ในช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองจะค่อนข้างเครียด ทั้งๆที่พยายามผ่อนคลาย เนื่องจากมีท่านผู้เฒ่าที่เราต้องคอยติดตามอารมณ์ของท่านอยู่ด้วย นึกถึงนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ทั้งหลายขึ้นมาตะหงิดๆเลยค่ะ สงสัยว่าเขามีวิธีผ่อนพักใจกันอย่างไรหนอ นี่ขนาดเรารับผิดชอบคนเพียงคนเดียว แถมเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพรักท่านด้วย บางครั้งเรายังอดที่จะนึกอึดอัดขัดใจไม่ได้ ถือเป็นการฝึกตัวเองให้รู้จักติดตามอารมณ์ตัวเอง ตั้งสติให้ดีว่าจะทำอย่างไรให้ไม่"หลุด" เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์แล้ว ยังไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกหลานอีกด้วย ยังคงทำได้ในขั้นดีอยู่ค่ะ แต่ก็บอกได้ว่ารู้สึกเครียดทีเดียวเวลาอยู่ที่บ้าน
ส่วนในที่ทำงานช่วงนี้ ก็เป็นช่วงแห่งความวุ่นวาย เพราะเราจะต้องรับการตรวจเฝ้าระวังประจำปีสำหรับมาตรฐาน ISO15189 ที่เราได้รับมาแล้ว ซึ่งทำให้ต้องทบทวนเรื่องต่างๆกันเข้มข้นกว่าปกติ แม้ว่าเราจะปฏิบัติกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ขึ้นชื่อว่า"การตรวจ" ก็พาให้ตื่นเต้นกันได้ไม่น้อยทีเดียว ในหน่วยเคมีคลินิกของเราที่แม้จะมีการทดสอบที่ผ่านการรับรองไปแล้วจำนวนมาก แต่เราก็ยังมีอีกหลายการทดสอบที่เรายังไม่ได้ส่งเพื่อประเมิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานเอกสารและอีกหลายๆระบบงานในหน่วยมีการแบ่งส่วนอยู่บ้าง แต่เราก็พยายามให้เอกสารต่างๆที่เรามีไว้ในหน่วย ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการทดสอบที่ได้รับการรับรองหรือไม่ก็ตามเป็นไปในมาตรฐานทิศทางเดียวกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานเราเยอะเป็นพิเศษ
ได้เห็นความกระตือรือร้นที่จะช่วยกันปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบอร์ดข้อมูลในหน่วยให้ดูดี การจัดการกับสิ่งต่างๆในหน่วยเพื่อรองรับ"การตรวจเฝ้าระวัง"ที่จะมาถึงของสมาชิกในหน่วยเราแล้ว บอกได้เลยว่า ประทับใจกับความร่วมมือร่วมใจ ลงมือทำทุกอย่างที่พอจะทำได้ ไม่ต้องกำหนดหรือกะเกณฑ์อะไรกันเลย ทุกคนยินดีช่วยกันคิดช่วยกันทำในทุกเรื่องที่คิดว่าจะเป็นการช่วยให้หน่วยดูดี บอกได้ว่าไม่ใช่การทำ"ผักชีโรยหน้า"แต่อย่างใด แต่เป็นการทำเพื่อ"ต้อนรับแขก"โดยสมาชิกในครอบครัวเคมีคลินิกของเรา เป็นเสน่ห์ของที่ทำงานของเราซึ่งทำให้รู้สึกว่าเราโชคดีที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งนี้ ย้ำความคิดที่มีอยู่เสมอว่า หากคนในที่ทำงานร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน หนักนิดเบาหน่อยเราก็อภัยให้กัน จนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมากกว่าเพียงเพื่อนร่วมงาน ทำให้ที่ทำงานแม้จะเป็นที่ที่เรามาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยสาหัสอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน กลายเป็นที่แห่งความสุขที่เรายินดีจะมาเจอกันไปได้
สวัสดีค่ะ...คุณโอ๋-อโน
แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนทักทายค่ะ
ชอบค่ะ
หากคนในที่ทำงานร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน หนักนิดเบาหน่อยเราก็อภัยให้กัน จนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมากกว่าเพียงเพื่อนร่วมงาน ทำให้ที่ทำงานแม้จะเป็นที่ที่เรามาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยสาหัสอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน กลายเป็นที่แห่งความสุขที่เรายินดีจะมาเจอกันไปได้
เป็น เรื่องที่น่าชื่นชมครับ
หลักการนี้ ผมใฝ่ฝัน จะนำมาใช้เช่นกัน
หวังว่า สักวัน คงทำสำเร็จครับ
สวัสดีค่ะ