ปลาสลิด

เลี้ยงปลาสลิดด้วย "ข้อมูล"วิถีสร้างอาชีพหนุ่มแม่กลอง

การนำวิธีการบันทึกข้อมูลในงานวิจัยทุกขั้นตอน มาปรับใช้กับการเลี้ยงปลาสลิดของ ปัญญา โตกทอง วัย 45 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาแห่ง ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม รวมทั้งจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด ส่งให้ผลผลิต "ปลาสลิด" ทำเงินเพิ่มเกือบเท่าตัวในพื้นที่การเลี้ยงและราคากิโลกรัมที่ไม่แตกต่างกัน

เม็ดเงินที่งอกเงยขึ้นมาจากการเลี้ยงปลาสลิดเกือบ 1 ล้านบาท ในการเลี้ยงจำนวน 3 บ่อ ปี 2547-2548 ปัญญา บอก เป็นเพราะได้มีโอกาสทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เรื่องการจัดการน้ำในลำคลอง ต.แพรกหนามแดง โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำให้เห็นถึงประโยชน์ของการคิดหาข้อเท็จจริงมาสร้างเป็นข้อมูล โดยเฉพาะการนำมาปรับใช้ในการเลี้ยงปลาสลิดของตนและเพื่อนบ้าน

"ผมและเพื่อนบ้านยึดอาชีพเลี้ยงปลาสลิดมาตลอด ที่ผ่านมาเลี้ยงไปตามธรรมชาติ ไม่มีเทคนิคการเลี้ยงที่เป็นแบบแผน แต่หลังนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้กับการเลี้ยง ที่เป็นปัญหาคือการเพาะฟักลูกปลาที่มีอัตราการรอดไม่แน่นอน หรือรอดก็เกิดปัญหาปลาไม่โต ขายไม่ได้ราคา ทำให้ไม่สามารถวางแผนการลงทุนได้" ปัญญา บอกและว่า จุดนี้เป็นปัญหาของเพื่อนเกษตรกรที่เลี้ยงปลาสลิดด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ ปัญญา ยังบอกถึงวิธีการให้อาหารปลาที่เหมาะสมว่า ให้เริ่มจากวิธีจดบันทึกปริมาณอาหารที่ให้แต่ละครั้ง พร้อมสังเกตว่าปลากินหมดเวลาไหน ถ้ากินหมดตอนเย็นก็แสดงว่าพอดี แต่ถ้ากินหมดเร็วก็แสดงว่าอาหารไม่พอ ต้องให้เพิ่ม ซึ่งทุกอย่างต้องจดรายละเอียด

"ผมใช้เวลา 2 ปี จดบันทึกการเลี้ยงทุกขั้นตอน จึงค้นพบวิธีการเพาะฟักลูกปลาให้มีอัตราการรอดสูง วิธีการให้อาหารที่เหมาะสมกับปลาแต่ละช่วงวัย วิธีการดูแลให้ปลาแข็งแรงปลอดโรค วิธีลดปริมาณศัตรูปลาที่แย่งอาหาร เมื่อรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็นำมาวางแผนการเลี้ยง" ปัญญา แจงและว่า ความสำเร็จนี้เป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับรายได้ของปลาสลิดปี 2547 ซึ่งเป็นการเลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท แต่หลังนำวิธีจดบันทึกข้อมูลมาช่วยวางแผนการเลี้ยงปี 2548 ทำให้มีรายได้เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท ในพื้นที่เดิมและราคาขายที่ใกล้เคียงกัน

พร้อมเสริมถึงวิธีบันทึกการให้อาหารปลาว่า เมื่อปลาอายุได้ 3 เดือน ก็ให้ใช้ยอยกชั่งทุกๆ 15 หรือ 20 วัน เพื่อดูว่า 1 กิโลกรัม มีกี่ตัว และ 1 บ่อ มีปลากี่ตัว เพื่อคำนวณน้ำหนักของปลาที่เลี้ยงทั้งหมด ก่อนนำมาคำนวณหาอัตราส่วนการแลกเนื้อของปลาและอาหาร รวมทั้งคำนวณต้นทุน กำไร

ตัวอย่างเช่น ใช้อาหารเลี้ยง 87,750 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 10 บาท ค่าอาหาร 877,500 บาท ขายปลาได้ 48,750 กิโลกรัม แสดงว่าอัตราการแลกเนื้อของปลาและอาหารคือ 1:1.8 กิโลกรัม ส่วนการคำนวณต้นทุน กำไร เอาน้ำหนักปลาที่จับได้คูณราคาขายที่กิโลกรัมละ 50 บาท พบว่าขายได้ 2,437,500 บาท หักต้นทุนค่าอาหารจะเหลือเงิน 1,560,000 บาท นำค่าใช้จ่ายอื่นๆ มาหักจะได้ตัวเลขที่เป็นกำไรสุทธิ

ทั้งหมดนี้ ปัญญา บอกว่า ไม่สงวนลิขสิทธิ์หากเกษตรกรท่านใดจะนำไปใช้ ใช่แต่เฉพาะการเลี้ยงปลาเท่านั้น ระบบการจดบันทึกข้อมูลเพื่อการวางแผนอนาคตนั้น ใช้ได้กับทุกอาชีพ