คุณครูกรรณิการ์โกหกนักเรียน ชั้น ป.5 ของครูทั้งชั้นซะแล้ว ตั้งแต่วันแรกเลย
ด้วยคุณครูบอกเขาว่า ครูรักเด็กๆ เท่ากันหมดเลย แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้
เพราะว่ามีเด็กตัวเล็กๆ ท่าทางขี้เกียจคนหนึ่ง ชื่อ สมเจต สุขจิต
ครูกรรณิการ์ได้จับตาดูสมเจตมาปีหนึ่งและ สังเกตว่าเขาไม่ค่อยเล่นดีๆ
กับเด็กคนอื่นเท่าไหร่และเสื้อผ้าของเขาสกปรกและเค้าตัวเหม็นหึ่งอยู่ตลอดเวลา
และบางทีสมเจตก็เกเรด้วย ถึงขั้นที่ว่าครูกรรณิการ์สนุกกับการตรวจงาน
ของสมเจตด้วยหมึกสีแดง กากบาทไปหนาๆ และใส่ตัว
ไม่ผ่าน ตัวใหญ่ๆ ลงไปบนหัวกระดาษ
ที่โรงเรียนที่คุณครูกรรณิการ์สอน คุณครูต้องทบทวนประวัติของเด็กแต่ละคนด้วย
และครูก็ไม่ยอมตรวจประวัติของสมเจตจนกระทั่งเหลือแฟ้มสุดท้าย
แต่เมื่อคุณครูตรวจแฟ้มเข้า ครูกรรณิการ์ก็แปลกใจอย่างมาก
เมื่อพบว่าครูชั้น ป.1 ของสมเจตวิจารณ์มาว่า
"น้องสมเจตเป็นเด็กที่ฉลาดและร่าเริง ทำงานเรียบร้อย มารยาทดี
เป็นเด็กที่น่ารักมากทีเดียว"
คุณครูที่สอนสมเจตตอน ป.2 เขียนว่า
"สมเจตเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เพื่อนๆ ชอบกันทุกคน แต่กำลังมีปัญหา
เพราะแม่ของสมเจตกำลังป่วยหนักและชีวิตทางบ้านต้องลำบากมากแน่ๆ"
คุณครูที่สอนสมเจตตอน ป.3 เขียนว่า
"เขาเสียใจมากที่เสียแม่ไป เขาพยายามเต็มที่แล้ว
แต่คุณพ่อก็ไม่ค่อยให้ความรัก
ความสนใจเขาเท่าไหร่ และชีวิตที่บ้านเขาต้องส่งผลกระทบต่อเขาแน่ๆ
ถ้าไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"
คุณครูที่สอนสมเจตตอน ป.4 เขียนว่า
"สมเจตไม่ยอมเข้าสังคมและไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าที่ควรไม่ค่อยมีเพื่อน
และหลับในห้องเรียน”
ตอนนี้ คุณครูกรรณิการ์รู้ถึงปัญหาแล้ว และอับอายในการกระทำของตนเองมาก
ครูรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อนักเรียนในห้องซื้อของขวัญวันปีใหม่มาให้
ห่อในกระดาษสีสดๆ พร้อมผูกโบว์อย่างดี
ยกเว้นแต่ของสมเจต ของขวัญของสมเจตถูกห่ออย่างหยาบๆ
ในกระดาษน้ำตาลหนาๆ ที่ได้มาจากถุงใส่กับข้าวตามห้าง
ครูกรรณิการ์กัดฟันเปิดกล่องของสมเจตดู กลางกองของขวัญอื่น ๆ
เด็กบางคนเริ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่า สมเจตให้กำไลลูกปัดที่ไม่ครบเส้น
และขวดน้ำหอมที่เหลือน้ำอยู่ก้นขวดแก่เธอ
แต่ครูก็หยุดเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ
เมื่อครูเอ่ยขึ้นว่ากำไลเส้นนั้นสวยเพียงใด ถ้าได้สวมมันไว้ที่ข้อมือ
และได้ฉีดน้ำหอมไปบนข้อมือด้วย
สมเจต สุขจิต อยู่เย็นรอจนเพื่อนๆกลับและพูดกับครูว่า
"ครูกรรณิการ์ครับ วันนี้ครูตัวหอมเหมือนที่แม่ผมเคยหอมเลยครับ"
หลังจากที่นักเรียนทุกคนและสมเจตกลับบ้าน ครูกรรณิการ์ก็ร้องไห้อย่างนั้นเป็นชั่วโมง
วันนั้นเอง.....คุณครูเลิกสอนหนังสือ เลิกสอนการเขียน และเลิกสอนเลขคณิต
คุณครูเริ่มสอนเด็กๆ แทน
คุณครูกรรณิการ์เอาใจใส่สมเจตเป็นพิเศษ
เมื่อครูพยายามช่วยเขา จิตใจของเขาก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ยิ่งครูให้กำลังใจสมเจตเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตอบรับเร็วขึ้นเท่านั้น
ภายในสิ้นปีนั้น สมเจตได้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในห้อง
และแม้ว่าคุณครูจะบอกว่าครูรักเด็กทุกคนเท่ากัน
สมเจตก็ได้กลายไปเป็น"ศิษย์โปรด" ของครู
หนึ่งปีต่อมา คุณครูพบจดหมายอยู่ใต้ประตู จดหมายนั้นมาจากสมเจต
บอกครูว่าคุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี
หกปีต่อมาครูก็ได้จดหมายจากสมเจตอีก บอกว่าเขาเรียนจบ ม.ปลายแล้ว
ได้ที่สามในทั้งระดับ และคุณครูยังคงเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต
สี่ปีหลังจากนั้น คุณครูก็ได้จดหมายอีก บอกว่าแม้ว่าชีวิตเขาจะลำบากบ้าง
เขาก็ไม่ได้เลิกเรียนหนังสือ และจะจบปริญญาตรีในเร็วๆนี้
ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (เหรียญทอง)
และยังย้ำกับครูกรรณิการ์ว่า คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดและเป็นครูคนโปรดในชีวิตเขา
จากนั้นสี่ปีผ่านไป แต่จดหมายอีกฉบับหนึ่งก็มา
ครั้งนี้เขาอธิบายว่าหลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรีแล้ว
เขาตัดสินใจที่จะเรียนต่ออีกนิด
จดหมายนั้นอธิบายว่าคุณครูยังเป็นครูคนที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี
แต่ตอนนี้ชื่อของเขายาวขึ้นอีกหน่อย จดหมายนั้นลงชื่อว่า
นพ. สมเจต สุขจิต
เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ คือว่า ฤดูหนาวในปลายปีนั้นก็ยังมีจดหมายมาอีก
สมเจตบอกว่า เขาได้เจอสาวคนหนึ่งและก็จะแต่งงานกัน
เขาอธิบายว่าพ่อของเขาได้เสียไปเมื่อสองสามปีก่อนและเขาสงสัยว่า
คุณครูกรรณิการ์ จะยินยอมมานั่งในที่นั่งสำหรับผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวในงานแต่งงานหรือไม่
แน่นอนที่สุด ครูกรรณิการ์ก็มา และทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณครูใส่กำไลข้อมือเส้นนั้น เส้นที่มีลูกปัดหายไปหลายลูก
และได้ฉีดน้ำหอมที่สมเจตให้และจำได้ว่าแม่เขาฉีดตอนที่ฉลองเทศกาล
ปีใหม่ครั้งสุดท้ายด้วยกัน
ครูกับศิษย์กอดกันกลมเลย
และคุณหมอเจตก็กระซิบในหูคุณครูกรรณิการ์ว่า
"ขอบคุณมากนะครับคุณครูที่เชื่อในตัวผม
ขอบคุณมากที่ทำให้ผมรู้สึกสำคัญและแสดงให้ผมเห็นว่าผมสามารถ
ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้"ครูกรรณิการ์กระซิบตอบพร้อมน้ำตานองหน้าว่า "
“หมอเจต เธอเข้าใจผิดแล้วแหละ
เธอต่างหากที่สอนครูว่า ครูสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้
ครูไม่รู้จักการสอนจนกระทั่งครูได้พบ ได้รู้จักเธอนั่นแหละ"
ขอฝากถึงครูพันธุ์ “R”ทุกท่าน โปรดเติมเต็มหัวใจศิษย์ของเราด้วยความรักเสียแต่
วันนี้...........
และโปรดจำว่า ไม่ว่าคุณจะไปไหนหรือทำอะไร
คุณจะมีโอกาสที่จะสัมผัสและ/หรือเปลี่ยนอนาคตของคนอื่นเสมอ
ขอให้คุณสัมผัสและเปลี่ยนอนาคตของลูก(ศิษย์)ในทางทีดีด้วยล่ะ