ทีมสุขภาพอย่างเราๆก็อย่าลืม ช่วยดู ช่วยส่งตรวจเพื่อให้ได้เข้าถึงการรักษาในเรื่องของสุขภาพช่องปากนะคะ

บันทึกนี้นำเรื่องของฟัน ฟันคนไข้เบาหวานมาเล่าต่อนะคะ เป็นเรื่องเล่าจาก ร.พ.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราชค่ะ เรื่องเล่ามาจากปากของทันตแพทย์หญิง วรุณี วงศ์นาถ เรื่องนี้อยู่ในหนังสือประกอบการประชุมมหกรรมเบาหวานฯ แห่งชาติด้วยนะคะ

ฝ่ายทันตสาธารณสุข ลงตรวจช่องปากคนไข้เบาหวานที่มารับบริการในคลินิคเบาหวานในช่วงเช้าหลังผู้ป่วยเจาะเลือด ซักประวัติ วัดสัญญาณชีพเสร็จแล้ว เป็นช่วงที่คนไข้รอผลเลือดเพื่อเข้าพบแพทย์ 

เข้าไปให้ความรู้เป็นรายกลุ่มก่อน พูดให้เข้าใจว่า ทำไมคนเป็นเบาหวานต้องดูแลสุขภาพช่องปากมากเป็นพิเศษ

"คนเป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคปริทันต์หรือรำมะนาดมากกว่าคนทั่วไป 2-5 เท่า โดยเฉพาะถ้าเป็นตั้งแต่อายุน้อย และถ้าเป็นโรคปริทันต์ที่อักเสบรุนแรงก็จะส่งผลให้คุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้"

"คนเป็นเบาหวานจะมีภาวะแทรกซ้อนพวกนี้ในช่องปากบ่อย ปากแห้ง น้ำลายไหลน้อย ปวดแสบปวดร้อนในปาก รสอาหารก็เปลี่ยน กินอาหารได้น้อย น้ำลายที่น้อยและปริมาณน้ำตาลในน้ำลายเพิ่มขึ้นทำให้ติดเชื้อในช่องปากง่ายขึ้น บางครั้งก็มีเชื้อราหรือฝ้าขาวในปาก ฟันผุได้ง่ายโดยเฉพาะที่รากฟัน โรคปริทันต์ที่รุนแรงและลุกลามเร็วทำให้สูญเสียฟันไป"

ให้ความรู้แล้วก็ถามคนไข้ว่าใครมีปัญหาอย่างที่บอกบ้าง คนไข้ยกมือขึ้นแสดงตัวหลายคน และบอกถึงาภวะแทรกซ้อนของตนเอง 

ถามคนไข้ต่อว่า ดูแลรักษาฟันอย่างไร แนะนำวิธีแปรงฟัน เล่าให้ฟังวิธีการดูแลรักษาอนามัยช่องปาก วิธีบริหารใบหน้า บริหารลิ้น ข้อปฏิบัติในการดูแลสุขภาพของคนเป็นเบาหวาน และวิธีมาติดต่อขอรับบริการจากทางทันตกรรม

ให้ความรู้แล้วก็ให้คนไข้เข้ามาตรวจช่องปากเป็นรายคน ตรวจแล้วก็บอกสภาพช่องปากหรือโรคที่เป็นอยู่ให้รู้ แนะนำเป็นรายๆไป แล้วนัดไปดูแลต่อที่ทันตกรรม

วันที่ไปให้ความรู้ มีป้าอายุ 50 ปี เล่าว่า มีอาการปวดแสบ ปวดร้อนในช่องปากมา 5 วัน กินอะไรก็ไม่ได้ ทำความสะอาดฟันยาก ทำแล้วเจ็บ รู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิดง่าย

ตรวจช่องปากให้พบว่า ในปากมีฟันเหลืออยู่เกิน 20 ซี่ มีฟันโยกเล็กน้อย ฟันมีหินปูนเกาะทุกซี่ เหงือกรอบๆฟันบวมแดง ลิ้นเป็นฝ้าขาว เหลือกตรงกระพุ้งแก้มแดง

แนะนำผู้ป่วยให้จิบน้ำบ่อยๆ เวลาแปรงฟันให้แปรงลิ้นด้วยทุกครั้ง เพราะลิ้นจะเป็นที่ซึ่งสะสมเชื้อโรคได้มาก ตรวจแล้วก็นัดให้คนไข้ไปรับการขูดหินปูนเหนือเหงือกและขัดฟันให้สะอาด

คนไข้ได้รับยาวันนั้นแล้วก็มาที่ทันตกรรม ก่อนรักษาได้ให้คนไข้ดูกระจกให้เห็นสภาพช่องปากของตัวเอง เห็นหินปูนที่เป็นสาเหตุของเหงือกอักเสบ ดูลิ้นที่เป็นฝ้าขาว อธิบายขั้นตอนของการรักษาให้ฟัง

แล้วรักษาโดยขูดหินปูนและขัดฟันให้ เสร็จแล้วแนะนำให้ป้าดูแลตัวเองโดยทำน้ำเกลือ (ผสมเกลือแกง 1/2 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว) อมทำความสะอาดให้เหงือกลดการอักเสบ สอนวิธีแปรงฟัน ซ้ำอีกครั้ง แล้วนัดตามผล

5 วันต่อมา ป้ากลับมาตามนัดด้วยสีหน้าที่มีความสดชื่น บอกว่าอาการปวดแสบปวดร้อนในปากหายไปแล้ว กินอาหารได้ ฟันไม่เจ็บ

ได้นัดผู้ป่วยมาดูแลต่อเนื่องจนกระทั่งหายเป็นปกติ แล้วนัดอีกครั้ง 3 เดือน ก็พบว่ามีหินปูนเกาะฟันบ้าง แต่ไม่มีอาการปวดแสบปวดร้อน  จึงขูดหินปูนให้อีก ขัดฟันให้ แล้วนัดอีกทุก 3 เดือน

อ่านแล้วเห็นมั๊ยว่า การดูแลตนเองของคนเป็นเบาหวานมีหลายเรื่องเชียว ใครที่เป็นเบาหวานดูแลตัวเองให้รอบด้านนะคะ น้ำตาลที่สูงจะได้ลดลงคุมได้อย่างที่อยากให้เป็นไงเล่า

เรื่องเล็กขี้ประติ๋วอย่างฟัน ก็ลุกลามทำให้เป็นเรื่องได้มากมายเชียว กินอาหารต้องจำกัดประเภทอยู่แล้ว ไหนฟันจะทำให้กินได้น้อยลงเข้าไปอีก  ชีวิตและสุขภาพอยู่ในมือของคนเป็นเบาหวานเองมากกว่าใครอื่นเลยนะคะ

ทีมสุขภาพอย่างเราๆก็อย่าลืม ช่วยดู ช่วยส่งตรวจเพื่อให้ได้เข้าถึงการรักษาในเรื่องของสุขภาพช่องปากนะคะ

ในคนไข้รายนี้ ฉันลืมถามคุณหมอวรุณีไปว่า จะทำฟันให้นั้น ข้องใจกับค่าน้ำตาลสูงมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าเจอคนไข้บ่นบ่อยๆว่าไปตรวจแล้วหมอฟันบอกน้ำตาลสูง ไปคุมน้ำตาลมาก่อนแล้วจะทำให้ ถือว่าติดเป็นการบ้านไว้ก็แล้วกัน ไว้จะไปค้นหาคำตอบมาให้ หรือใครที่เป็นทันตแพทย์เข้ามาอ่าน ก็ช่วยบอกกันหน่อยจะดีไม่น้อยค่ะ