ความเปลี่ยนแปลงของใจ


ทุกครั้งที่ครูกระเทาะจิตเลว ๆ หนูก็จะสำรอกของเน่าออกมาสาดใส่ครูทุกครั้ง แต่ที่แปลกคือ ทุกครั้งหลังจากสำรอกของเน่าในจิตออกไป ใจหนูค่อย ๆ สว่างขึ้น สวางขึ้น จุดดำ ๆ ค่อย ๆ จากลง จากเดิมที่เคยเป็นคลื่นดำอำมหิตรุนแรง เริ่มเบาลง สีดำก็ค่อย ๆ จากลง ความรุนแรงของคลื่นก็ค่อย ๆ เบาลง ใจหนูสว่างเบิกบานมากขึ้น

 

 

ก่อนหน้าที่จะรู้จักครู หนูเป็นคนที่มีเปลือกนอกเป็นคนที่มีความเสียสละ ชอบทำงานเพื่อสังคม ชอบช่วยเหลือคน โดดเด่น ไม่แคร์ใคร ไม่สนว่าใครมองยังไง แต่รู้สึกว่า เป็นคนดี แม้จะไม่มีใครเคียงข้างก็ตาม

แต่พอเริ่มรู้จักครู ท่านค่อย ๆ เคาะ ค่อย ๆ สกัด กำแพงใจ จากเดิมที่ดูเหมือนเป็นคลื่นเล็ก คล้ายจะสงบ แต่ภายในเต็มไปด้วยหนามแหลมทิ่มแทงผู้คน จากความช่วยเหลือที่หนูหยิบยื่นให้ จากการรับความช่วยเหลือจากหนู ผู้รับจะทั้งสบายใจและบาดเจ็บไปพร้อม ๆ กัน

เอาหล่ะ พอครูพาหนูเดินเข้าไปในใจตนเอง

ลึกเข้าไปอีก หนูแทบวิ่งหนี เพราะมันเป็นความมืดดำ อำมหิต ที่หนูไม่เคยมองเห็นมาก่อน หนูแทบกรี๊ดออกมา เหมือนในละครน้ำเน่า เอาสองมือปิดหูตนเองแล้วกรี๊ดออกมาว่า "ไม่จริ๊ง ไม่จริง อย่ามาใส่ร้ายฉัน ฉันเป็นคนดี เห็นไหม ใคร ๆ ก็บอกอย่างนั้น ครูจะมาว่าหนูอำมหิตได้อย่างไร"

หนามดำ ๆ ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคของหนูก็ทิ่มแทงครู ทั้ง ๆ ที่ท่านเข้ามาช่วยเหลือ ลากหนูเข้าไปดูใจตนเอง ลึกเข้าไปอีก ๆ จากช่วงแรกที่หนูเห็นความมืดดำอำมหิตในใจตนเองในช่วงท้ายของระยะ 1 ที่หนูวาดไว้

มาเจอระยะที 2 ครานี้หนูหนักอึ้ง เหมือนโดนภูเขาทั้งลูกทับเอา แทบจะเขวี้ยงของใส่ครูเลยทีเดียวคราวนี้

เพราะไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าใจตนเองจะตันและมืดบอด ใจหนูเกิดการต่อต้านครูอย่างรุนแรง รับไม่ได้ ไม่ฟังคำสอน ไม่เชื่อ อีกต่อไป แว้งกัดทุกครั้งที่มีโอกาส จนท่านแซวขำ ๆ ว่า "หนูเป็นหมาเหรอ" ฮ่า ๆ

แต่ด้วยความอดทนและมีเมตตาของครูท่านก็พาหนูเดินต่อ ทั้ง ๆ ที่ผู้คนรายล้อมครูบอกกับครูว่า

 "ทิ้งมันเถอะ มันเนรคุณ มันไม่รู้จักบุญคุณ ปล่อยเขาไปตามยถากรรมเขาเถอะไปช่วยทำไม เปลืองตัว " 

ตลอดเส้นทางที่ครูช่วยเหลือหนู มีคำพูดเหล่านี้คอย สั่นไหวความมุ่งมั่นของครูเสมอ แต่ครูก็ไม่ได้ถอย หรือปล่อยมือไป  

เหมือนครูรับศึก 2 ด้าน ทั้งจากจิตของศิษย์ชั่วเอง และผู้คนรายล้อม

คำพูดเหล่านี้เพียงทำให้แววตาของครูกระตุก แต่ไม่ได้ทำให้กำลังใจครูหมดไป ครูยังจับมือหนูไว้แน่น ทั้ง ๆ ที่มือหนูเน่าเหม็นและเต็มไปด้วยเชื้อโรคที่พร้อมจะทำร้ายครูได้ทุกขณะ

ทุกครั้งที่ครูกระเทาะจิตเลว ๆ หนูก็จะสำรอกของเน่าออกมาสาดใส่ครูทุกครั้ง แต่ที่แปลกคือ ทุกครั้งหลังจากสำรอกของเน่าในจิตออกไป ใจหนูค่อย ๆ สว่างขึ้น สวางขึ้น จุดดำ ๆ ค่อย ๆ จางลง จากเดิมที่เคยเป็นคลื่นดำอำมหิตรุนแรง เริ่มเบาลง สีดำก็ค่อย ๆ จากลง ความรุนแรงของคลื่นก็ค่อย ๆ เบาลง

ระยะที่ 3 ก็ยังมีคลื่นรุนแรงอยู่ แต่ความอำมหิตน้อยลง รู้จักทำความดีอย่างจริงใจมากขึ้น แม้จะทำได้ไม่ตลอดเวลาแต่ก็เห็นพัฒนาการชัดเจน

ระยะที่ 4 คลื่นในจิตก็ยังรุนแรงและมืดดำอยู่ แต่ก็เบาลง พยุงตัวได้บาง เหมือนเชื้อโรคร้ายที่เคยอยู่ภายในจิต เกิดเป็นภูมิคุ้มกัน สร้างเกาะขึ้นมารักษาจิตตนเอง มือที่ครูเคยจับไว้จากเดิมที่เน่าเฟะ ตอนนี้เริ่มจะเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ยิ้มได้มากขึ้น มองครูได้งดงามมากขึ้น สำนึกในพระคุณมากขึ้น แต่ตอนขาดสติก็ยังมีเผลอเพ่งโทษอยู่

ในระยะที่ 5 , 6 และ  7 เปรียบเหมือนพัฒนาการของจิต ในจินตนาการของหนู ที่จะค่อย ๆ ใสและเบิกบานมากขึ้น การอธิบายให้ลึกกว่านี้ ดูท่าทางจะเป็นเพียงจินตนาการ แต่เป็นความเชื่อว่า จะเป็นดังภาพที่ร่างไว้

 

กราบขอบพระคุณครูค่ะ ที่เมตตาสั่งสอน  

หมายเลขบันทึก: 314529เขียนเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2009 05:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:55 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี