รศ.ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล ได้รับรางวัล  TRF-CHE-SCOPUS Researcher Award 2009

          โดยมีคำสดุดีดังต่อไปนี้

 

รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล
ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เรื่อง โบรอนโดปไดมอนด์: วัสดุดีเยี่ยมสำหรับการประยุกต์วิเคราะห์เชิงเคมีไฟฟ้า

1. ประวัติส่วนตัว
          รองศาตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเคมี จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2525 ปริญญาวิทยาศาตรมหาบัณฑิต สาขาเคมีวิเคราะห์ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2529 และปริญญาเอก สาขาเคมีวิเคราะห์ จาก The University of New Mexico ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2537 ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้
     1. รางวัลผลงานวิจัยดี กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2543
     2. รางวัล Best Article Award จาก The Japanese Association for Flow Injection Analysis (JAFIA) and The Division of the Japanese Society for Analytical Chemistry ในปี พ.ศ. 2549
     3. รางวัล Most Cited  Research Publication Award จาก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2551
     4. รางวัล  JAFIA  Scientific  Award จาก The Japanese Association for Flow Injection Analysis (JAFIA) and The Division of the Japanese Society for Analytical Chemistry ในปี พ.ศ. 2551

2. ผลงานวิจัยโดยสรุป
          งานวิจัยหลักของรองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ  ชัยลภากุล เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคนิคเคมีวิเคราะห์เชิงไฟฟ้า โดยเน้นการพัฒนาขั้วไฟฟ้าใช้งานชนิดต่างๆ เช่น ขั้วไฟฟ้าฟิล์มบางโบรอนโดปไดมอนด์ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสมบัติเด่นน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับขั้วไฟฟ้าใช้งานอื่นๆ ที่พบในปัจจุบัน โดยค้นพบการใช้ประโยชน์ของขั้วไฟฟ้าชนิดนี้สำหรับงานด้านเคมีวิเคราะห์  งานวิจัยเหล่านี้ประกอบด้วยองค์ความรู้ใหม่ ได้แก่ การนำขั้วไฟฟ้าชนิดใหม่มาใช้สำหรับการตรวจวิเคราะห์สารประกอบอินทรีย์ชนิดต่างๆ ร่วมกับระบบของไหล ซึ่งประกอบด้วย ระบบโฟลว์อินเจคชัน ไฮเปอร์ฟอร์มานส์ลิควิดโครมาโทกราฟีสำหรับการตรวจวัดสารประกอบอินทรีย์ที่มีความสำคัญในตัวอย่างอาหารและยา เช่น สารในกลุ่มซัลโฟนามายด์ สารกลุ่มเตตร้าไซคลิน อะซิตามิโนเฟน แคพโทพริล ไทโอโพรนิน และอื่นๆ จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่าขั้วไฟฟ้าฟิล์มบางโบรอนโดปไดมอนด์เป็นขั้วไฟฟ้าชนิดใหม่ที่สามารถนำมาใช้สำหรับงานด้านเคมีวิเคราะห์ ทำให้หาปริมาณสารประกอบอินทรีย์ได้ทั้งในด้านคุณภาพวิเคราะห์และปริมาณวิเคราะห์  และการใช้ขั้วไฟฟ้าชนิดนี้ยังสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบในขั้วไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทำให้สามารถตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่มี Impact factor สูง จากผลงานที่ได้ตีพิมพ์แสดงให้เห็นว่างานวิจัยเหล่านี้เป็นงานวิจัยใหม่ที่ยังไม่มีการศึกษามาก่อน  สารที่เลือกมาทำการวิเคราะห์ล้วนแต่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชากร นอกจากนี้วิธีการวิเคราะห์ที่เสนอในงานวิจัยยังเป็นวิธีที่ง่าย ประหยัด รวดเร็ว ใช้สารเคมีปริมาณน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยในอดีตที่ผ่านมา วิธีการดังกล่าวยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสารตัวอย่างจริงได้ทั้งในกรณีที่สารตัวอย่างนั้นเป็นสารที่ไม่มีความซับซ้อนและเป็นสารที่มีความซับซ้อนได้ ซึ่งจัดเป็นการประยุกต์ใช้งานพื้นฐานที่ประสบความสำเร็จ

3. ปัจจัยที่ส่งเสริมให้งานวิจัยประสบความสำเร็จ
          ปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญที่ทำให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงได้ดี คือ การได้โอกาสและได้รับการสนับสนุนจาก สกว. คำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากคณาจารย์ รวมทั้งได้รับการส่งเสริมให้มีโอกาสได้รับความรู้ใหม่ๆ จากต่างประเทศ และการสนับสนุนเครื่องมือวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสถานที่ในการทำวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือความร่วมมือร่วมแรงจากลูกศิษย์ทุกรุ่นสำหรับการสร้างผลงานที่มีคุณค่า และที่สำคัญยิ่ง คือ กำลังใจจากครอบครัว

4. การใช้ประโยชน์ของงานวิจัย
          การพัฒนาขั้วไฟฟ้าใช้งานสำหรับการวิเคราะห์เชิงเคมีไฟฟ้ามีความสำคัญมาก สำหรับการพัฒนาวิธีใหม่เพื่อการวิเคราะห์สารหลักหรือสารปนเปื้อนในอาหารและยา ซึ่งจัดเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์     การใช้ขั้วไฟฟ้าทั่วไป เช่น ขั้วกลาสสิคาร์บอนจะให้สัญญาณต่ำ ทำให้วิธีวิเคราะห์นั้นๆ มีขีดจำกัด จากงานวิจัยนี้ค้นพบว่าเมื่อใช้ขั้วไฟฟ้าที่ทำจากโบรอนโดป       ไดมอนด์สามารถให้สัญญาณที่สูงมากโดยเฉพาะสารประกอบอินทรีย์กลุ่มที่มีซัลเฟอร์ ทำให้การประยุกต์ใช้ขั้วชนิดนี้มีความจำเพาะและมีความหลากหลายมากขึ้น สามารถต่อยอดแล้วนำมาใช้ตรวจวัดสารประกอบที่มีซัลเฟอร์อยู่ในโครงสร้างทั้งในตัวอย่างอาหารและยา หรือสารชีวภาพที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการมีสุขภาพที่ดีได้อีกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการค้นพบที่มีประโยชน์ทั้งสำหรับคนไทยและนานาชาติ

 

วิจารณ์ พานิช
๖ พ.ย. ๕๒
 
              

 

รองศาตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล เข้ารับรางวัลฯ