นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินงานมานานพอประมาณแล้วนะครับ เกิดกรณีตัวอย่างดีๆทั่วแผ่นดิน แต่กระนั้นก็เถอะ หลายองค์กรหลายหน่วยงานก็ยังพยายามต่อยอดให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่หลายแผนงานก็ยังไม่รู้ที่จะเพิ่มประสิทธิผล ให้เข้าไปดลใจของเป้าหมายให้เกิดจุดระเบิดในวิถีชีวิตประชาคมได้อย่างไร?

มหาชีวาลัยอีสาน  ได้อบรมเกษตรกรและกลุ่มสนใจมาหลายรุ่นเรื่อยมาก ปีละ800-1,000คน คิดว่าเก็บตกกลุ่มผู้สนใจที่อยู่ในพื้นที่เคลื่อนไหวไปหมดแล้ว พวกหัวไวใจสู้จะสมัครใจเข้ามาเป็นชุดแรก หลังจากนั้นก็เก็บพวกตกค้างกับประเภทที่พอจะจูนใจกันได้บ้างมาอบรม รุ่นที่สุดท้ายปีที่แล้วค่อนข้างจะลำบาก ต้องไปเกณฑ์เกษตรกรต่างจังหวัดมาอบรม 

มาปีนี้มีเป้าหมายจะอบรมเกษตรกร 300 ราย

ผมก็ไม่ทราบว่าจะหาคนที่สนใจเรื่องนี้ได้ที่ไหน

ที่เขียนแผนไป ตั้งใจจะเอานักศึกษาปี 1-3 ในมหาวิทยาลัยต่างๆมาเข้าค่าย

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับนิสิตนักศึกษา

เพราะเล็งเห็นว่า ลูกหลานไทยรับปริญญาไปก็ใช่ว่าจะได้งานทำได้ง่ายๆ

ในระหว่างสมัครงาน หางานทำ หรือยังไม่ได้ทำ

ถ้าเอาวิชาความรู้ที่เคยอบรมเรื่องทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงมาทำ

บางทีความรู้ติดตัวเหล่านี้อาจจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

อนึ่ง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะกิจทำการเกษตรอย่างเดียว แต่เป็นวิธีคิดที่เชื่อมโยงไปถึงวินัยชีวิต ทำให้ตระหนักถึงการบริหารชีวิตให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลง คนเราถ้าหนักเอาเบาสู้ไม่เลือกงาน เวลาของชีวิตก็ไม่สูญเปล่า ทักษะชีวิตที่ติดตัวมา (ถ้าได้รับการอบรม) ก็จะเป็นขอนไม้ให้เกาะยามน้ำท่วมจมูก

แผนขยับเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่แผนสุขภาวะชุมชน เป็นแนวคิดที่มหาชีวาลัยอีสานเห็นว่า มันน่าจะเชื่อมโยงพันธกิจไปมาหาสู่กัน เพื่อรวมพลังทำให้แผ่นดินนี้มีพื้นฐานเรื่องการเดินสายกลางให้เหมาะเจาะทุกเรื่อง ถ้าหยิบเอาประเด็นสุขภาพมาต่อยอด จะเห็นระยะก้าวไปข้างหน้า ว่าจะเอาความรู้เรื่องดุลยภาพของชีวิตมาสังเคราะห์ใช้ในวิถีชุมชนอย่างไร

อันดับแรก  ควรไปตรวจโรคเบื้องต้น ถ้าเจาะโลหิตได้จะดี จะทราบว่าสภาพพยาธิวิทยาในการตนเป็นอย่างไร ใครเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน มะเร็ง เลือดข้น เลือกจาง ฯลฯ เมื่อทราบแล้วก็จะเกิดความตระหนัก ในการที่ดูแลตนเอง โดยการพึ่งตนเองด้านสุขภาพ เช่น ควรจะลดเลิกพฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวกับอาการของแต่ละคนอย่างไร บางคนอาจจะต้องดื่มน้ำมากขึ้น ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เลิกสูบบุรี เลิกสุรา ถ้าสร้างจุดสำคัญเหล่านี้ได้ ไม่เพียงเป็นการลดละเลิกอบายมุขได้เท่านั้น แต่มันเป็นการสร้างวินัยชีวิตให้กับตนเอง การชี้ชวนเชิงนโยบายทำกันอย่างเป็นกลุ่มก้อน นอกจากเป็นการปลุกกระแสรักตนเองดูแลตนเองแล้ว ยังเป็นการสร้างสุขภาวะองค์รวมอย่างเป็นรูปธรรม ในรูปแบบที่ใครๆก็ทำและร่วมมือกันได้ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย เพียงแต่จัดอบรมทำความเข้าใจบ้าง แผนงานนี้ก็จะกระตุ้นให้คนไทยดูแลตัวเอง รักตนเอง และถนอมสุขภาพตนเอง กกระแสรักตนเองดูแลตนเองแล้ว ยังเป็นการสร้างสุขภาวะองค์รวมอย่างเป็นรูปธรร ลาภที่ประเสริฐจะเกิดแก่คนไทยทั่วหน้า