หมุดรายทาง
การกำหนดเป้าหมายรายทางไว้
ทำให้การเดินทางหรืองานมีทิศทางชัดเจน ไม่สะเปะสะปะ
แต่ในสถานที่หรืองานเชิงบุกเบิก
บางทีหมุดรายทางที่ตั้งไว้
อาจทำให้หลงออกนอกจุดหมายที่แท้จริง
ทะเลสาบวาคาตีปู
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๑

ตั้งแต่ขับรถออกจากบ้านมารีที่อินเวอร์คาร์กิล มีเรื่องหนึ่งที่คั่งค้างอยู่ในหัว พอคิดเรื่องอื่นไปบ้าง ก็แว๊บกลับมาเรื่องนี้อีก ..ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับมารีให้นานกว่านี้ เขาเป็นหญิงชราตัวคนเดียว การมีใครสักคนไปอยู่เป็นเพื่อน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆน่าจะมีความหมายกับเขามาก แล้วทำไมเราถึงใจร้ายกับเขาแบบนี้ เมื่อลองคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง..ก็.. เรามีตารางเวลากำหนดไว้แล้ว ยังไงก็ต้องจากมา
พอทบทวนแผนการเดินทางทั้งหมด ก็พบว่า มีจุดตรึงหรือหมุดรายทางที่ถูกกำหนดตายตัวไว้แล้วทั้งกาละและเทศะ ๕ จุดด้วยกัน ถ้าไม่นับจุดเริ่มต้นที่สนามบินไครส์ทเชิร์สในวันแรก กับจุดสุดท้ายที่สนามบินโอคแลนด์ในวันกลับ ๒ จุด ก็จะมีเพียง ๓ จุดเท่านั้นที่ถูกกำหนดไว้ก่อนล่วงหน้าเพราะผมได้จองเอาไว้แล้วจากประเทศไทย คือ เวลาลงเรือล่องมิลฟอร์ด ซาว์ดเมื่อวาน เวลาลงเรือเร็วล่องแม่น้ำช็อตโอเวอร์วันนี้ และเวลาลงเรือเฟอรี่ข้ามจากเกาะใต้ไปเกาะเหนือในวันที่ ๒ เมษายน คืออีก ๓ วันข้างหน้า
เตือนสติตัวเองอีกครั้งว่า กำลังถูกโรคจอมวางแผน เล่นงานอีกแล้วนะ นายหมี*

ไม่นานนัก ทางหลวงหมายเลข ๖ ก็มาถึงจุดใต้สุดของทะเลสาบวาคาตีปู (Lake Wakatipu)* ที่เมืองคิงสตัน (Kingston) เมืองชุมทางรถไฟในยุคตื่นทอง และมีชื่อเสียงเรื่องทางรถไฟสายโบราณย้อนยุคที่ยังใช้หัวรถจักรไอน้ำ แต่ปัจจุบันก็เลิกกิจการไปแล้ว
พอเห็นทะเลสาบตามหมาย สิ่งแรกที่ผมมองหาก็คือ ขุนเขาที่ทอดตัวอยู่ด้านตะวันออก หรือด้านขวาในภาพด้านบน เทือกเขาสูงชันที่บรรดาสาวกแหวนทั้งหลายคุ้นตา..เดอะ รีมาคเคเบิลส (The Remarkables)*
ในที่สุด ผมก็มาถึงแล้ว..นี่ขนาดไม่ใช่สาวกแหวน ยังอดตื่นเต้นไม่ได้เลย ว่าเรามาถึงใจกลาง มิดเดิลเอิร์ธ (Middle Earth) แห่งตำนานแหวน (The Lord of the Rings) แล้ว นะนี่ และนับจากจุดนี้เป็นต้นไป ทางหลวงสายนี้ก็จะลัดเลาะไปตามไหล่เขาใต้เงาเงื้อมปราการธรรมชาติอันสูงใหญ่ ที่ขนาบอยู่ทางทิศตะวันออกนี้ โดยมีทะเลสาบวาคาตีปูขนาบอยู่เบื้องล่างทางทิศตะวันตก

จุดชมวิวที่สวยทีี่สุดบนถนนสายนี้ คือ จุดชมวิวชื่อสยองว่า The Devil's Staircase ซึ่งผมขอแปลว่า ขั้นบันไดอสูร อันมีที่มาจากลักษณะของถนนช่วงนี้ที่ทั้งคดเคี้ยว แถมขึ้นๆลงๆ อีกต่างหาก ถ้ามัวแต่ขับรถชื่นชมความงามธรรมชาติ มีหวังได้ไปร่วมไต่บันไดกับท่านอสูรเป็นแน่ โชคดีที่เขาจัดเป็นจุดจอดรถให้ จึงได้ภาพข้างบนมา
ถ่ายรูปเดอะ รีมาคเคเบิลส มาฝากพวกสาวกแหวนทั้งหลาย ตามภาพข้างล่าง จะเห็นว่า ตรงแถบนี้เพิ่งผ่านไฟป่าคร้ั้งใหญ่มาไม่นานนี่เอง เพราะยังมีต้นไม้ยืนต้นตายเป็นตอตะโกอยู่เลย และลมตรงนี้ก็โหมกระพือพัดแรงจริงๆ

* หมี เป็นสัญญลักษณ์ของคนที่มีลักษณะนิสัยชอบความสมบูรณ์แบบ ชอบวางแผน ปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ประเภทช้าแต่มั่นคง ผิดพลาดน้อย แต่ไม่ยืดหยุ่น หากสนใจรายละเอียด สามารถหาอ่านในหัวข้อ "ผู้นำสี่ทิศ" ซึ่งประกอบด้วย สัตว์สี่ตัว คอ กระทิง อินทรี หนู และหมี
* ทะเลสาบวาคาตีปู (Lake Wakatipu) เป็นทะเลสาบที่เกิดจากธารน้ำแข็ง มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ รองจากตาอูโป และ เต อานาอู ความที่มีระดับน้ำขึ้นลงต่างกันได้ถึง ๑๒ เซนติเมตรทุกๆ ๕ นาที และรูปร่างเหมือนงูเลื้อย จึงมีตำนานเมารีกล่าวถึงอสูรกายที่นอนอยู่ใต้ร่องลึกของทะเลสาบ และน้ำที่ขึ้นลงเป็นจังหวะถี่แบบนี้ก็เพราะการเต้นของหัวใจมัน ชื่อในภาษาเมารีมาจากคำว่า วาคาตีปูอา (Wakatipua) waka=เรือ tipua=อสูรกาย หรืออีกที่มาหนึ่งคือ ฟาคาตีปู (Whakatipu) หมายถึง การเติบโต เพราะ มีชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งถูกศัตรูโจมตีพ่ายแพ้ มาพักฟื้นและตั้งต้นชีวิตใหม่ที่นี้
* เดอะ รีมาคเคเบิลส (The Remarkables) ได้ชื่อเชยๆแบบนี้ เพราะความสูงตระหง่านในทำเลทองติดทะเลสาบ ไต่ระดับความชันอย่างรวดเร็วไปถึงยอดสูงสุด คือ ดับเบิลโคน (Double Cone) ที่ ๒๓๔๐ เมตร เวลาคนมองมาจากเมืองควีนสทาวน์โดยเฉพาะในยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ต้องหลุดปากออกมาว่า..อุแม่เจ้า มันน่าทึ่งจริงๆ อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีคนพยายามอธิบายความมหัศจรรย์ของเทือกเขานี้ คือ มันเป็น ๑ ใน ๒ เทือกเขาสูงในโลกนี้ ท่ีวางตัวในแนวทิศเหนือใต้ตรงเผง อีกเทือกหนึ่งคือ เทือกเขารอกกี้ในทวีปอเมริกาเหนิือ คำอธิบายอันหลังนี่ดูเกินๆพิกล เพราะเทือกเขาในประเทศไทยก็แนวเหนือใต้้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ แดนลาว ถนนธงชัย...
ปูยังสงสัยเรื่อง เทศะ ๒ จุดในปรัชญาเรื่อง ระยะห่าง ซึ่งท่านอ. ทิ้งทวนไว้ค่ะ
ตอนแรกคิดถึง ทั้งกาละและเทศะ หากแต่ไม่แน่ใจ พอมาอ่านเรื่องนี้ ก็ปิ๊งส์แว้บ ค่ะ
... แปลกดีนะคะ ชื่อเมืองฝั่งกระนี้ มี วาคาตีปู ก่อนนี้ก็ออนาปูเร ลงท้ายแบบ ออๆ อูๆ ... คิดถึงทีลอเร ทีลอซู เลยค่ะ
ธรรมชาติงดงามช่วยชำระความอ่อนล้า
แอบตามอาจารย์มาเที่ยวพอดีมีภาพหนึ่ง
อาจไม่เหมือนแต่คล้าย ๆ บังเอิญเก็บได้มาตอน
ลงเขื่อนรัชชประภากับเพื่อนมาแลกเปลี่ยนคะ
แวะมาตรวจหมุดรายทางขอรับอาจารย์หมอ..
มาเพ่งพิศภาพอีกครั้งค่ะท่านอาจารย์หมอ ชอบภาพแรก งามมากๆ ค่ะ หากแต่ต้นไม้ไร้ใบดูเหงาๆ จริงค่ะ
ทั้งจุดชมวิว บันไดอสูร และดับเบิ้ลโคน บรรยากาศดูแห้งแล้ง โหวงเหวง ลึกลับหากน่าค้นหาสมชื่อนะคะ
อยากชมภาพสายัณห์ตะวันตกเล ณ ๒๓๔๐ จังค่ะว่าจะ ว้าว จริงหรือเปล่า ... ท่านอ.เดินทางปลอดภัยนะคะ จะรอเป็น armchair traveller ผ่านสวนอักษรค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมชม
สวยงามจริงๆ เลยนะคะ
ขอบคุณค่ะ^^
อาจารย์ได้ชิมข้าวเม่าที่สยามนิรมิตร ฤ เปล่า อร่อยดีค่ะ