เรียนอาจารย์ดร.สุรเชต น้อยฤทธิ์

                       หลักการ

                     หลักการสำคัญในการบริหารแบบ  (School-Based  Management)  โดยทั่วไปได้แก่

1)      หลักการกระจายอำนาจ  (Decentralization)  ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจการจัด

การศึกษาจากกระทรวงและส่วนกลางไปยังสถานศึกษาให้มากที่สุด  โดยมีความเชื่อว่าโรงเรียนเป็นหน่วยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการศึกษาเด็ก

2)      หลักการมีส่วนร่วม  (Participation  or  Collaboration  or  Involvement)  เปิดโอกาสให้

ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมในการบริหาร  ตัดสินใจ  และร่วมจัดการศึกษา  ทั้งครู  ผู้ปกครองตัวแทนศิษย์เก่า  และตัวแทนนักเรียน  การที่บุคคลมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและจะรับผิดชอบในการจัดการศึกษามากขึ้น

3)      หลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน  (Return  Power  to  People)  ในอดีตการ

จัดการศึกษาจะทำหลากหลายทั้งวัดและองค์กรในท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการต่อมามีการร่วมการศึกษาไปให้กระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อให้เกิดเอกภาพและมาตรฐานทางการศึกษาแต่เมื่อประชาชนเพิ่มขึ้น  ความเจริญต่าง ๆ  ก้าวไปอย่างรวดเร็วการจัดการศึกษาโดยส่วนกลางเริ่มมีข้อจำกัด  เกิดความล่าช้าและไม่สนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชนอย่างแท้จริง  จึงต้องมีการคืนอำนาจให้ท้องถิ่นและประชาชนได้จัดการศึกษาเองอีกครั้ง

4)      หลักการบริหารตนเอง  (Self-managing)  ในระบบการศึกษาทั่วไป  มักจะกำหนดให้

โรงเรียนเป็นหน่วยปฏิบัติตามนโยบายของส่วนกลาง  โรงเรียนไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง  สำหรับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น  ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย  และนโยบายของส่วนร่วม  แต่มีความเชื่อว่าวิธีการทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้นทำได้หลายวิธี  การที่ส่วนกลางทำหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายและเป้าหมายแล้วปล่อยให้โรงเรียนมีระบบการบริหารด้วยตนเอง  โดยให้โรงเรียนมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินงาน  ซึ่งอาจดำเนินการได้หลากหลายด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน  แล้วแต่ความพร้อมและสถานการณ์ของโรงเรียน  ผลที่ได้น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม  ที่ทุกอย่างกำหนดมาจากส่วนกลาง  ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม

5)      หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล  (Check  and  Balance)  ส่วนกลางมีหน้าที่กำหนด

นโยบายและควบคุมมาตรฐาน  มีองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นไปตามกำหนดและมาตรฐานเป็นไปตามกำหนด  และเป็นไปตามนโยบายของชาติ

                        จากหลักการดังกล่าวทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  จะเป็นการบริหารงานที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิภาพผลมากกว่ารูปแบบการจัดการศึกษาที่ผ่านมา

 

รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน

จากการศึกษาพบว่า  มีรูปแบบที่สำคัญอย่างน้อย  4  รูปแบบ  ได้แก่

1)  รูปแบบที่มีผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก  (Administration  Control  SBM) 

ผู้บริหารเป็นประธานคณะกรรมการ  ส่วนกรรมการอื่น ๆ  ได้จากการเลือกตั้งหรือคัดเลือกจากกลุ่มผู้ปกครอง  ครู  และชุมชน  คณะกรรมการมีบทบาทให้คำปรึกษา  แต่อำนาจการตัดสินใจยังคงอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียน

2)      รูปแบบที่มีครูเป็นหลัก  (professional  Control  SBM)  เกิดจากแนวคิดที่ว่าครูเป็นผู้

ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด  ย่อมรู้ปัญหาได้ดีกว่าและสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดตัวแทนคณะครูจะมีสัดส่วนมาก  ที่สุดในคณะกรรมการโรงเรียน  ผู้บริหารยังเป็นประธานคณะกรรมการโรงเรียน  บทบาทของคณะกรรมการโรงเรียนเป็นคณะกรรมการบริหาร

3)      รูปแบบที่ชุมชนมีบทบาทหลัก  (Community  Control  SBM)  แนวคิดสำคัญ  คือ  การ

จัดการศึกษาควรตอบสนองความต้องการและค่านิยมของผู้ปกครองและชุมชนมากที่สุด  ตัวแทนของผู้ปกครอง  และชุมชนจึงมีสัดส่วนในคณะกรรมการโรงเรียนมากที่สุด  ตัวแทนผู้ปกครองและชุมชนเป็นประธานคณะกรรมการ  โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นกรรมการและเลขานุการ  บทบาท  หน้าที่ของคณะกรรมการ  โรงเรียนเป็นคณะกรรมการบริหาร

4)      รูปแบบที่ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก  (Professional  Community  Control  SBM) 

แนวคิดเรื่องนี้เชื่อว่า  ทั้งครูและผู้ปกครองต่างมีความสำคัญในการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก  เนื่องจากทั้ง  2  กลุ่มต่างอยู่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุด  รับรู้ปัญหาและความต้องการได้ดีที่สุด  สัดส่วนของครูและผู้ปกครอง  (ชุมชน)  ในคณะกรรมการโรงเรียนจะมีเท่า ๆ  กันแต่มากกว่าตัวแทนกลุ่มอื่น ๆ  ผู้บริหารโรงเรียนเป็นประธาน  บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการโรงเรียนเป็นคณะกรรมการบริหาร

 

อภิวัฒน์  ชาดง  ปริญญาโทบริหารการศึกษา  ศูนย์ชัยภูมิ  6