นวัตกรรม
สวัสดีชาว Blog และนักศึกษาทุกท่าน
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 52 มหาวิทยาลัยเกริกได้เชิญผมมาปฐมนิเทศแนะนำวิธีการสอนโดยใช้ Concept 4L's และ 2R's และบรรยายเรื่องโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของการสร้างนวัตกรรมทางการสื่อสารเพื่อการบริหาร ให้กับนักศึกษาปริญญาเอก สาขานิเทศน์ศาสตร์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกริก และหลังจากนั้นผมจะมาสร้างการเรียนรู้ในด้านนวัตกรรมอีก 3 ครั้ง และผมอยากให้นักศึกษา รวมทั้งชาว Blog เข้ามาติดตามการเคลื่อนไหวของ Blog นี้ครับ
ขอบคุณครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์




















เรียน ท่าน ศาสตราจารย์ ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์
กระผมในนามตัวแทนของมหาวิทยาลัยเกริก และในฐานะรองผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์นวัตกรรม ต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน ศาสตราจารย์ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ ที่ได้ให้ความกรุณาให้เกรียรติ มหาวิทยาลัยเกริกในการให้ โอกาสทางหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกริกในครั้งนี้ ด้วยท่านกรุณาสละเวลาอันมีค่าของท่าน มาบรรยาย และชี้แนะแนวทาง ในกระบวนการการศึกษาในระดับปริญญาเอก ตลอดจนคุณูปการต่างๆ ทางด้านนวัตกรรม การบริหาร การจัดการ เพื่อเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ ของนักศึกษาในระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเกริก และการนำมาซึ่งองค์ความรู้ การนำไปปรับใช้ และ การประยุกต์แนวทางทางต่างๆ ทางด้านการบริหารจัดการ ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงไปของ กระแสโลกาภิวัฒน์ และบริบทต่างต่างๆ ของสังคม กระผมเองในนามตัวแทนของนิสิตนักศึกษา และคณาจารย์ ของ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกริก ขอกราบขอบพระคุณในความกรุณาของท่านในครั้งนี้ จึงได้ขอปวรณาฝากตัวเป็นศิษยานุศิษย์ และขอน้อมรับคำสั่งสอน ตลอดจนแนวทาง และองค์ความรู้ที่ท่าน อาจารย์ได้กรุณาอบรมสั่งสอน และให้โอกาสพวกเราชาวมหาวิทยาลัยเกริก ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ความรู้ที่ท่านอาจารย์ได้ให้ความกรูณาอบรมสั่งสอนต่อศิษย์ทั้งหลาย จะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเอง ต่อสังคม และประเทศชาติ สืบไป
ดังนั้น จึงขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในสากลโลก จงได้ดลบรรดาลให้ท่าน ศาสตราจารย์ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ จงมีแต่ ความสุข ความเจริญ มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ และเป็นปูชณียะบุคคลของแวดวงวิชาการ และสังคมไทยตลอดกาลนานเทอญ
ด้วยจิตคารวะและด้วยความนับถืออย่างสูง
จิรายุ อัครวิบูลย์กิจ
รองผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
สาขานิเทศศาสตร์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกริก
เรียน ท่าน ศาสตราจารย์ ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์
ดิฉันรู้สึกชื่นชมท่านอาจารย์ เนื่องจากท่านอาจารย์ได้เป็นที่ปรึกษาโครงการ e-leaning ของ กฟภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานของดิฉันทำงานอยู่ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งมีโอกาสได้เรียนกับท่านอาจารย์โดยตรงในclass Ph.d ก็ยิ่งรู้สึกว่าท่านอาจารย์เป็นผู้ทรงวุฒิ ที่มีความรู้ ความสามารถมาก นับว่าโครงการนิเทศศาสตร์นวัตกรรม ม. เกริก ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์มาถ่ายทอดความรู้ที่หาที่ใดไม่ได้ ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูง ที่เมตตากรุณาถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ค่ะ
ขอแสดงความนับถือ
เกศสุพิชญ์ ธนนันท์โสภณ
- วันนี้เรามาปะทะกันทางปัญญา
- เรียนกับผมต้องรู้จักแก้ปัญหาตัวเองตลอดเวลา(ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข)
- ผมไม่ได้สอนให้คนรวยหากแต่จะสอนให้คุณฉลาดและเป็นประชาชนที่ดี
สำหรับการเรียนในวันนี้เกิน 100% ครับ อยากบอก ม.เกริก เหลือเกินว่าการจะดูว่านักศึกษาตั้งใจเรียน หรือเรียนรู้เรื่องหรือไม่ บางครั้งผมคิดว่าขั้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอนต่างหากและมีส่วนอย่างมากฝากบอกน้องนก อ.บิ๊ก ด้วยว่า ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เยี่ยมมาก ตรงไปตรงมาจุดประกายและชัดเจน เราพึ่งค้นพบตัวเองว่าเราอยากเรียนมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่าอาจารย์ใส่ใจในลูกศิลย์ หรือเราบ้ายอก็ไม่รู้เพราะ อาจารย์ให้เกียรตินักศึกษาทุกท่านเท่าๆกัน รักนกมาก เคารพ อ.บิ๊ก ขอบคุณ มหาวิทยาลัยเกริกที่ได้หาอาจารย์ที่ดี ประสิทธิ ประสาทวิชาให้กับพวกเราเป็นอย่าง "ครู" ที่พวกเราจักได้ความรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี้ไม่ใช้การประจบสอพอมันคือความในจากใจจริง
Dear Professor Chira,
Very impress indeed by the class today. New era for teaching technology that we ever come across . I ll do my best a very good start for me.
Thank you so much for the best opportunity to allow me to be along with you .
Best regards,
Sasisupa Orr
ในวันที่ 14 พ.ย. 2552 ได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ผมได้รับความรู้จาดอาจารย์ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งต้องให้มนุษย์มีจิตสาธารณะที่ดีและทำความดีให้กับประเทศไทย
ขอขอบคุณอาจารย์มากๆ
นายวิรัช จินดากวี
นักศึกษาปริญญาเอก
หลักสูตรนิเทศศาสตร์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยเกริก
จาก Model HR Architecture ของท่านอาจารย์นั้น น่าจะเป็นสังคมในอุดมคติ ที่อาจทั้งชีวิตของผมก็อาจจะไม่เห็นได้ แต่หากประชากรในประเทศไทยทุกคนเข้าใจก็จะทำให้เกิดความสุขและความสมดุลอย่างยั่งยืนได้ การทำความเข้าใจนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องการสื่อสารเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
ดังนั้นสื่อมวลชนจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสารทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความสุขและความสมดุลอย่างยั่งยืนตาม Model HR Architecture. ในฐานะนักนิเทศศาสตร์ ขอนำเสนอข้อคิดเห็นในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรไทย โดยใช้สื่อมวลชนสีขาวและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนในทุกระดับการศึกษา
สื่อมวลชนสีขาวหมายถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่สร้างเนื้อหาสารและหรือหาเนื้อหาสารที่มีสาระทีดี มีประโยชน์ไม่แต่งเติมสิ่งที่ไม่เหมาะสม
การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนในทุกระดับการศึกษาคือการเปิดวิชาการรู้เท่าทันสื่อ เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้เกี่ยวกับสื่อ ระบบการทำงานของสื่อ ลักษณะการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสื่อ
จากการมีสื่อมวลชนสีขาวและการปรับปรุงหลักสูตรการเรียน เป็นการให้ความรู้และสร้างทัศนคติที่พึงประสงค์ต่อประชาชน มีผลให้ประชาชนเกิดการคิดเป็น วิเคราะห์เป็น มีความคิดแบบวิทยาศาสตร์ เกิดสังคมการเรียนรู้ และเกิดจิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม ดังนั้นประชาชนซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศไปในโลกก็จะสามารถนำประเทศให้เติบโตในโลก โลกาภิวัตน์ ได้อย่างมีความสุขและความสมดุลอย่างยั่งยืนได้
1.จากแนวคิดของท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์
ในเรื่องของ HR Architecture มีความเกี่ยวข้องกับนิเทศศาสตร์ เราก็น่าจะมองในมุมมองของการสื่อสาร
ในทางนิเทศศาสตร์
- ผู้ส่งเปรียบเสมือนผู้ที่สร้างให้ประชากรเกิด
- สารของส่งก็คือ สื่อที่ได้แก่ การศึกษา การดูแลสุขภาพ การพัฒนาการด้านครอบครัว
- ช่องทางการสื่อสารก็คือ การสร้างให้รู้จักคิด รู้จักวิเคราะห์ เรียนรู้สังคม คุณธรรม จริยธรรม
- ผู้รับสารก็คือ ตัวประชากรที่เป็นผู้รับสาร
2. การเรียนรู้ตลอดชีวิต
การเรียนก็เพื่อส่งเสริมให้เรารู้จักใช้ชีวิตในสังคม มีการทำงานเป็นกลุ่ม เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วม กับผู้อื่น ปริญญาไม่เคยบอก หรือเป็นเครื่องชี้นำเราว่าจบแล้วต้องทำงานด้านนั้น แต่ระบบการเรียนรู้ทั้งหมดมีจุดประสงค์ให้เรารู้จักคิด คิดอย่างเป็นระบบ คิดเป็นระเบียบ เข้าใจ กฎเกณฑ์ของสังคม
เหตุที่มนุษย์ทุกคนต้องเรียน ก็เพราะ มนุษย์ต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคม การที่เราทุกคนมีชีวิต กิน เดิน นอน ทำงานพบปะสังสรรค์ในสังคม ต้องแสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ มากมาย ความรู้เท่านั้นที่เป็นตัวบอกและสนองความต้องการของเรา เช่น เมื่อเราเกิดความรู้สึกหิว ความรู้ที่เราได้จากการเห็นการสัมผัสบอกเราว่า อะไรคืออาหารที่เราจะกินได้ อะไรไม่ใช่อาหาร และในเชิงลึกเรารู้ว่าอาหารที่กินได้อันไหนมีประโยชน์ อันไหนมีโทษ ซึ่งจะใช้เพียงแค่การมอง การชิม หรือสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
การเรียนจึงไม่ใช่แค่ตำรา แต่เป็นสิ่งที่ไร้ขีดจำกัด เช่น ถ้าคุณเดินข้ามถนน คุณมองเห็นรถที่วิ่งมา แล้วคุณหลบ แสดงว่าคุณได้เรียนรู้แล้วว่า สิ่งที่พุ่งมาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตราย
3.โลกาภิวัตน์ คือ ผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลก
ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับนวัตกรรมการสื่อสารอันเนื่องมาจากสังคมในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูล และข่าวสาร เป็นยุคแห่งโลกของการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารจะมีความทันสมัย ก้าวหน้า สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว ที่เกิดจากการวิวัตนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ผนวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร ทำให้ความเป็นไปของในซีกโลกหนึ่ง สามารถเห็นได้ในอีกซีกโลกหนึ่งในเวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ส่งผลให้มีผู้กล่าวกันว่าทำให้โลกใบนี้เล็กและแคบลง ซึ่งผลนี้มีความเกี่ยวพันและกระทบกับแห่งความเจริญแห่งยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งมีผลกระทบกับทุก ๆ วงการทั้งด้านการศึกษา การพาณิชย์ อุตสาหกรรม สังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม
4. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญกับการอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์เพราะ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะต้องมีการพัฒนาให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ
- ด้านการศึกษา เช่น เน้นด้านการคิดวิเคราะห์, ภาษาอังกฤษ
- ด้านสุขภาพ ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและใจ
- ด้านโภชนาการ ถ้าโภชนาการดี สุขภาพร่างกายและจิตใจก็จะดี
- ด้านครอบครัว เป็นหน่วยเล็ก ๆ หน่วยแรกที่ควรให้ความเอาใจใส่
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์ได้ โดยอยู่รอดอย่างมีความสุข และสามารถเพิ่มมูลค่าของตัวเราเองให้เป็นที่ต้องการของสังคม มีประโยชน์ต่อสังคม
วิเคราะห์ โครงสร้าง HR Architecture
สามารถนำเสนอได้ 2 มุมมอง คือ ภาพในมุมมอง แบบ MACRO (โลก / ประเทศ ) และภาพในมุมมองแบบ MICRO ซึ่งจะสามารถวิเคราะห์ผ่านกระบวนการการศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบทั้งภายในและภายนอก
จากโครงสร้าง ดังกล่าว ดิฉันจะขอเปรียบเทียบโครงการดังกล่าวกับภาพในมุมมองแบบ Micro (องค์กร หน่วยงาน ) เนื่องจากหลายท่านมีมองมุมในภาพ ในมุมมอง แบบ MACRO (โลก / ประเทศ ) กันหลายท่านแล้ว
ในมุมมองแบบ Micro (องค์กร หน่วยงาน ) นั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวของดิฉันมาก เพราะเป็นหน่วยงานที่มีการลงทุนกับพนักงานมากที่สุดองค์กรหนึ่ง
ส่วนที่ 1 Supply Side การเพิ่มคุณภาพชีวิตของบุคลากร ในองค์กร
1. ประชากรเกิด แทนค่าเท่ากับ บุคลกรภายในองค์กรที่มีความรู้เดิมๆ
2. คุณภาพชีวิต แทนค่าเท่ากับ การพัฒนาการศึกษา การดูแลด้านสุขภาพ
สวัสดิการของครอบครัว
3. แนวคิดด้านนวัตกรรม ที่มีการสร้างสรรค์ใหม่ แทนค่าเท่ากับ กำลังแรงงานและคุณภาพของบุคลากร
4. บุคลากรจะมีความคิดที่เป็นระบบ ระเบียบมีความคิดเชิงวิเคราะห์ ใส่ใจในเรื่องสังคม สาธารณะประโยชน์ มากขึ้น
ส่วนที่ 2 Demand Side การนำแนวคิดของบุคลากรไปใช้ในแขนงต่างๆ
บุคลากรจะมีความคิดที่เป็นระบบ ระเบียบมีความคิดเชิงวิเคราะห์ ใส่ใจในเรื่องสังคม สาธารณะประโยชน์ มากขึ้น แนวนำหลักการ หรือแนวคิดที่ได้รับไปผสมผสานกับ นโยบาย A/I/S/G
Agriculture
Industry
Service
Government Self Employment
นำนวัตกรรมทางความคิดมาเพื่อพัฒนาในช่องทางที่สนใจ หรือรับผิดชอบ
การแข่งขัน
ประชาธิปไตย
ความยากจน
Place
Global Warming
โลกาภิวัตน์
ความยั่งยืน และความสุข สมดุล
โครงสร้าง HR Architecture นั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะมองในมุมใหญ่ หรือมุมเล็ก ก็ตาม ในมองมุมภาพเล็กเกี่ยวกับองค์กรนั้น หลายองค์กรขนาดใหญ่ในปัจจุบันหันมาลงทุนเรื่องของต้นทุนชีวิตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ตรงจุด ตรงประเด็น สามารถบริหารจัดการได้ทุกภาคส่วน อีกทั้งยังสามารถวัดคุณภาพได้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
การลงทุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นการลงทุนที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ผลที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา การใส่ใจในเรื่องสุขภาพ สวัสดิการทางสังคม และครอบครัว แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ระบบการสื่อสารทั้งภายใน และภายนอกองค์กร เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการในการสื่อสารทุกๆขั้นตอน สิ่งเหล่านี้คือ พื้นฐานชีวิตที่สำคัญเมื่อคุณภาพของผู้รับสาร และผู้ส่งสาร มีคุณภาพ แต่ผลที่รับคือประเด็นสำคัญ หรือวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก ของกระบวนการต่างหากที่มีความสำคัญที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้
วิเคราะห์การเรียนรู้ ตลอดชีวิต
การเรียนรู้ เป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ภายในห้องเรียนหรือการเรียนรู้ นอกห้องเรียน สังคมเป็นสถานที่สำคัญในการเรียนรู้เรามีการเรียนรู้ตลอดเวลา และทุกสถานที่ ไม่แบ่งระยะเวลา ไม่แบ่งระยะทาง ไม่แบ่งเพศ ไม่แบ่งวัย ไม่แบ่งชนชั้น ไม่แบ่งคนรวยคนจน ไม่แบ่งเชื้อชาติ ฯลฯ
ซึ่งคนทุกคนมีการปฏิสัมพันธ์กันทุกๆด้าน ดังนั้นการเรียนรู้ก็เช่นกัน เราสามารถเรียนรู้ได้ไม่หยุดยั้ง อีกทั้งสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทั้งในครอบครัว สังคม ในประเทศ ต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีเกิดการเรียนรู้ได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น ประกอบกับการเรียนการสอนในปัจจุบันมีความก้าวหน้าด้วยเช่นกัน ผู้เรียน ผู้สอน สามารถปรับตัวเข้าหากันอย่างไม่ยากนัก หากเปรียบเทียบกับการสอนในอดีต ขอสรุปว่า การเรียนไม่มีวันสิ้นสุด หนังสือไม่มีวันตาย ชีวิตที่มีอยู่จะควบคู่ไปกับการเรียนรู้ตลอดเวลา ทุกวินาที
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญ อย่างไรกับการอยู่รอดของตน
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทุกคนเนื่องจาก การพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีขีดจำกัดสามารถพัฒนาได้ตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นการพูด การอ่าน การเขียน การพัฒนาแนวคิด การพัฒนาศักยภาพ ฯลฯ ทุกคนจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แนวทางในการพัฒนาของมนุษย์ องค์กร ประเทศ ล้วนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ความสามารถ สังคม ทำให้เกิดการแตกต่างทางด้านความรู้สึก ความคิด ล้วนมาจากาการรับรู้ การถ่ายทอด การสื่อสาร จากคนหนึ่งไปยังคนหนึ่งทั้งสิ้น เมื่อมนุษย์มีความคิดเป็น¬องตนเองก็จะนำมาพัฒนาเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันภัย หรือสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับตนเอง สังคม ประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทาง สังคม สิ่งแวดล้อม หน่วยงาน ครอบครัว แต่สิ่งที่มองเห็นและเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การให้เกิดการยอมรับในสังคม และสร้างกำลัง ให้สำหรับตนเอง และสังคม ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ต่อไป
มนุษย์เราตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั้งเติบใหญ่เข้าสุ่วัยทำงานจะมีสิ่งเร้าและปัจจัยต่างเป็นองคืประกอบเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิต เช่น การศึกษา สุขภาพ อนามัยและการดูแล การดำรงค์อยุ่เป็นครอบครัว และการใช้สื่อต่างๆในชีวิตประจำวัน ทำให้มนุษย์มีความคิดมีปัญญา รู้จักแก้ปัญหา รู้จักประมวลความคิดวิเคราะห์ ตั้งสมมุติฐาน มีการเรียนรู้ เสริมสร้างภูมิปัญญาประสบการณ์ อยุ่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง
และมนุษย์ก็เข้าสู่สังคมอาชีพไม่ว่าจเป็น กสิกรรม อุตสาหกรรม การบริการ ทั้งหหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ในขณะเดี่ยวกันก็ต้องอยู่ในสภาพแข่งขันดิ้นรนทั้งทางการเมืองการปกครอง ความร่ำรวย ความยากจน การดำรงอยู่กับสภาพแวดล้อมในยุคแห่งโลกาภิวัฒน์ เพื่อสู่ความยั่งยืนและดำรงชีพอย่างสวยสุขต่อไป
โดย:นายอำนวย เพชรวิจิตภักดี 5213115
จากโมเดล HR Architecture จะเห็นว่ามีความสัมพันธืกันทั้งในมุมของเศรษฐศาสตร์ ทั้งนิเทศศาสตร์
ในทางนิเทศศาสตร์จะเห็นว่าก็สามารถใช้การสื่อสารเป้นเครื่องมือในการดำรงค์ชีวิต นั้นหมายถึง เมื่อมนุษย์หรือประชากรเกิดขึ้น และส่งเสียงร้องก็ถือว่าได้อยู่รอดเป็นมนุษย์เป็นสัตว์สังคม อันนี้ก็อยู่ในศาสตร์ของกฎหมายเพราะต้องไปแจ้งเกิดตามกฎหมาย ก็เข้ากับหลักนิติศาสตร์ การจะไปบอกกล่าวก็ต้องใช้การสื่อสาร ก็อยู่ในหลักของนิเทศศาสตร์ เมื่อแจ้งเกิดแล้วก็อยุ่ในจำนวนประชากรศาสตร์ ก็อยู่ในหลักของเศรษฐศาสตร์เช่นกัน ดังนั้นเราจึงสามารถบอกได้ว่า โมเดล HR Architecture นั้นก็ไม่อาจแยกว่าส่วนไหนเป้นนิเทศศาสตร์ ส่วนไหนเป็นเศรษฐศาสตร์หรือจะเป็นศาสตร์ไหนๆก็ตามเพราะนี้คือวงจรแห่งชีวิต ที่ทุกศาสตร์ทุกแขนงต้องอยู่ควบคุ่กันไปเพียงแต่มนุษย์เองไม่ได้แยกแยะว่าส่วนใดเป้นอย่างไร เพียงเพราะมนุษย์ใช้ชีวิตที่สิ้นเปลืองเกินไปจนไม่ระมัดระวังว่าสิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูก แล้วมนุษย์ก็ไม่มีความพอเพียง จึงมุ่งที่จะแสวงหาความสุขและความสมดุลได้อยาก ทั้งๆที่ชีวิตนั้นมีทั้งความสุขและความสมดุลอยู่กับตัวตนของมนุษย์แล้ว
นายวุฒิวิทย์ ก่าแก้ว 5213120
คำถามข้อที่ 1 จากโมเดล HR Architecture ความสัมพันธ์กันในมุมมองของเศรษฐศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ อย่างไร
แนวคิดพร้อมแสดงข้อคิดเห็นส่วนตัว เนื่องจากมีการมองปัญหาจากมุมมองที่ครบถ้วน เป็นสาเหตุให้เราสามารถทราบสาเหตุของปัญหาอย่างครบถ้วน และเข้าใจความเชื่อมโยงของระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง การเชื่อมโยงแนวคิดในการแก้ไขปัญหาจากมุมมองต่าง ๆ ทำให้สามารถพลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร โดยไม่เกิดการติดขัดภายในระบบต่าง ๆ และไม่ทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องติดตามมา ยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศไทย เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนของการขาดความคิดในทางการสื่อสารที่ชัดเจน และตรงประเด็นจากขาดการมองอย่างเป็นองค์รวม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยมุมมองของตนเอง และขาดการพิจารณาความต้องการของประชาชนที่ยากจน นอกจากนี้การแก้ไขปัญหายังขาดการมีแนวคิดต่างๆ เข้าหากัน สังเกตุได้จากการที่ต่างคนต่างทำ ไม่มีการวางแผนหรือโครงการร่วมกัน ส่งผลทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยให้เราเป็นคนที่ "ใจกว้าง" จะข่วยฝึกให้เรามองนอกกรอบความจำกัดของตนเอง สู่กรอบของสิ่งต่างๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ในกรอบที่กว้างและครบถ้วนมากที่สุด ทำให้เราเกิดความตระหนักว่า กรอบแนวคิดที่เรามีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ย่อมถูกจำกัดด้วยประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจที่เรามีต่อเรื่องนั้นๆ ดังนั้นสิ่งที่เราคิดจึงไม่ใช่มาตรฐานที่จะมาชี้วัดว่าถูกหรือผิดอย่างไร แต่จะคิดเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อภาพรวม
เมื่อศึกษาในโมเดล HR Architecture แล้วพบว่าโมเดลดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องในทางนิเทศศาสตร์ด้วยการสื่อสาร ตั้งแต่เกิด พบว่ามนุษย์ได้เรียนรู้ได้มีการศึกษา ซึ่งก็ได้คิดเป็น เรียนรู้เป็น นั้นก็หมายถึงศาสตร์แห่งนิเทศศาสตร์ ด้วยการใช้การสื่อสารเป้นแนวทางทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาพ ครอบครัว เป็นต้น เมื่อเรียนรุ้แล้วก็สามารถก่อเกิดวงจรชีวิตมนุษย์นั้นคือ
การแข่งขัน ซึ่งก็ประกอบด้วยหลายๆศาสตร์เข้าด้วยกัน ทั้งในทางเศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ สิลปศาสตร์ เป้นต้น
เกิดประชาธิปไตย ก็เป็นหลักของนิติศาสนตร์ เป็นต้น
ทั้งหมดของโมเดลดังกล่าวก็สามารถเกิดความยั่งยืน ความสุข และความสมดุล ได้เป็นอย่างดี
เมื่อพิจารณาโมเดลแล้วกระผมคิดว่าในทางนิเทศศษสตร์ โมเดลแห่งชีวิตนี้สามารถบ่งบอกได้ว่าวงจรของชีวิตมนุษย์นั้นย่อมต้องอยุ่ในสังคมที่หลากหลายนั้นคงหมายถึงชีวิตก็คือจุดศูนย์รวมศาสตร์ทุกศาสตร์ที่ไม่สามารถแยกกันได้ เพราะว่ามนุษย์ต้องดำรงอยู่และดำรงชีวิตในสังคม และการดำรงอยู่ในสังคมนั้นศาสตร์ทุกศาตร์ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตอยู่แล้ว
ตั้งแต่เกิด จนเติบโต เราต้องเรียนหนังสือ ทำงาน สร้างชีวิต ทุกศาสตร์ไม่ว่าจะศาสตร์แห่งการศึกษา ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ แลละที่สำคัญคือนิเทศศาสตร์ เราก็ใช้การสื่อสารอยุ่ทุกวันในชีวิตประจำวัน และวันนี้เราจึงสรุปได้ว่ามนุษย์มีความยั่งยืน ความสุข และความสมดุล
เป็นการเชื่อมโยงผสมผสานระบบบคิด ตั้งแต่ถือกำเนิดเป็นมนุษย์ ระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย อันได้แก่ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างปรัชญาการมองโลก ความรู้ประสบการณ์ อารมณ์ความรู้สึก ความเชื่อ ลักษณะนิสัย การคิดและการใช้เหตุผล ในวิถีการดำเนินชีวิตของเรา ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามหากจะให้ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ การปฏิสัมพันธ์ การมีแนวคิดใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น การแสดงมิตรภาพที่เราให้แก่ครอบครัว เพื่อน ลูกค้า และคนอื่นๆ ในสังคม ย่อมส่งผลสะท้อนกลับคืนช่วยส่งเสริมให้สิ่งที่เราทำประสบความสำเร็จได้ ยกตัวอย่างเช่นพ่อแม่ทะเลาะวิวาทกัน มีผลต่อสภาพจิตใจ และภาวะอารมณ์พื้นฐานของลูก ณ เวลานั้น ซึ่งส่งผลสืบเนื่องทำให้ลูกมีปัญหาในการดำเนินชีวิต เนื่องจากสิ่งต่างๆ และระบบต่างๆ ในโลกล้วนเชื่อมโยงกนสัมพันธ์กัน การทำความเข้าใจ การปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงย่อมช่วยให้เราเห็นภาพนั้นชัดเจนขึ้น ช่วยให้เราสามารถวินิจฉัยปัญหาได้อย่างครบถ้วนทุกมุมมอง สามารถนำส่วนดีท่มีอยู่ในสิ่งต่างๆ มาเติมเต็มเข้ากับสิ่งที่มีอยู่ ทำให้สิ่งที่เราต้องการสมบูรณ์มากและมีความสุข ความยั่งยื่นตลอดไป
บุคลคือทรัพยากรที่ต้องการการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอนให้มีคุณภาพที่จะรู้จักคิดเป็น วิเคราะห์เป็นแบบวิทยาศาสตร์โดยการเรียนรู้อย่างมีจิตสาธารณะคือความเป็นผู้คิดเพื่อสังคมส่วนรวม ไม่คิดแบบเห็นแก่ตัวซึ่งมีผลมาจากการศึกษาการมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจมีอาหารที่ดีอยู่ในสังคมที่ดีภายใต้สิ่งแวดล้อมและสถานการณ์การแข่งขันและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของโลกาภิวัฒน์และระบอบการปกครองอันมีผลต่อการพัมนาบุคคลากรมนุษย์ป็นอย่างยิ่ง โอกาสเหล่านี้ต้องได้รับการตอบสนองจากรัฐหรือผู้ปกครองที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ยั่งยืนต่อประเทศชาติและประชาชนที่มีความต้องการทุกชาติ ความยากจนและสุขภาพที่ไม่ดี ปิดกั้นโอกาสของการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาบุคคลในชาติ
วิเคราะห์โมเดล HR Architecture เมื่อพิจารณาแล้วมองว่า โมเดลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในทางนิเทศศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ นั้นคือมนุษย์เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็จะพบกับการดำรงชีวิตที่เรียกว่า การสื่อสาร เพราะเมื่อมนุษญ์เกิดขึ้นสิ่งแรกที่เราทุกคนทราบกันดีก็คือการทำคลอด การฝากครรภ์ นี้ก็เป็นการสื่อสาร เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องเรียนรู้ ทั้งเรียนหนังสือ เรียนรู้ชีวิต ทั้งประสบการณ์ ต่างๆ เรียนรุ้เรื่องสุขภาพ ครอบครัว ทั้งหมดเป็นเรื่องของการสื่อสารทั้งสิ้น ส่วนในทางเศรษฐศาสตร์ ได้เรียนรุ้เรื่องจำนวนประชากร ถึงแม้มนุษย์จะเห็นเป้นเรื่องไม่สำคัญ แต่เรื่องประชากรศาสตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของมนุษย์ ทั้งหมดของดมเดลจึงสรุปได้ว่าวงจรชีวิจมนุษย์มีทั้งความยั่งยืน ความสุข และความสมดุล
เป็นโมเดลจำลองสภาพความเป็นไปของมนุษย์ในช่วงแรกเริ่มของชีวิตกับความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เป็นปัจจัยและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และสิ่งจำเป็นความต้องการของมนุษย์ที่มนุษย์สร้างขึ้น อันเป็นผลทำให้มนุษย์ต้องต่อสู้แข่งขัน เพื่อความอยุ่รอด และความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ ในโลกโลกาภิวัฒน์
นิเทศศาสตร์กับทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญอย่างไร กับความเป็นอยู่รอดของสังคมไทย มนุษย์โลกที่เกิดมาโดยเฉพาะสังคมประเทศไทย
แนวความคิดของผู้เขียน ดีมาน ความต้องการแรงงานของประชากรที่เกิดมาคิดแบบในเชิงวิทยาศาสตร์ สังคมการเรียนรู้ ความรับผิดชอบต่อตนเองต่อครอบครัว และต่อสังคม โดยเฉพาะนักนิเทศศาสตร์เป็นผู้ศึกษาหาความข้อมูลก่อนว่าสื่อสารไปสู่สังคมควรวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สังคมมีความต้องการข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่มีความสำเร็จและผู้ที่มีความเจริญแล้วโดยเฉพาะนักศึกษานิเทศศาสตร์
ในยุคโลกาภิวัฒน์การแข่งขันระหว่างประเทศ โดบเฉพาะความอยากจน ความไม่พอดี ความไม่เท่าเทียมกันด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย การดูแลตัวเองและครอบครัว สื่อจะต้องเป็นนวัตกรรมมีความคิดสร้างสรรค์ คิดให้เป้นระบบ ดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมาย เติมเต้มให้กับสังคม เป็น (SUPPLY SIDE) ให้แก่สังคมอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะต้องมั่นด้วยการมีจิตเป็นสาธารณะ
จากผังจอง HR Architecture
ในการวิเคราะห์ผลกระทบจาก สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในต่อการสร้างนวัตกรรมทางการสื่อสารเพื่อการบริหาร ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม ทางด้านการเมือง ภาพรวมของHR ของประเทศ และว้ฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะต้องมีทั้งการเรียนรู้ สิ่งที่ตอบสนองและความต้องการโดยจะต้องเริ่มจาก
-ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ นั่นหมายถึงการบริหารสมองให้มีคุณภาพให้ดี เพื่อนำไปสู่การสร้างคน
-นำไปวางแผนเพื่อจะนำไปสู่การดำเนินการในการจัดระบบ เขียนแผน เพื่อให้ได้รับอนุมัติ
-นำไปดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ
ในภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ทั้งระดับใหญ่(Macro) ไปสู่ ภาพเล็ก (Micro) ซึ่งประกอบไปด้วย สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก สิ่งที่สำคัญจากที่เราเห็นภาพทั้งใหญ่และเล็ก จะเห็นได้ว่าประเทศเราผลิตทรัพยากรมนุษย์อย่่างไร เราในฐานะพ่อ แม่ ก็มีส่วนช่วยให้มนุษย์เป็นทรัพยากรที่ีดี เช่น ให้การศึกษา สุขภาพ โภชนาการ ครอบครัว และสื่อต่างๆ ที่เขารับและกลั่นกรองในการรับได้มากน้อยเพียงใด แต่หลักๆ ก็คือ รัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้างคน ซึ่งจะต้องมีการผลักดันโดยกฏหมาย เราจะต้องนำส่ิงเหล่านี้ "มาจัดการทรัพยากรมนุษย์" ต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน ต้องให้ความใส่ใจและใฝ่รู้ในแต่ละเรื่องให้ลึกซึ้งลงไป อันเนื่องมาจากมนุษย์นั้นเป็นทรัพยากรที่แตกต่างจากวัตถุหรือเครื่องจักร มนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม อารมณ์ จิตใจ ความหลากหลายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนก้น คนที่มีการพัฒนาการทางด้านความรู้ ท้กษะ ทัศนคติอยู่เสมอ และแต่ละคนมีเป้าหมายในการทำงานของตนเอง และที่สำคัญมนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิต มีการพัฒนาการด้วยตนเองได้
เพราะฉะนั้น นิเทศศาสตร์ทางนวัตกรรม กับการบริหารคนจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือในการนำเสนอและในการสร้างให้เกิดความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน ทุกขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ หรือโครงสร้างทรัพยากรมนุษย์ ต้องใช้ "การสื่อสาร" เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน และความสุข ความสมดุล
จากผังของ HR Architecture ถ้าเราจะพิจารณาว่า มีความสอดคล้องกับนิเทศศาสตร์อย่างไร คงจะพอเปรียบเทียบได้คือ
ในลักษณะ Micro ถ้าสมมติว่าเป็นบุคคลคนหนึ่้งเกิดมาแล้ว สิ่งแรกที่จะต้องเรียนรู้คือ การสื่อสารที่เป็นอวจนะภาษา เพื่อเป็นการสื่อสารกับพ่อแม่ เพื่อจะให้ได้รับการดูแลและเวลาหิว เมื่อโตขึ้นได้รับการศึกษา ก็สามารถสื่อสารได้ด้วยวจนะภาษา ถ้ายิ่งมีความสามารถในการสื่อสาร ก็ยิ่งมีความสุขกับสังคมคนรอบข้าง และเมื่อเติบโตขึ้นอยู่ในวัยทำงาน การสื่อสารอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะจะต้องสื่อสารด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ ความคิดที่เป็นกระบวนการและความคิดที่มีจิตสาธารณะ จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความเป็นอยู่ในสังคมที่ดี สามารถอยู่ในโลกโลกาภิวัฒน์ และอยู่ได้อย่างเป็นสุข
ถ้าจะพิจารณาในลักษณะ Macro ในระดับประเทศ ถ้าประชากรในประเทศเป็นประชากรที่มีการศึกษา มีความคิดเป็นกระบวนการ คิดแบบวิเคราะห์ คิดแบบสร้างสรรค์ และมีความคิดแบบจิตสาธารณะ ไม่ว่าประชากรเหล่านี้จะไปประกอบอาชีพ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ เจ้าของกิจการ หรือเป็นผู้บริหารประเทศ ก็ย่อมจะทำให้ประเทศนั้นมีความสามารถสูงในการแข่งขันกับนานาประเทศ มีความเป็นประชาธิปไตย พ้นจากความยากจน มีความสงบสุข รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถอยู่ในโลกโลกาภิวัฒน์ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประชากรก็จะมีความสุข และมีความสมดุลของชีวิต ทั้งด้านวัตถุนิยมและจิตนิยม ทั้งนี้ก็ล้วนมาจากความสามารถในการสื่อสารในทุกขั้นตอน