ระบบจุดระเบิด ( Ignition System)

 

ระบบจุดระเบิด ทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับหัวเทียน ทำการจุดประกายไฟ เพื่อใช้ในการระเบิดในกระบอกสูบ ตามจังหวะที่ลูกสูบแต่ละสูบ เคลื่อนที่ขึ้นไป ก่อนจะถึงตำแหน่งศูนย์ตายบน (Top Dead Center) ในปลายจังหวะอัด ของลูกสูบแต่ละสูบ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กำเนิดกำลังไฟ ที่ใช้ในการนี้คือ คอยล์จุดระเบิด (Coil) รถยนต์บางรุ่นโดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ อาจไม่ใช้ระบบจุดระเบิดโดยใช้ คอยล์จุดเป็นอุปกรณ์หลัก แต่จะใช้ระบบอีเล็คทรอนิคทำงานแทน

 

 

 

เครื่องยนต์ 4 สูบ 6 สูบ 8 สูบ หรือ 12 สูบ ก็แล้วแต่ จะมีหัวเทียนเป็นตัวสร้างประกายไฟ สำหรับจุดระเบิด และสำหรับไฟฟ้า ที่ใช้ในการจุดระเบิด ที่ปลายหัวเทียนจะ มีขนาดประมาณ 20,000 - 30,000 โวล์ หรือมากกว่า ไฟฟ้าเหล่านี้ ได้มาจาก กระบวนการแปลงไฟ จากแบตเตอรี่ขนาด 12 โวล์ ผ่านตัว คอยล์จุดระเบิด (Coil) คอยจุดระเบิดนี้จะพร้อมทำงานในตอนที่ เราบิดลูกกุญแจสตาร์ท ไปอยู่ตำแหน่ง "ON" ซึ่งเมื่อคอยล์ทำงาน ก็จะส่งปริมาณไฟไปให้จานจ่าย ตัวจานจ่ายจะทำหน้าที่ แจกจ่ายกระแสไฟฟ้าปริมาณดังกล่าว ไปตามสายส่งกระแสไฟ เข้าสู่หัวเทียนแต่ละหัว และตัวจานจ่ายนี้เอง จะมีแกนเพลากลางหมุนได้ ซึ่งได้รับแรงหมุน มาจากกลไกของเพลาลูกเบี้ยว ในห้องเครื่องยนต์ หรืออาจจะได้รับแรงหมุน ถ่ายทอด มาจากกลไกของเพลาข้อเหวี่ยง (สำหรับเครื่องยนต์บางรุ่น)

 

เมื่อเครื่องยนต์หมุน แกนจานจ่ายก็จะหมุนตาม แกนนี้ก็จะมีกลไก สำหรับจ่ายไฟที่ได้รับมาจากคอยล์จุดระเบิด เข้าสู่ขั้วไฟแต่ละขั้ว (ที่ต่อกับสายไฟหัวเทียนแต่ละสาย) เมื่อมีการจ่ายไฟแรงสูงมาที่หัวเทียน ก็จะมีการครบวงจร ที่เขี้ยวหัวเทียน ทำให้เกิดประกายไฟ ในปลายจังหวัะอัดของลูกสูบ จึงเกิดระเบิดได้ เมื่อเครื่องยนต์ เริ่มหมุนแล้ว เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Alternator) ก็เริ่มทำงานตามการหมุนของเครื่องยนต์ โดยจ่ายกระแสไฟ ป้อนเข้าสู่แบตเตอรี่ และคอยจุดระเบิด จะเห็นว่า เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทำงานงานแล้ว ตัวอัลเทอร์เนเตอร์ จะเป็นอุปกรณ์หลักที่สร้างกระแสไฟ ป้อนสู่อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในรถยนต์