยวันละประมาณ 30 นาที หรือถ้าเป็นกรณีของการวิ่งก็ควรอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 วัน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในส่วนของ ผัก ผลไม้ ที่มี fiber เยอะๆ และควรลดอาหารประเภททอด ส่วนอื่นๆ เป็นประเภท ต้ม ย่าง สดๆ แต่ไม่ใช่อาหารประเภทของเนื้อสดๆ เพราะจะเป็นปัญหาในส่วนของพยาธิอีกได้
ปัจจุบันพบว่า โรคทางระบบที่สามารถพบได้ในอัตราที่สูงสุดในกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีมากถึงเกือบ 40% รองลงมาจะเป็นกลุ่มโรคเบาหวาน โรคหัวใจ อัมพฤกษ์/อัมพาต หลอดเลือดในสมอง มะเร็ง ซึ่งปัจจัยที่จะป้องกันได้ คือ อาการ ออกกำลังกาย อารมณ์
ในส่วนการช่วยเหลือตนเอง พบว่า ผู้สูงอายุโดยมากเมื่ออายุมากขึ้นความสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยตนเองจะมีน้อยลง เราจึงควรพิจารณาได้ถึงอนาคตว่า เรา หรือคนใกล้ชิดอยากที่จะอยู่ในลักษณะใด ...
ซึ่งวันนี้ การดูแลสุขภาพของเราทุกคนจะเป็นตัวกำหนดมันได้เอง ประเด็นสำคัญที่ช่วยส่งเสริม คือ
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ฟันที่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม
- ร้อยละของผู้ที่มีฟันอย่างน้อย 20 ซี่ คิดเป็น 51.4 เปอร์เซ็นต์
- และมีฟันน้อยกว่า 20 ซี่ คิดเป็น 48.6 เปอร์เซ็นต์
- โดยในกลุ่มนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้ใส่ฟันเทียม 64 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มที่ใส่ฟันเทียม 36 เปอร์เซ็นต์
- ในส่วนงานของทันตฯ ควรจะมุ่งปรับในส่วนของเปอร์เซ็นต์ของการมีฟันใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ และกลุ่มที่มีฟันน้อยกว่า 20 ซี่ และได้รับการใส่ฟันแล้วให้มีระดับที่สูงขึ้น
- จากข้อมูลที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน พบว่า แนวโน้มของการมีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสมอย่างน้อย 4 คู่สบ มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
- ส่วนประเด็นสภาวะของสุขภาพช่องปากวัยทำงานและสูงอายุ ร้อยละของผู้ที่มีฟันใช้อย่างน้อย 20 ซี่ ในกลุ่มวัยทำงานมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ล่าสุดในปี 2550 คิดเป็น ร้อยละ 96.2
- รวมถึงในกลุ่มของผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มของร้อยละการมีมีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสมอย่างน้อย 4 คู่สบ มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน
- ขณะที่ หากพิจารณาเปรียบเทียบระหว่าง ร้อยละของการมีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสมอย่างน้อย 4 คู่สบ ในกลุ่มผู้สูงอายุจะเห็นว่ามีการลดลงกว่าครึ่งของวัยทำงาน “ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น??” ก็น่าจะเป็นประเด็นคำถามที่ดีและน่าคิดต่อไปอยู่
สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับโรคทางระบบ ความสุข คุณภาพชีวิต ... ซึ่งองค์ประกอบที่มีความเกี่ยวข้องคือ social determinant นั่นคือ ความไม่เท่าเทียมกันด้านสังคม ซึ่งกระบวนการจัดการจะเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ ร่วมกับการ cooperation coordinate operate และ การ indicate เป็นลำดับขึ้นไป สิ่งแรกคือจะต้องมีข้อมูลให้กับเครือข่ายเพื่อการประสานงานกับพื้นที่ เช่น กลุ่ม อบต.
ส่วนประเด็นยุทธศาสตร์ กรมอนามัยจะเกี่ยวข้องกับ 3 กลุ่มวัย และสิ่งแวดล้อมอีก 3 ด้าน ระบบสาธารณสุขจะต้องมีเรื่องของการส่งเสริม ซึ่งเป็นเรื่องของพฤติกรรม การป้องกันจะต้องเป็นการหากลุ่มเสี่ยงออกมาให้ได้ จากนั้นเป็นการนำสู่การรักษาและการฟื้นฟูเป็นลำดับต่อไป
แนวการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่จำเป็นในชมรม คือ
-
พฤติกรรมที่สำคัญที่ส่งเสริมการคงอยู่ของฟันให้ได้มากซี่ และยาวนานที่สุด
-
เมื่อได้พฤติกรรมหลักในการส่งเสริมสุขภาพช่องปากแล้ว จากนั้นก็ต้องเป็นการระดมความคิดกันในชมรมว่า ... ต้องทำอย่างไรถึงให้ได้เกิดพฤติกรรมในการส่งเสริมสุขภาพดังกล่าว ซึ่งก็คือมาตรการในสังคมนั้นๆ
-
สิ่งสำคัญคือจะต้องมีแรงจูงใจที่จะนำสู่พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพได้
-
ส่วนการป้องกันก็เป็นการลดความเสี่ยง
-
... แต่ไม่ควรมองเฉพาะกลุ่มนี้เช่นกันเพราะกลุ่มอื่นก็มีโอกาสเกิดการสูญเสียซี่ฟันได้ และนำสู่การรักษาตามด้วยการใส่ฟันเทียมในที่สุด
-
อีกปัจจัยที่สำคัญ จะเป็นเรื่องของ individual appoach และ community appoach ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จด้วย
หลักการใหญ่ในการส่งเสริมสุขภาพให้สำเร็จได้นั้นจะต้องอาศัย Ottawa Charter โดยอย่างแรกคือต้องมี
-
Healthy Pubic Policy - ต้องมีนโยบายในการดำเนินการต่างๆ
-
Persornal Skill
-
Strengthen Community - ชุมชนต้องเข้มแข็งและมีส่วนร่วม
-
การจัดการสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี
-
การปรับระบบบริการ ต้องเป็นรูปแบบที่ส่งเสริมสุขภาพด้วย
- โรงพยาบาลตำบล ก็น่าที่จะมีทันตภิบาลมาช่วยปิดช่องว่างงานบริการทางทันตกรรมได้เป็นอย่างดี
โดยกลยุทธ์ที่สำคัญที่จะไปให้ถึงได้ก็คือ Bangkok Charter ซึ่งได้แก้
-
Partnership เพื่อปิด gap ของ social determinant คือ กลุ่มกำหนดนโยบาย ของภาครัฐ กลุ่มทางวิชาการ กลุ่ม NGO
-
Building Capacity
-
Advocate
-
Invest
-
Regulate กฎหมายต่างๆ
ภายใต้กฎบัตรกรุงเทพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน่าจะมีในส่วนงานทันตกรรม สิ่งสำคัญคือเราจะ advocate ได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการพึ่งตนเองในทุกๆ เรื่อง การใช้ทุนทางสังคมให้คุ้มในลักษณะการส่งเสริมสุขภาพ สิ่งสำคัญคือ เราต้องมี 3 ประเด็นให้กับสังคม คือ
- ระบบข้อมูลการเฝ้าระวังเพื่อการประเมินตนเอง
- มาตรการทางสังคมเพื่อไปให้ถึงพฤติกรรมในการส่งเสริมสุขภาพ
- ระบบบริการต่าง และกิจกรรมที่ทำกันเอง
ท้ายสุดฝากเป็นประเด็นความคิดต่อไปว่า
-
ในฐานะของทันตแพทย์ เราจะทำอะไรในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคมนี้
-
และ ภาวะโลกร้อน บทบาทของเราจะขับเคลื่อนอะไรไดบ้าง
รวมเรื่อง ถ่ายทอดโครงการฟันเทียมฯ 2553-2554
แวะมาอ่านและแวะมาเยี่ยมแม่หมอครับ ( เรียกตามอ.ขจิต อิอิ)