พิสูจน์สัญชาติของแรงงานข้ามชาติกับสิ่งที่ยังหาคำตอบไม่ได้
แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาในเมืองไทยส่วนมากเป็นแรงงานที่มาจาก สามประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้งสิ้น
ขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ ของทั้งสามประเทศมีหลักเกณฑ์ คล้ายกัน ได้แก่
ขั้นตอนที่ ๑ แรงงานพม่ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ประสานงานการพิสูจน์สัญชาติ กรมการจัดหางาน
ขั้นตอนที่ ๒ แรงงานพม่ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขั้นตอนที่ ๓ แรงงานรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทางการประเทศต้นทาง ณ หน่วยพิสูจน์สัญชาติของแต่ละประเทศ ซึ่ง
ประเทศลาว เมื่อก่อนมีสถานที่พิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยที่ ห้างฟิวเจอร์พารค์ บางแค
ประเทศกัมพูชา มีที่ชั้น 3 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
ประเทศพม่ามีที่ สามแห่ง ได้แก่ 1.เมืองท่าขี้เหล็ก 2.เมืองเมียวดี 3.เมืองเกาะสอง
ขั้นตอนที่ ๔ ยื่นคำขออนุญาต ตรวจลงตราประทับขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าเทียบเรือสะพานปลา
ขั้นตอนที่ ๕ แรงงานรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ประสานงานพิสูจน์สัญชาติ
ก็เป็นขั้นตอนคร่าวในการนำแรงงานต่างด้าวไปพิสูจน์สัญชาติที่ประเทศต้นทางของ แรงงาน
โดยเอกสารที่ทางรัฐประเทศต้นทางออกให้แรงงานต่างด้าวจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ได้แก่
ประเทศลาว เรียนว่าหนังสือเดินทางชั่วคราว Temporary passport TP
ประเทศกัมพูชา เรียกว่าเอกสารรับรองบุคคล Cetificate of identify CI
ประเทศพม่า Visa Non Immigration LA
จากสถิติที่ได้รับจากกระทรวงแรงงานจะพบว่า แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่นั้นจะไม่ค่อยไปพิสูจน์สัญชาติที่ต้นทางปัญหาที่ไม่ไปพิสูจน์สัญชาติ สรุปได้คร่าว ดังนี้
แรงงานไม่เข้าใจสิทธิประโยชน์ ระหว่างการที่ไปพิสูจน์สัญชาติมาแล้วว่าจะได้รับสิทธิเพิ่มเติมมากว่าการที่ไม่ไปพิสูจน์สัญชาติอย่างไรจึงทำให้ไม่อยากไป
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไปพิสูจน์สัญชาติที่ค่าใช้จ่ายที่จริงๆ ที่ใช้ในการพิสูจน์สัญชาติกับทางการต้นทางและยังมีค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกไหมน้อย เมื่อเทียบกับ เงินเดือนที่ได้รับจากนายจ้าง อาจจะไม่พอที่จะไป
นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญที่พบ คือ การที่มีแรงงานจำนวนหนึ่งที่ได้ไปพิสูจน์สัญชาติแล้ว กลับมา มาบอกเพื่อนแรงงานด้วยกันว่าไม่ต้องไป หรอก มันไม่คุ้มกับที่เสียไป ทำให้แรงงานที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ ไม่ยอมไปพิสูจน์สัญชาติเนื่องจากยังไม่แน่ใจ ในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพราะบางทีอาจจะถูกตำรวจจับกุมระหว่างการเดินทาง ก็อาจจะเป็นไปได้
ในปัจจุบันจึงพบว่า มีนายหน้าเพื่อพาไปพิสูจน์สัญชาติ ณ ประเทศต้นทางมากขึ้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ตัวแรงงานต่างด้าว ทั้งสะดวกในเรื่องค่าใช้จ่าย ที่แรงงานสามารถผ่อนชำระกับทางนายหน้าเป็นงวดๆ ได้หรือสะดวกในการเดินทางที่นายจ้างจะพาเดินทางไปยังสถานที่พิสูจน์สัญชาติ โดยตรง หรือแม้แต่สะดวกในการติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ จึงไม่แปลกที่มีแรงงานข้ามชาติจำนวนไม่น้อยที่สมัครใจเลือกใช้บริการของตัวแทนนายหน้า

สวัดีดีครับ