เรียนรู้จากเครื่องเอกซเรย์ ได้จำ คล่ำ เคาะ ฟัง ตรวจวัด ทำให้เกิดความกระจ่าง ได้เรียนรู้ มากกว่าการเรียนทฤษฎีเพียงอย่างเดียว

สวัสดีครับ

วันนี้ขอนำเสนอภาพจากการปฎิบัติการของนักศึกษารังสีเทคนิค รุ่นที่ 10 ที่ได้ลงมือปฏิบัติการตามหัวข้อต่างๆดังนี้

1. คำถาม :

เราจะทราบได้อย่างไร? ว่าเครื่องเอกซเรย์ที่ให้งานอยู่นั้น มีแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเป็นแบบใด?

วิธีการหนึ่งที่สามารถทราบได้ คือ การตรวจวัดทางอ้อมด้วยเครื่อง RMI 242 Ionization Chamber ที่ทางภาควิชารังสีวิทยา มีใช้งานดังภาพ 

โดยการให้นักศึกษาใช้เครื่องตรวจเครื่องเอกซเรย์ที่ใช้งาน จำนวน 2 เครื่อง คือ เครื่องเอกซเรย์ทั่วไป และเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ ซึ่งเครื่องนี้สามารถแสดงผลออกมาว่าเครื่องเอกซเรย์ที่ใช้งานอยู่ มีแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเป็นชนิด Single phase หรือ Three phase หรืออื่นๆ

 

2. คำถาม :

ส่วนประกอบของเครื่องเอกซเรย์และหลอดเอกซเรย์ที่สำคัญมีอะไรบ้าง?

โดยให้นักศึกษาได้ดูส่วนประกอบภายนอกของเครื่องเอกซเรย์

ศึกษาสัญญาลักษณ์ที่ปรากฏบนแผงควบคุม รายละเอียดทที่สำคัญที่ระบุไว้ตามตัวอย่างและหลอดเอกซเรย์

 

นักศึกษาส่วนประกอบภายนอกและภายในของหลอดเอกซเรย์

 

นักศึกษาได้รวมกลุ่มกันพิจารณา วิเคราะห์ และพยายามบรูณาการองค์ความรู้เท่าที่จำได้จากการเรียน+ประสบการณ์ เชื่อมโยงส่วนต่างๆของเครื่องเอกซเรย์ หลอดเอกซเรย์และวงจรการทำงาน

 

3.การฝึกกำหนดรายละเอียดครุภัณฑ์ เพื่อเตรียมการจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์

โดยให้นักศึกษาพิจารณาจากตัวอย่างของรายละเอียดที่ทางบริษัทผู้จำหน่ายส่งมาให้ รวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำหนดว่า ควรเขียนรายละเอียดอย่างไร? เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ได้เครื่องที่ตรงกับความต้องการ หรือไม่เป็นการกีดกันทางการค้า หรือไม่ให้หน่วยงานเสียผลประโยชน์ เป็นต้น

สรุป : การฝึกปฏิบัติทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ไม่ง่วงนอนระหว่างเรียน ได้จับ คล่ำ เคาะ ฟัง สัมผัส ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้บรูณาการวิชาที่เรียนกับเครื่องมือที่พบเห็น

อาจารย์ ได้เห็นว่านักศึกษาคนใด? รู้ ไม่รู้ เพื่อพัฒนาให้นักศึกษาได้ รู้ มากกว่า ไม่รู้ เพิ่มความรู้ ลดความไม่รู้