เชาวน์ปัญญาของความไร้เดียงสา

        ในหนังสือ หนังสือ Intelligence ของ Osho

แปลเป็นไทยว่า เชาวน์ปัญญา (การตอบสนองอย่างสร้างสรรค์กับปัจจุบันขณะ)   โดย  ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด

 

 

    ได้กล่าวถึงเชาวน์ปัญญาของความไร้เดียงสา  เกี่ยวกับการสร้างเชาวน์ปัญญาของพ่อแม่ให้กับลูกไว้ดังนี้ครับ

 

    *  สังคมกลัวว่าถ้าเชาวน์ปัญญาของเด็กยังคงอยู่อย่างบริบูรณ์โดยที่ยังไม่ถูกแตะต้อง  โอกาสที่พวกเขาจะตกเป็นทาสภายใต้โครงการของการใช้อำนาจที่เหนือกว่า ก็น่าจะเกิดยาก

 

    * ในตอนแรก เด็กจะพึ่งพิงพ่อแม่ สิงนี้ทำให้พ่อแม่มีความสุขมาก เมื่อไดก็ตามที่เด็กต้องพึ่งพาพ่อแม่ สิ่งนี้ทำให้พ่อแม่รู้สึกดี รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขา(พ่อแม่) มีความหมาย

 

   * ยิ่งเด็กพึ่งพาพวกเขา(พ่อแม่) มากเท่าใด พวกเขา(พ่อแม่)ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น

 

 

   * เด็กที่เป็นอิสระไม่พึงพา จะสร้างความเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ พวกเขา(พ่อแม่) ไม่ชอบเด็กที่ไม่ต้องการพึ่งพา เพราะว่ามันทำให้พวกเขารู้สึกว่าเด็กแบบนี้ ไม่ต้องการพวกเขา

 

  * เด็กสมัยใหม่ไม่ต้องการพึ่งพาพวกเขา(พ่อแม่) และ เพราะว่าพวกเขา(ลูก) ไม่พึ่งพาท่าน ท่านก็ไม่สามารถบังคับพวกเขาได้

 

   * พ่อแม่ทำลายเชาวน์ปัญญาของลูกๆ เพราะว่านั่นคือหนทางเดียวที่จะมัดพวกเขาไว้ให้เป็นทาส

 

      Osho  ได้กล่าวถึงการสร้างเชาวน์ปัญญาให้กับเด็กไว้ดังนี้ครับ

 

   *  เชาวน์ปัญญา มักจะเป็นการทวนกระแส  ไม่มีใครต้องการถูกตั้งคำถาม  ไม่มีใครต้องการให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของเขา และ เชาวน์ปัญญา คือ การตั้งคำถาม

 

    *  เชาวน์ปัญญา  เป็นข้อข้องใจ และแล้ววันหนึ่ง ข้อข้องใจแท้นั้ ก็เกิดเป็นความไว้วางใจ เป็นความไว้วางใจที่ได้มาจากข้อข้องใจเหล่านั้น

 

   * ข้อข้องใจ เปรียบได้ดังมารดาของความไว้วางใจ

 

   *  ใครจะไปสนใจสิ่งที่พวกเขาถาม ใครจะสนใจสิ่งที่พวกเขาพูด  ใครกันละ  ที่จะฟังพวกเขา

 

           ........................

 

      ครับ ก็เป็นบางส่วนที่หยิบยกมาเป็นข้อคิดประกอบว่าด้วยการสร้างเชาวน์ปัญญาของลูก

 

      หลายๆ ครอบครัวในสังคมไทย  ผมว่าพ่อแม่ได้ทำลายเชาวน์ปัญญาของลูกๆไปมากเลยครับ ปัญหาที่ตามมา คือ

 

    1. เด็กคิดไม่เป็น ทำไม่เป็น และ แก้ปัญหาเองไม่เป็น ต้องพึ่งพา และ พึ่งพิง ตลอดเวลา

 

    2. เมื่อเด็กมีปัญหาและพึ่งพาใครไม่ได้ สุดท้ายต้องพึ่งพายาเสพย์ติดครับ

 

    3. ที่เด็กขาดมากๆ คือ ขาดความรักครับ ความรักจากพ่อแม่ที่เขาต้องการให้รักเขาด้วยการเข้าใจในตัวเขา  นั่นคือ เขาต้องการเป็นตัวของตัวเอง  ไม่ต้องการให้พ่อแม่สั่ง หรือ บังคับให้ทำตาม

 

    4. เขาต้องการให้พ่อแม่ยอมรับ "เชาวน์ปัญญา" ในตัวเขา  ด้วยการ "ฟังเขาพูด"

 

    5. ปัญหาครอบครัว  ก็มาจากการทำลายเชาวน์ปัญญาของลูก เนื่องจากพ่อแม่ต้องการมีอำนาจเหนือลูกครับ

 

 

 

          คงต้องช่วยกันเปลี่ยนแนวคิดใหม่ในการเลี้ยงลูกด้วยการเปิดใจให้กว้าง ด้วยการยอมรับและปรับความคิดให้เข้ากันได้กับ "ข้อข้องใจ" ของลูก 

 

       เพื่อให้เขาเป็นอิสระตามที่เขาต้องการ(ภายในกรอบที่ถูกต้อง)

     ผมว่าลูก  ก็เหมือน "แมว" ครับ  ลองดูก็ได้

 

      ถ้าดึงแมวเข้ามาหาเรา  แมวจะขืนตัวไปข้างหน้าครับ

 

       แต่ถ้าผลักแมวไปข้างหน้า  แมวจะถอยหลังเข้ามาหาเรา

 

       ลูกก็เช่นเดียวกันครับ ลองผลักเขาออกไปให้เขาเป็นตัวของตัวเองกันนะครับ (แต่ต้องคอยดูอยู่ห่างๆ)   เขาจะได้ให้ความไว้วางใจกลับเข้ามาหาเรา   ลองดูนะครับ

    

                    เพราะ

บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ 

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต 

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ 

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ 

เธออาจจะให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความนึกคิดของตนเอง

บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ 

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต 

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ 

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ 

เธออาจจะให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความนึกคิดของตนเอง

บุตรของเธอ...ไม่ใช่บุตรของเธอ 

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต 

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ 

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ 

เธออาจจะให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความนึกคิดของตนเอง

 

 

               (คาลิล  ยิบราน)