ชื่อเรื่อง การปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา จังหวัดระยอง
ผู้วิจัย นางสาววราภรณ์ ยมหา
ปีที่วิจัย 2550
วัตถุประสงค์
- เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา จังหวัดระยองตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนเอกชน โดยจำแนกตามประสบการณ์และขนาดของโรงเรียน
- เพื่อเปรียบเทียบระหว่างความคิดเห็นของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสบการณ์ในการสอนมากกับครูโรงเรียนที่มีประสบการณ์สอนน้อยต่อการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา จังหวัดระยอง
- เพื่อเปรียบเทียบระหว่างความคิดเห็นของครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดเล็ก และขนาดกลาง ต่อการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา จังหวัดระยอง
วิธีดำเนินการวิจัย ใช้วิธีการเชิงสำรวจ โดยขั้นตอนการดำเนินการศึกษาค้นคว้า ดังนี้
- ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
- เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- การเก็บรวบรวมข้อมูล
- สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร ได้แก่ ครูผู้ปฏิบัติงานสอนในโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ โรงเรียนระยองพณิชยการ โรงเรียนโปลีเทคนิคระยอง โรงเรียนเทคโนโลยีเฉลิมพระเกียรติระยอง และโรงเรียนพัฒนเวชบริหารธุรกิจ จำนวน 218 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้ปฏิบัติการสอนในโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขตจังหวัดระยอง ได้แก่ โรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ โรงเรียนระยองพณิชยการ โรงเรียนโปลีเทคนิคระยอง โรงเรียนเทคโนโลยีเฉลิมพระเกียรติระยอง และโรงเรียนพัฒนเวชบริหารธุรกิจ จำนวน 139 คน ตามขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, p. 608) โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งเป็นชั้น (Stratified Random Sampling) ตามขนาดโรงเรียน ซึ่งได้แก่กลุ่มตัวอย่างเป็นครูโรงเรียนขนาดเล็ก 29 คน ครูโรงเรียนขนาดกลาง 110 คน และได้ใช้เป็นกลุ่มทดลองแบบสอบถาม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือทีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นแบบสอลบถามที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง ที่ใช้รวบรวมข้อมูลจากครูปฏิบัติการสอน แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของครูปฏิบัติการสอนในโรงเรียน ได้แก่ ประสบการณ์ในการสอน และขนาดของโรงเรียน จำนวน 2 ข้อ เป็นลักษณะการสำรวจรายการ(Check List)
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษาระยอง โดยแบ่งเป็น 6 ด้าน คือ ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ หลักสูตรและงานการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การบริการวิชาชีพสู่สังคม นวัตกรรมและการวิจัย ภาวะผู้นำและการจัดการ
ลักษณะแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับของลิเคอริ์ท โดยกำหนดระดับความมากน้อยของระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง โดยให้น้ำหนักคะแนน ดังนี้
ระดับการปฏิบัติมากที่สุด ได้แก่ 5 คะแนน
ระดับการปฏิบัติมาก ได้แก่ 4 คะแนน
ระดับการปฏิบัติปานกลาง ได้แก่ 3 คะแนน
ระดับการปฏิบัติน้อย ได้แก่ 2 คะแนน
ระดับการปฏิบัติน้อยที่สุด ได้แก่ 1 คะแนน
การแปลผลการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง โดยใช้เกณฑ์ของบุญชุม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว(2523,
หน้า 22-24) ดังนี้
4.51- 5.00 หมายถึง ระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด
3.51- 4.50 หมายถึง ระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพอยู่ในระดับมาก
2.51- 3.50 หมายถึง ระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง
1.51- 2.50 หมายถึง ระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพอยู่ในระดับน้อย
1.00- 1.50 หมายถึง ระดับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพอยู่ในระดับน้อยที่สุด
ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
1.ศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัย คู่มือปฏิบัติงาน และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ใน 6 ด้าน รวมทั้งหมด 42 ข้อ ดังนี้
1.1 ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ จำนวน 8 ข้อ
1.2 หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน จำนวน 11 ข้อ
1.3 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 7 ข้อ
1.4 การบริการวิชาชีพสู่สังคม จำนวน 7 ข้อ
1.5 นวัตกรรมและการวิจัย จำนวน 4 ข้อ
1.6 ภาวะผู้นำและการจัดการ จำนวน 8 ข้อ
2. สร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา ให้ครอบคลุมงานทั้ง 6 ด้าน แล้วนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นให้ประธานกรรมการ และกรรมการผู้ควบคุม การทำวิทยานิพนธ์ ตรวจสอบสำนวนภาษาและความสมบูรณ์ของเนื้อหา
3. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา ความเหมาะสมและความสอดคล้องของข้อคำถามในแบบสอบถาม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ
4. ปรับปรุงแบบสอบถามสำหรับการเก็บข้อมูล ตามที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะ
5. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ ไปทดลองใช้กับประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง คือครูปฏิบัติการสอนในโรงเรียนเอกชนระดับอาชีวศึกษา จังหวัดระยอง โรงเรียนละ 10 คน รวมจำนวน 30 คน แล้วนำมาหาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยใช้
ค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item-Total Correlation) มีค่าอยู่ระหว่าง .22-.86
- นำผลที่ได้มาตรวจสอบหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Reliability) ทั้งฉบับ
ด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟา ของครอนบาค (Cronbach, 1990) ผลจากการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .94
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
- ขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อ
ขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- ผู้วิจัยออกหนังสือถึงผู้บริหารโรงเรียน เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการแจกแบบสอบ
ถามเพื่อเก็บข้อมูลและส่งแบบสอบถามคืนผู้วิจัยโดยตรง
- ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง จากผู้บริหารโรงเรียนเอกชนระดับอาชีวศึกษา
จังหวัดระยอง เป็นส่วนใหญ่ ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 139 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 เป็นแบบสอบถามที่สมบูรณ์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้ทั้งหมด 139 = 6f
การจัดกระทำข้อมูล
- นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาตรวจให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อและบันทึกลงในคอมพิวเตอร์
- วิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS /PC (Statistical Package for the Social Science for Windows)
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
- การวิเคราะห์ความคิดเห็นของครูในโรงเรียนเอกชนต่อการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง ใช้ค่าสถิติพื้นฐานคะแนนเฉลี่ย (X) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
- การทดสอบความแตกต่างความคิดเห็นของครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งปฏิบัติงานใน
โรงเรียนขนาดต่างกันต่อการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง ใช้การวิเคราะห์ค่าวิกฤตที (t-test)
- การทดสอบความแตกต่างระหว่างความคิดเห็นของครูโรงเรียนเอกชน ระดับ
อาชีวศึกษา เขต จังหวัดระยอง ที่มีประสบการณ์มากกับครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสบการณ์น้อย ใช้การวิเคราะห์ค่าวิกฤตที (t-test)
ผลการวิจัย พบว่า
- การปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา
จังหวัดระยอง โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงตามค่าเฉลี่ยสูงสุด คือด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษาวิชาชีพ ด้านภาวะผู้นำและการจัดการ
ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ด้านการบริการวิชาชีพสู่สังคม และด้านนวัตกรรมและงานวิจัย
- การปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษา
จังหวัดระยอง จำแนกตามประสบการณ์สอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านการบริการวิชาชีพสู่สังคม และด้านนวัตกรรมและงานวิจัย แตกกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยครูที่มีประสบการณ์การสอนมากกว่าครูที่มีประสบการณ์สอนน้อย
3. การปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง จำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านการบริการวิชาชีพสู่สังคม และด้านนวัตกรรมและงานวิจัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยโรงเรียนขนาดกลางมีการปฏิบัติงานมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก
เล่มที่เท่าไรแล้วครับพี่
อายุเท่าไรแล้วครับพี่
เล่มที่ 1 เอง พี่ต่อให้บอยก่อนเดี๋ยวจะแซงให้ดู
อายุอะไร อายุสมอง หรืออายุตัว
เก่งจังเลยครับ