"ไทยโพสต์" สำนักข่าว-หนังสือพิมพ์คุณภาพ 14 พฤศจิกายน 2552 ตีพิมพ์เรื่อง "เตือนเอเชียเสี่ยงภัยภิบัติโลกร้อน" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง 

ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ ขอความกรุณาแวะไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ "ไทยโพสต์" กันครับ

...

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ คือ คนไทย-คนกัมพูชาไม่ควรหลงเชื่อคำยุยงของนักการเมือง ไม่ว่าจะค่ายใด สีใด ขอให้คนไทย-คนกัมพูชามีความผาสุก

ลำพังภาวะโลกร้อนที่กำลังจะถล่ม และทำให้กรุงเทพฯ-พนมเปญจมน้ำภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้าก็มากพอที่จะทำให้คนไทย-กัมพูชาลำบากมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำสงครามกันอีกต่อไป 

...

[ ขอขอบพระคุณ "ไทยโพสต์" ]

...

กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม  WWF  เตือน  เมืองหลวงของเอเชียที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่ง  อาทิ  ธากา  มะนิลา  และจาการ์ตา  เสี่ยงจะเผชิญภัยพิบัติรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศหากโลกยังไม่ช่วยกันหาทางแก้ไข [ WWF ประเทศไทย ]

กลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมชื่อดังชี้ว่า  บรรดาเมืองใหญ่จำเป็นต้องลดการบริโภคพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

... 

เนื่องจากตอนนี้ปัญหาโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ในทุกด้าน  ไล่ตั้งแต่ความมั่นคงไปจนถึงสุขภาพและน้ำดื่ม 

"การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกกำลังคุกคามเมืองต่างๆ  ของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย  และสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต"  คิม  คาร์สเตนเซน  หัวหน้าโครงการ  Global  Climate  Initative  ของ  WWF  กล่าว

...

คำเตือนของ  WWF  ระบุอยู่ในรายงานที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้าที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก  (เอเปก)  จะเปิดฉากขึ้นช่วงสุดสัปดาห์นี้  โดยมีผู้นำของสองชาติยักษ์ใหญ่  คือ  

ประธานาธิบดีบารัก  โอบามา  ของสหรัฐ  และประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีน  ก่อนที่การประชุมสภาวะโลกร้อนครั้งสำคัญที่กรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กจะเริ่มต้นขึ้นในอีก  3  สัปดาห์ข้างหน้า

...

WWF  ระบุว่า  จากคะแนนความเสี่ยงเต็ม  10  กรุงธากาของบังกลาเทศได้ไป  9  ส่วนกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์และกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียได้ไป  8  เท่ากัน

กัลกัตตา   เมืองเอกของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย   และกรุงพนมเปญของกัมพูชา   มีคะแนนความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ   7  จากการประเมินของ  WWF 

... 

ขณะที่กรุงโฮจิมินห์ซิตีและเซี่ยงไฮ้ได้ไป  6  ส่วนกรุงเทพมหานครของไทยเรามีคะแนนความเสี่ยง  5  มากกว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย  รวมถึงฮ่องกงและสิงคโปร์  1  แต้ม

อย่างไรก็ดี  WWF  ชี้ว่าแม้เซี่ยงไฮ้  ฮ่องกง  กัวลาลัมเปอร์  และสิงคโปร์  จะเสี่ยงประสบภัยขั้นรุนแรงจากภาวะโลกร้อนน้อยกว่าชาติอื่น  แต่ก็ยังเผชิญความเสี่ยงอื่นๆ  หลากหลายระดับ  เช่น  การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล  ฝนตกหนัก  น้ำท่วม  และคลื่นความร้อน

...  

เช่นเดียวกับฮ่องกง  ที่อาจมีฤดูหนาวสั้นลง  ขณะที่สิงคโปร์จะพบการระบาดของไข้เลือดออกขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น

WWF  ย้ำเตือนว่าเอเชียเป็นทวีปที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในโลกที่จะเผชิญอันตรายจากภาวะโลกร้อน   จะเห็นได้จากช่วง  100  ปีที่ผ่านมา  อุณหภูมิของเอเชียขยับเพิ่มขึ้นแล้วราว  1-3  องศาเซลเซียส

...

ทั้งนี้  WWF  เร่งเร้าให้ผู้นำชาติเอเปกช่วยกันหามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ซึ่งคาดว่าหลังการหารือวันอาทิตย์นี้  ผู้นำเอเปกจะแถลงเรียกร้องให้สมาชิกทั้ง  21  เขตเศรษฐกิจร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสภาวะอากาศโลกครั้งสำคัญที่กรุงโคเปนเฮเกน  ระหว่างวันที่  7-18  ธ.ค.นี้  ที่มีจุดประสงค์เพื่อหาข้อตกลงลดภาวะโลกร้อนฉบับใหม่  แทนที่พิธีสารเกียวโตที่จะหมดอายุลงในปี  2555  นี้.

...

[ ขอขอบพระคุณ "ไทยโพสต์" ]