กระบวนการกล่อมเกลาของคนโบราณจึงสอดแทรกไปในวิถีของการกิน การอยู่ และการทำบุญทำทาน(ตาน) อยู่เสมอ จึงทำให้แทรกซึมเข้าไปในจิตใจทุกๆ วัน จนกลายเป็นวิถีปฏิบัติไปในที่สุด เป็นการสอนให้คนมีคุณธรรมอันจะเป็นสิ่งที่คอยกำกับให้คนคิดดี ทำดี และปฏิบัติดี

“ผญ๋า” เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึง ภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเป็นภูมิความรู้ที่ได้เรียนรู้และสั่งสมกันมา

“ครอบครัวเข้มแข็ง” เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ นั่นหมายถึงต้องคิด อ่าน ทำ และทบทวนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ การเรียนรู้มีหลากหลายวิธี ภูมิปัญญาของคนโบราณในการบ่มเพาะเลี้ยงดูลูกหลานมีอยู่หลากหลาย หากแต่เราได้ละเลยไป และลืมไปว่ากระบวนการสั่งสอนอบรมของคนโบราณนั้นไม่มีการจัดเวที ไม่มีการจัดอบรมสัมมนา หากแต่สอนผ่านวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีการปฏิบัติของตนเองในรูปแบบต่างๆ เช่น เพลงกล่อมลูก เพลงพื้นบ้าน (จ๊อย ซอ ค่าว) นิทาน กำบ่เก่า(สุภาษิต) ของเล่นพื้นบ้าน การปฏิบัติเป็นตัวอย่าง เป็นต้น

กระบวนการกล่อมเกลาของคนโบราณจึงสอดแทรกไปในวิถีของการกิน การอยู่ และการทำบุญทำทาน(ตาน) อยู่เสมอ จึงทำให้แทรกซึมเข้าไปในจิตใจทุกๆ วัน จนกลายเป็นวิถีปฏิบัติไปในที่สุด เป็นการสอนให้คนมีคุณธรรมอันจะเป็นสิ่งที่คอยกำกับให้คนคิดดี ทำดี และปฏิบัติดี

“ม้าก้านกล้วย” เป็นของเล่นพื้นบ้านที่คนโบราณได้สอนลูกสอนหลานทำขึ้น เพื่อใช้เล่นกัน เป็นการใช้วัสดุธรรมชาติที่เหลือใช้มาทำเป็นของเล่น ให้ได้เด็กๆ ได้เล่นสนุกสนาน เพลิดเพลิน ส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อย เป็นการกิจกรรมสานความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ได้มีกิจกรรมร่วมกัน

นี่เป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่งของการสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป ของเล่นมากมายผลิตโดยโรงงานและดิจิตอล แต่ม้าก้านกล้วยยังคงมีเสน่ห์ในตัวเองและยืนยงคงมาจนปัจจุบัน เพราะมันเป็นของเล่นที่มีชีวิต มีชีวิตของครอบครัว ครอบครัวเข้มแข็ง

“น้องซอมพอ” ลูกสาวผมก็ชอบเล่นม้าก้านกล้วย เล่นสนุกสนาน เพลิดเพลินใจครับ