ผมสอนนักเรียนออทิสติกในห้องเรียนรวมมากว่า 10 ปี
หน้าที่หลักคือ ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการและทักษะทางสังคมให้กับนักเรียนออทิสติก
ในห้องเรียนรวม ปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของนักเรียนออทิสติก
เพื่อให้นักเรียนออทิสติกและนักเรียนปกติสามารถเรียนรวมกันได้อย่างมีความสุข
ผมคอยดูแลให้ความช่วยเหลือนักเรียนออทิสติกที่อยู่ในความดูแลของผมในทุกวิชาที่นักเรียนเข้าเรียน
ขณะที่ผมนั่งอยู่หลังห้องเรียนจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมการเรียนและพฤติกรรมทั่วไป
ของนักเรียนออทิสติกและให้ความช่วยเหลือเมื่อนักเรียนต้องการความช่วยเหลือ
นักเรียนออทิสติกแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง
ดังนั้นวิธีการขอความช่วยเหลือจึงแตกต่างกันไปด้วย เช่น การมองซ้ายมองขวา
การเปิดหนังสือวนไปวนมา หรือบางคนก็ใช้วิธีการตั้งคำถามที่ลงท้ายด้วยคำว่า “ไหม” ทุกคำถาม
เช่น วาดรูปนี้ยากไหม? การทดลองนี้ยากไหม? เป็นต้น
นักเรียนมักจะขอความช่วยเหลือเมื่อไม่เข้าใจคำสั่งที่อาจารย์ผู้สอนต้องการให้ทำ
หรือไม่เข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อนเกินไป ผมต้องอธิบายซ้ำให้นักเรียนเข้าใจด้วยคำพูดที่กระชับและเข้าใจง่าย
ในบางครั้งเมื่อนักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ก็ต้องใช้เวลา ความพยายามและความอดทน
ในการปรับพฤติกรรมของนักเรียน ทำให้รู้ว่า ในเรื่องบางเรื่องนอกจากต้องทำด้วยสมองแล้ว
ขณะเดียวกันต้องทำด้วยใจควบคู่กันไปด้วย
การสอนเด็กออทิสติกนั้น ต้องอาศัยความตั้งใจ ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ
ตระหนัก และ เอาใจใส่ในปัญหา คอยเป็นกำลังใจ เมื่อเด็กทำไม่สำเร็จ
และ ชื่นชมเมื่อเด็กประสบความสำเร็จ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
เทคนิควิธีการสอนบางอย่าง อาจจะใช้ได้ผลกับเด็กคนหนึ่ง แต่กลับไร้ผล
เมื่อนำวิธีการเดียวกันไปใช้กับเด็กอีกคน
--------------
ศูนย์วิจัยการศึกษาเพื่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา แบ่งออกเป็น 3 โครงการดังนี้
1. โครงการการศึกษาพิเศษ 1 (พ.1) จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities)
ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – มัธยมศึกษาปีที่ 6
2. โครงการการศึกษาพิเศษ 2 (พ.2) จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนออทิสติก (Autistic)
3. โครงการการศึกษาพิเศษ 3 (พ.3) จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีวุฒิภาวะไม่สมวัย (Immaturity)
ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 2
ดิฉันมีความสนใจในการเรียนร้แลพัฒนาเด็กทีมีความบกพร่องทางการเรียนร้ เพราะดิฉันมีลูกชาย ทึ่น่าจะอย่ในเกณฑ์นี้ ขณนี้เขากำลังเรียนอย่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเรียนร่วมกับนีกเรียนปกติทั่วไป ดิฉันสงสารลูกมาก เขากำลังจะจบ ป. 6 ซึ่งคุณครูที่โรงเรียนของเขาก็ช่วยเหลือพยายามให้เขาเรียนในสิ่งที่เขาจะทำได้ เขาเขี่ยนหนังสือได้แต่ไม่สวย ไม่เป็นระเบียบ อ่านได้ไม่คล่อง ไม่ออก แต่เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ปันจักรยาน นั่งรถประจำทาง ความจำด้านอื่นๆเขาได้หมด คอมพิวเตอร์เขาก็เล่นได้ พอเขาบอกว่าแม่ครับ ผมจบ ป.6 แล้วไม่เรียนต่อนะครับ ความร้สึกของดิฉัน เศร้าคิดว่าอนาคตเขาจะดำเนินชีวิตอย่างไรในเมื่อการศึกษาเขาแค่นี้ ดิฉันอยากให้ลูกเรียนต่อ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร มีวิธีที่ช่วยดิฉันได้ไหมคะ
ตอบ คุณnipjim ครับ
ไม่ทราบว่าเคยพาน้องไปพบแพทย์บ้างหรือยังครับ?
ถ้ายังไม่เคย ผมแนะนำให้พาน้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่า
น้องมีความต้องการพิเศษด้านใดบ้าง เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการดูแลน้องครับ
คุณnipjim เคยอ่านหนังสือแนวทางพัฒนานักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หรือยังครับ?
คุณnipjim สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนหรือศูนย์การศึกษาพิเศษ
จากเว็บไซด์ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษครับ
สวัสดีปีใหม่! แบบไทยๆเราครับ