ชื่อเรื่อง ปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครู สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา

ผู้วิจัย ภิญญา   รักษาพันธ์

ปีที่วิจัย  2551

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครู สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

2. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครู สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามคุณวุฒิของพนักงานครู

3. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครู สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามประสบการณ์ทางการสอนของพนักงานครู

4. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครู สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามขนาดโรงเรียน

วิธีการวิจัย การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ(survey Research)

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ พนักงานครูโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกาาเมืองพัทยา จำนวน 402 คน

2. กลุ่มตัวอย่าง คือพนักงานครูในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำนวน 10 โรงเรียน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้จากการคำนวณโดยใช้สูตรของยามาเน(yamane)ดำเนินการสุ่มแบบแบ่งชั้น (stratified random sampling)ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

     เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นตามแนวคิดการบริหารงานวิชาการของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติเป็นแนวทางการบริหารงานวิชาการ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดและพัฒนาบุคลากร ด้านพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านการวัดและประเมินผล ลักษณะเคื่องมือเป็นแบบสอบถาม แบ่งเป็น 2 ตอน

ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับสถานภาพของพนักงานครู ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบเลือกตอบ

ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามที่เกี่ยวกับระดับปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครูสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา

ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ขอหนังสือจากภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อขอความร่วมมือจากผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยาในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานครูในโรงเรียนจำนวน 10 โรงเรียน

2. ผู้วิจัยนำหนังสือขอความร่วมมือพร้อมแบบสอบถามไปส่งให้ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาทั้ง 10 โรงเรียนด้วยตนเอง จำนวน 200 ชุด พร้อมทั้งขอให้ช่วยแจกแบบสอบถามแก่พนักงานครู ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ผู้วิจัยจะมารับแบบสอบถามคืนดด้วยตนเอง ผลปรากฏว่าได้รับแบบสอบถามคืนจำนวน 200 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100

3. ตรวจสอบความสมบูรณ์องแบบสอบถาม ซึ่งคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์มาตรวจให้คะแนน เพื่อเตรียมประมวลผลข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป และหาค่าสถิติตามจุดมุ่งหมายและสมมุติฐานที่ตั้งไว้

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. คำนวณสถานภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาแจกแจงความถี่และการหาค่าร้อยละแล้วนำเสนอในรูปแบบของตารางประกอบความเรียง

2. คำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อวิเคราะห์ระดับปัญหาของการบริหารงานวิชาการใน 5 ด้าน คือ ด้านการจัดและพัฒนาบุคคลากร ด้านพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านสื่อการเรียนการสอน และด้านการวัดและประเมินผล ทำการแปลความหมายตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนดไว้

3. ทำการทดสอบความแตกต่างตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยจำแนกตามคุณวุฒิของพนักงานครู ประสบการณ์ในการสอนและขนาดโรงเรียน โดยคุณวุฒิของพนักงานครูและขนาดโรงเรียนใช้สถิติการทดสอบ t-test และประสบการณ์การสอนใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน(One - Way ANOVA)

 ผลการวิจัย พบว่า

1. พนักงานครูสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา มีปัญหาการบริหารงานวิชาการโดยรวมและรายด้านในระดับปานกลาง

2. เปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามคุณวุฒิของพนักงานครู โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพนักงานครูที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีมีปัญหาการบริหารงานวิชาการมากกว่าพนักงานครูที่มีวุฒิการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

3. เปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครูสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามประสบการณ์ทางการสอนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

4. เปรียบเทียบปัญหาการบริหารงานวิชาการของพนักงานครูสังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา จำแนกตามขนาดโรงเรียน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ