พูดเถอะครับพี่ขอร้อง
เห็นอะไรไม๊ครับเนี่ยแหละครับงานที่ผมต้องทำ ดูเหมือนสนุกไม๊ครับ ...สนุกมากครับลูกน้องลาออกไป 3 คนแล้ว..ฮา
ผมมีเด็กมาช่วยทำงานคนหนึ่ง เป็นเด็กมาจากโน่นแดนที่ราบสูงเจอครั้งแรกผมกับเขาได้ทำงานบริษัทเดียวกันมาก่อน เขาเข้ามาทำงานทีหลังผม เรียกว่าน้องใหม่ใน office ก็ไม่ผิดนัก
เขามาทำในตำแหน่งช่วยช่างกล้อง มาทำงานได้ เดือนก็แล้ว ขึ้นเดือนที่สอง ไม่เคยพูดกับใครหน้าไหนเลยครับ จนพี่ๆ เพื่อนๆใน office เริ่มทนไม่ได้ครับ เอ๋!! ทำไมไอ้น้องนี่มันไม่พูดอะไร เลย เฮ้ย มันใบ้ป่าวว่ะ (เราก็พูดกันขำ ขำ) จนในที่สุดก็เอางี้ดีกว่าเราชวนมันไป ..เตะตะกร้อ
ก็เป็นอันว่าทุกเย็น ก็ได้ชวนน้องเขาไปเตะตะกร้อกัน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังเงียบอยู่ดี มันเตะตะกร้ออย่างเดียว เตะเสร็จแล้ว แล้วกัน แล้วอยู่มาวันหนึ่งมีงานเข้าครับต้องไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัด แต่ช่างภาพประจำไม่อยู่ ปกติผมเป็นช่างตัดต่อ แต่วันนั้นช่างภาพรู้สึกจะไปรักษาริดสีดวง จริงครับไม่ได้อำให้ฮา..
ผมก็เลยได้ไปเป็นตากล้องแทน พร้อมกับพ่อหนุ่มปากหนักคนนี้ ปกติผมก็จะเป็นคนที่ไม่ค่อยคุยแต่ไม่ถึงกับเงียบเชียบ แต่เมื่อมาทำงานกับเขาผมต้องกลายเป็นคนช่างพูดไปถนัดตา เพราะเขาเล่นไม่พูดเลยไปกลับ กรุงเทพฯ - อุบล พูดมาสัก 1 คำ กับ 2 ประโยค ..มั่งเห็นจะได้ เท่าที่คุยๆกัน คือคำว่า ครับ กับกินเลยพี่ อาบแล้วพี่ เนี่ยแหละ ผมชวนเขากินข้าว กับอาบน้ำ
น้องเขาเป็นคนที่ขี้อาย มากๆ อยู่กรุงเทพฯ ต้องค่อนข้างใบหน้าหนาๆ สักหน่อย แต่น้องคงยังปรับตัวไม่ได้ คราวที่มีโอกาสต้องไปนั่งรถเมล์ด้วยกัน คนก็เยอะ รถเมล์ในกรุงเทพฯ ต้องวิ่งต้องรีบไม่งั้นไม่ได้ไปแน่ มัวรอมันเสียเวลา ผมไปกับน้องเขาเชื่อไม๊ครับ รถเมล์มาผมรีบวิ่ง..เรียกเขา เฮ้ย!! เร็วๆ โน่นเลยครับค่อยๆเดิน และพูดให้ผมงงเล่นอีก พี่ไปก่อนเลยครับ อ้าวผมกลับมาถามทำไมไม่วิ่ง ..ผมอายครับ...แฮ่ @-@
และเมื่อถึงวาระ ที่ผมออกจากงานเพราะต้องการเป็นนายตัวเก่า (ภาษาคำเมืองตัวเก่า แปลว่า ตัวเอง ) รู้ไม๊ครับสิ่งที่ไม่คาดฝันมันเกิด เจ้าหนุ่มปากหนัก ขอตามผมมาด้วย พร้อมสารภาพรักกับผม เฮ่ย!! ผมชายจริง ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ...
คือเด็กเขาบอก อยากเรียนรู้งานที่ผมทำ อยากถ่ายภาพเป็น ตัดต่อเป็น ผมก็เลย อยากมาก็มา ยังไม่ได้ปรึกษาศรีภรรยาเลย ชักศึกเข้าบ้าน (ฮา)
ตามกันมานี่..ถ้าเป็นสาวๆ ตามมา หัวผมเบิกบานไปแล้วครับท่าน แต่นี่เป็นหนุ่ม ผมไม่รู้ว่าภรรยาผมคิดอะไร แต่เมื่อเธอเห็นมีคนมาด้วยก็ชวนคุยใหญ่เลย เจ้านี่ปกติปากหนักครับ เจอภรรยาผมพูดไม่หยุด ถามโน่น ถามนี่ คุยกัน 5 ทุ่มเที่ยงคืนไม่นอน
สุดท้าย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขามาพูดเก่งที่บ้านผมเนี่ยแหละครับ สงสัยเป็นโรคติดต่อครับ ตอนเนี่ยผมนินทาเขาได้ เพราะเขาไปแล้วครับ ไม่ใช่อย่างนั้น ไปสอบบรรจุ เป็นอาจารย์ สอนวิชาภาษาไทย ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และตอนเนี่ย เขาก็จะต้องอยู่กับการพูด ๆๆๆ วันก่อนยังโทรศัพท์ มาระบายความในใจเพราะต้องรับมือกับนักเรียนที่เป็นวัยรุ่น ม3 และ ม.6 คงสนุกแล้วครับอาจารย์..
ความคิด: คนเราหนีสังคมไม่ได้ หนีการสมาคมไม่ได้ การพูดคือการสื่อสารที่ดีกับคน
ขอบคุณ ภาพน่ารักจากอินเตอร์เน็ตครับผม

นายไปทำเขา"พูดไม่ออกรึเปล่า"
นึกทบทวนดูซี แล้วทำไมป้าเหมียวคุยได้
คุณพี่ครูป.1 ครับ
สวัสดีค่ะ ... ไม่ใช่มาให้กำลังใจคนเดียว มีคนที่สองตามมาให้กำลังใจแล้วค่ะ ... อิ อิ สงสัยภรรยาคุณหนุ่มเอมคุยมันคุย ฮา. เหมือนป้าเหมียวเลยนะคะ ... ว่าไปแล้วก็คิดถึงป้าเหมียวใจจะขาด หากคุณหนุ่มเอม หันซ้ายหันขวาแล้วบังเอิญไปเจอหน้าป้าเหมียวเข้าก็ช่วยบอกด้วยว่าหนูคิดถึง ... ฮือ ๆๆๆ ... _aim หนูว่าแล้ววววว ... ขอบพระคุณมากค่ะ ...
คุณหนูvij ครับ
มาเรียนรู้วิธีทำให้คนไม่ชอบพูด ได้พูดเป็น คือฝีมือ
แต่ช่วยบอกวิธีที่ทำให้คนพูดไม่หยุด ได้ผ่อนการพูดลงบ้าง คงจะดีครับ
ท่านอาจารย์พรชัยครับ
ท่านสามสักครับ
ขำๆๆจริงๆๆด้วย พี่หนุ่มหายไปนานมากๆๆสบายดีไหม ได้รับเมล์ผมไหมเนี่ย งง งง
เป็นบันทึกที่น่าสนใจขอรับ...จะเเวะมาบ่อยๆขอรับ
ยอมรับว่าหายไปนานจริงๆ ครับอาจารย์ขจิต เพราะสารวนอยู่กับงานมากไปนิดหนึ่ง ต่อไปจะเข้ามาบ่อยๆ ครับ
แอบไปอ่านประวัติของอาจารย์ กู้เกียรติ แล้วคงต้องขออนุญาตสมัครเป็นลูกศิษย์อาจารย์ด้วยคนครับ เพราะสิ่งที่อาจารย์มีกลายเป็นงานที่ผมต้องทำและคลุกคลีอยู่ทุกเรื่องเลยครับ ดีใจจริงๆ ครับอาจารย์...
สื่อสารเป็นเรื่องใหญ่ครับ
มีสาร แต่ไม่สื่อ เสียโอกาส เราและผู้อื่น
มีสาร แล้วสื่อ หากถูกทาง ถูกกาลโอกาส ถูกธรรม ย่อมดีที่สุด
ไม่มีสาร แล้วพยามสื่อ อันนี้สติแตก
ไม่มีสาร แล้วก็ไม่พยามสื่อ อันนี้ต้องค่อยพยายามทำความเข้าใจครับ