ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วตั้งแต่ในปี พ.ศ. 1293 ไปประมาณอีก 100 ปีที่แผ่นดินอินเดียแตกออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยปกครองกันเอง ในกลุ่มคนชาวพุทธที่ยังเหลือรอดมาได้ก็ตั้งผู้นำชื่อโคปาลขึ้นมามีอำนาจปกครองแถบรัฐพิหารและเบงกอล
จึงตั้งตนเป็นเป็นต้นราชวงศ์ปาละครองเมืองปาฏลีบุตรได้สนับสนุนกิจการของพระสงฆ์สร้างมหาวิทยาลัยประจำรัชกาลมีที่ 1 ชื่อมหาวิทยาลัยโอทันตะปุระ ประจำรัชกาลที่ 2 ชื่อมหาวิทยาลัยวิกรมศิลา ประจำรัชกาลที่3 มหาวิทยาลัยโสมปุระและประจำรัชกาลที่ 10 ชื่อมหาวิทยาลัยชคัททละ
เจริญรอยตามแบบอย่างมหาวิทยาลัยนาลันทาที่โด่งดังของพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาชื่อวลภีนั้นในปี พ.ศ. 1255 ได้ถูกชนเผ่าอาหรับมุสลิมที่มายึดครองแคว้นสินธูอยู่
พอในปี พ.ศ. 1318ชนเผ่าอาหรับมุสลิมก็เคลื่อนทัพบดขยี้เข้าโจมตีเมืองวลภีของอินเดียที่พระราชาศิลาทิตย์ที่ 6 ปกครองเป็นการทำลายล้างแบบถอนรากแม้แต่ซากเมืองก็โดนเผานับแต่พระราชาลงมาตายเกลี้ยงแผ่นดินรวมทั้งมหาวิทยาลัยวลภีแห่งพุทธศาสนาก็บุกฆ่าและเผาอย่างสายฟ้าแลบทั้งพระสงฆ์และชาวพุทธล้วนอยู่ในกองเพลิงไม่เหลือรอดออกมาได้
ถือว่าชนเผ่าอาหรับมีอำนาจในการปกครองสืบต่อมา
เมื่อมองไปดูทางกรุงแบกแดดเป็นช่วงกาหลิฟแห่งราชวงศ์แอบบาสิด เริ่มหันเหความสนใจไปทางศิลปวิทยามากขึ้นจึงทำให้แผ่นดินอินเดียเย็นลงบ้างจากการรุกรานแต่เกิดปัญหาภายในแทนคือแคว้นต่าง ๆ ช่วงชิงความเป็นใหญ่
อย่างในปี พ.ศ. 1331 ถึง1363 เป็นช่วงนักปราชญ์ชาวฮินดูนิกายไศวะมีแผนการเอาคืนคนที่เข้าไปนับถือพุทธศาสนาที่ยังพอหลงเหลืออยู่แบบเบาบางให้หันมานับถือฮินดูเอาวัดพุทธศาสนามาเป็นวัดฮินดู
แม้แต่ตรงสถานที่ตรัสรู้ธรรมมีต้นโพธิ์อยู่นั้นหรือเจดีย์พุทธคยาที่เรียกชื่อกันในทุกวันนี้ก็ยึดเอาไปเป็นวัดฮินดูและผู้นำที่สำคัญที่ตั้งใจแน่วแน่ในการกำจัดพุทธศาสนาให้หมดสิ้นไปคือศังกราจารย์ในศาสนาฮินดูนิกายไศวะนั้นแล
สวัสดีค่ะ
มาเรียนต่อค่ะ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
มาเข้าเรียนในวันเสาร์นี้เลยหนา สังคมออนไลน์ก็สะดวกอย่างนี้ละ
เรียนให้สนุกนะครับผม ...อิ อิ อิ