เมื่อวานนี้เป็นวันที่รับปากครูใหญ่(อ.วัลลา) ว่าจะพาตัวไปช่วยงานเบาหวานโลกที่ม.วลัยลักษณ์จัดขึ้น แต่แล้วก็ไม่ได้ไปด้วยเหตุว่า เสียงแหบหายไปหมดเพราะหวัดเล่นงาน กริ๊งไปฝากน้องนาฏเภสัชกรร.พ.ท่าศาลาแจ้งข่าวกับครูใหญ่ให้ (กริ๊งโดยตรงไปที่ครูใหญ่ไม่สามารถติดต่อได้ แสดงถึงว่าเธอยุ่งมากๆๆๆ) ตัวฉันเองเมื่ออยู่บ้านก็พักกายเพื่อให้หวัดทุเลา แต่แล้วก็ไม่วายเผลอนอนดึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวบางอย่างได้และอยากบันทึกไว้ก่อนลืม
วันนี้รู้สึกดีขึ้นจึงมาขอต่อบันทึกที่ค้างเอาไว้ บันทึกก่อนเล่าไว้ว่าเรียนรู้อะไรจากบันทึกคนไข้เบาหวานที่ลองทำ แล้วเอ่ยถึงเรื่องของความคลาดเคลื่อนทางยาขึ้นมาอยู่หน่อยหนึ่ง วันนี้จึงมาเติมว่าได้รู้อะไรมาบ้าง เผื่อใครจะนำไปใช้สุ่มดูคุณภาพของร.พ.ตัวเองบ้าง เพื่อจะได้ช่วยดูแลคนไข้ที่ตัวหวานในมือให้เขามีชีวิตดีวันดีคืนไง
อายุรแพทย์ร.พ.ฉันมีอยู่ 5 คนเท่านั้น และ 4 ใน 5 คนได้รับมอบให้ช่วยทำงานบริหารไปด้วย คนหนึ่งรับหน้าที่รองฯแพทย์ซึ่งงานตรึมอย่าบอกใครเชียวหละ งานที่มอบให้มีทั้งเรื่องการดูแลคน ดูแลงานด้านโครงสร้าง และดูแลระบบเรียกเก็บเงิน คนหนึ่งได้รับมอบพัฒนาระบบงานหน่วยไตเทียมและแพทย์ใช้ทุน คนหนึ่งดูแล IC ทั้งระบบรวมถึงการดูแลพิเศษทั้งงานและคนเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ คนหนึ่งดูแลระบบบริการหน่วยไตเทียมและ IT ทั้งหมดมีหน้าที่ตรวจคนไข้นอกคนละ 3 วันต่อสัปดาห์และมีหอผู้ป่วยในที่ดูแลพร้อมไปด้วย

ในเมื่อทั้งหมดนั้นต่างก็มีภาระที่ยุ่งเหยิงไปหมด ให้ยาที่สั่งไว้เป็นแบบสเกลที่ใช้ค่า DTX เป็นเกณฑ์ให้นางฟ้าใช้ร่วมดูแลคนไข้ได้ ส่วนนางฟ้ารับแผนแล้วก็ตั้งเกณฑ์เจาะ DTX ตามเวลากินอาหารของคนทั่วไป ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหารมื้อถัดไปเหมือนกันนั่นแหละค่ะ
หากแต่คนไข้ตัวหวานเขาส่งอาหารใส่ปากเหมือนใครเขาที่ไหนเล่า ผลของการตั้งเวลาเจาะตามเวลาอาหารที่ไม่ใช่ real time ของเขาจึงส่งผลได้มากมาย ความเข้าใจไม่ตรงกันตรงจุดนี้มีหรือเปล่า ฉันไม่รู้จึงไปชวนลอง ลองเพื่อที่จะค้นหาว่าเรื่องของการให้ยามีอะไรเป็นผลที่ทำให้คนไข้เกิดผลการรักษาที่ไม่ต้องการหรือไม่
ลองแล้วก็พบว่าในคนไข้ 3 คนแรกการให้ยามีความคลาดเคลื่อนซึ่งมีผลจากการลืมเช็คเวลาเจาะ DTX ก่อนอาหาร กับ real time ของการกินมื้อก่อนของคนไข้ว่าห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหรือเปล่า และมีผลจากการฉีดยาหลังเจาะ DTX ช้ากว่าครึ่งชั่วโมงซึ่งทำให้มีผลของการแปลฤทธิ์ของยาฉีดอินซูลินในคนไข้รายนั้นเพี้ยนไปจากความจริง
เมื่อได้พบว่าการได้รู้เวลา real time ของการส่งอาหารเข้าปากของคนตัวหวานให้ประโยชน์ต่อผลการรักษา จึงมีการนำมาใช้ยืดหยุ่นในการขอความร่วมมือจากคนไข้ในเรื่องการบันทึก

การลงมือทำบันทึกที่มีเรื่องเวลาอาหาร ยาและผลเลือดอยู่ในหน้าเดียว ทำให้ได้เห็นว่า จะให้นางฟ้าและเจ้าหน้าที่คอยเพียรถามเวลากินนั้นมีหลุด เหตุผลที่มีหลุดก็ด้วยงานดูแลคนไข้แต่ละคนมีเรื่องราวให้ทำเต็มไปหมด ที่ดีกว่าจึงเป็นเรื่องขอมะรุมมะตุ้มใส่ข้อมูลให้กัน จึงเป็นที่มาของการขอความร่วมมือจากคนไข้หรือญาติให้ช่วยบันทึกไว้ให้
ยืดหยุ่นกันไปว่าลืมเขียนไม่ว่ากัน ขอให้เขียนให้เหอะ ใครเขียนหนังสือได้ ขอช่วยเขียนทั้งหมดทั้งเวลา รายการและปริมาณที่กิน ใครเขียนหนังสือไม่ได้ก็ขอแค่เขียนเวลา real time ของแต่ละมื้อที่กินให้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับช่วยให้อายุรแพทย์ปรับปรุงให้แผนการดูแลตัวเขาดีขึ้น
เรื่องราวที่เปลี่ยนผ่านมาด้วยดีทั้งหมดนี้ก็เกิดจากทำงานร่วมกันเป็นทีมระหว่างทีมร.พ.กับคนไข้และครอบครัวไง

บทเรียนสอนใจ :
เรื่องของการให้ยา มีความคลาดเคลื่อนแฝงเสมอ วิธีคลำสาเหตุอย่าลืมใคร่ครวญไปที่วางระบบของการรักษาไว้ได้ดีหรือยัง
วิธีสะกดรอย (clinical tracer) ใช้ได้สำหรับการค้นหาสาเหตุหลักในระบบสนับสนุนที่ทำให้คุณภาพของการรักษาไม่เกิดด้วยนะ
การทำงานเป็นทีมหมายถึงการมะรุมมะตุ้มช่วยกันใช้หน้าที่ของตนร่วมดูแลคุณภาพของการรักษาและอย่าลืมนะว่าผู้ป่วยและญาติก็คือส่วนหนึ่งของทีมด้วย
วิธีป้องกันการมะรุมมะตุ้มไม่ให้เกิดการเกี่ยงหรือการตะลุมบอนระหว่างกันเองก็คือ การส่งไม้(งาน)ให้ตรงตามหน้้าที่ที่แต่ละคนคุ้นชินอยู่แล้วหรือรู้ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ส่วนตัวเราเองก็อย่าเอาแต่สั่ง ให้ลงมือช่วยในสิ่งที่เราเองก็มีความสามารถร่วมคิดหรือร่วมทำหรือทั้งร่วมคิดและร่วมทำได้
สุอยอดครับ พี่หมอเจ๊
ว่าง ๆ เราแลกกันตรวจ 2 โรงพยาบาลดีไหมครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมชมนะคะ^^
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่นำมาให้อ่านค่ะ
แวะมาเยี่ยมพี่หมอครับ