ประสบการณ์จากการชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์จะทำให้เราเข้าใจถึงวิถีชีวิต และแนวคิดของคนที่นั่น

"ไกด์พี่ช้าง...กับธงประจำตัวในการทำท่องเที่ยว"

                เมื่อเราทานอาหารเช้ามื้อแรกในปักกิ่งก็นั่งรถบัสพร้อมกับไกด์ท้องถิ่นชาวจีนที่แนะนำตัวเองกับพวกเราว่า “ผมชื่อช้าง...เรียกพี่ช้างได้ครับ” พี่ช้างจบปริญญาตรีด้านการท้องเที่ยว และได้มาศึกษาภาษาไทยด้วยทุนของรัฐบาลจีนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และธงสัญลักษณ์ประจำตัวพี่ช้างก็คือ ธงผืนเหลืองที่มีสัตว์นำโชคในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ชื่อว่า ฮวน ฮวน  พี่ช้างย้ำกับน้องๆ ในทุกเรื่องเพื่อเกิดความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการพลัดหลง ขณะกำลังพี่ช้างเล่าเรื่องต่างๆ อย่างสนุกสนานด้วยเทคนิค และลีลาของไกด์มืออาชีพก็ถึงสถานที่ท่องเที่ยวและศึกษาแหล่งแรกอย่างไม่รู้ตัวคือ UnderWater World 

               พวกเราเป็นกลุ่มแรกของเช้านี้ที่เข้าชมสถานพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ทำให้เดินชมกันได้อย่างสะดวกสบาย ที่นี่ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำไว้อย่างหลากหลาย  คล้ายๆ กับ underwaterworld ที่เซนโทซ่าของสิงค์โปร์  จุดเด่นของที่นี่คือ ลักษณะห้องจัดแสดงที่เหมือนเดินเข้าไปในเรือ  และการมีอุโมงค์แก้วให้เดินชมยาวพอสมควร  นักเรียนให้ความสนใจกับนกเพนกวินมากเป็นพิเศษ หลังจากนั้นพวกเราก็เตรียมขึ้นไปเพื่อไปยังหอบูชาเทียนถาน

"บริเวณแท่นบูชาสวรรค์"

                หอบูชาเทียนถาน  ซึ่งมีชื่อเรียกขานอีกอย่างว่า “วัดแห่งสวรรค์” เป็นสถานที่กว้างใหญ่ไพศาล ลงจากรถบัสเราก็เจอกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งไกด์พี่ช้างให้คำแนะนำน้องๆว่า หลีกเลี่ยงอย่าซื้อเพราะอาจจะได้เงินทอนเป็นเงินปลอม เด็กๆ ก็ทำตามคำแนะแนะของพี่ช้าง เราเดินชมบรรยากาศรอบๆ สังเกตผู้คน แวะฟังคำบรรยายจากพี่ช้างเป็นระยะ ๆ ทำให้ทราบว่า ฮ่องเต้จะเดินทางมาที่นี่เพื่อทำพิธีบวงสรวงขอพรสวรรค์ โดยจะขอพรให้แก่ส่วนรวม 3 ข้อคือขอให้ฝนตกตามฤดูกาล  ขอให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ และขอให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข   และขอส่วนตัวเพียง 1 ข้อ (เป็นแบบอย่างที่ดีคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน) เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งจะพบว่า สถานที่แห่งหนึ่งเป็นที่ชุมนุมของผู้สูงอายุที่มาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นกีฬา  เต้นรำ  ขับร้อง เขียนตัวอักษรจีน  เด็กๆสนใจกีฬาการแตะลูกขนไก่ ซึ่งบ้านเราก็มีเพราะครูนกเคยเล่นแตะลูกขนไก่ตอนอยู่ประถมปลาย  ในที่สุดเด็กชายภูผาก็ซื้อกลับมาเพื่อจะมาลองทดลองเล่นกับเพื่อนๆ  ครูนกกับเพื่อนครูอีกคนสนใจเวทีเต้นรำเพราะที่นั่นเต็มไปด้วยไมตรีจิต รอยยิ้ม และความสุขจนสามารถสัมผัสได้เลย  ในบริเวณหอบูชาเทียนมีสิ่งก่อสร้างน่าสนใจคือ ท้องฟ้าจำลอง

"แม่ค้าลูกขนไก่"

 

"ท้องฟ้าจำลอง...หลังคาคล้ายหมวกขุนนาง"

"ภายในสวยงามตระการตา..."

"ตำหนักเอกตำหนักเอกฉีเหนียนเตี้ยน"

           ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้ซึ่งมีหลังคากระเบื้องสีน้ำเงิน ตัวอาคารเป็นเครื่องไม้สีแดงสไตล์จีน  บริเวณนี้จะกำแพงเสียง จากคำบอกเล่าของไกด์เรื่องการสะท้อนของเสียงทำให้นักเรียนทดลองเล่นกันสนุกสนานคือเอาหูแนบกับกำแพง แล้วให้เพื่อนไปกระซิบที่ฝั่งตรงกันข้ามจะได้ยิน และสถานที่น่าสนใจอีกจุดคือตำหนักเอกฉีเหนียนเตี้ยนซึ่งมีโครงสร้างทรงกระบอก หลังคามุงกระเบื้องสีน้ำเงินให้ความรู้สึกเย็นสบาย และมีลูกแก้วสีทองบนยอดหลังคา  ทุกอย่างที่พวกเราเห็น ทุกเรื่องราวที่เราได้ยินจากคำบอกเล่าของไกด์ทำให้พวกเราเข้าใจในความเป็นมาของจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น และยังเชื่อมโยงประสบการณ์จากการดูภาพยนตร์จีนในอดีต  ในกลุ่มนักเรียนจะมีนายปู้นที่สามารถตอบคำถามไกด์ได้อย่างน่าทึ่ง แม้แต่ไกด์เองก็ยังชมปู้น  และปู้นก็เป็นที่พึ่งของครูและเพื่อนๆ ในหลายเรื่องเพราะปู๊นเรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่สองรองจากอังกฤษ  พวกเราเดินกันไกลมากแต่โชคดีที่ตื่นเต้นกับคำบอกเล่า และทัศนียภาพทำให้ลืมระยะทางที่สำคัญทุกคนพกพารองเท้าคู่ใจ(ไม่กัดกันแล้ว ตามคำแนะนำของไกด์ก่อนออกเดินทาง) มองนาฬิกาก็ได้เวลาทานข้าวกลางวันมื้อแรก(อีกแล้ว)ในปักกิ่ง

     

                                 "ได้เวลา...รูปหมู่แล้วพวกเรา"

"มื้อกลางวัน...ที่ใครๆลงความเห็นว่าอร่อยที่สุด"

ปล. ภาพกิจกรรมของผู้สูงวัยที่มาชุมนุมที่แท่นบูชาเทียนถาน

"ร้องอย่างมีความสุข...เลยมาถึงคนฟัง"

"ครูนกชอบอักษรจีนและวิธีการเขียนมากๆ"

"เธอผู้นี้..มอบความสุขให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา"