การเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง

           จากการประกวดเกษตรกรดีเด่นด้านพืชไร่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2552 ของสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 จังหวัดขอนแก่น  กรมส่งเสริมการเกษตร  พบว่าผู้ชนะเลิศคือนายอภิศักดิ์  อังคสิทธิ์ เกษตรกรชั้นนำจากตำบลกระสัง อำเภอกระสัง  จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการประกวดระดับประเทศต่อไปนั้น มีการผลิตมันสำปะหลังแบบครบวงจรรูปแบบหนึ่งที่ยังมีเกษตรกรน้อยรายมากที่มีการผลิตตามระบบที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คือ  คุณอภิศักดิ์        อังคสิทธิ์  มีฟาร์มเลี้ยงสุกรประมาณ 100,000 ตัว  ระหว่างโรงเรือนและภายในฟาร์ม ก็จะมีการปลูกมันสำปะหลังประมาณ 300 ไร่ (ผลผลิตประมาณ 13 ตัน/ไร่) เพื่อให้ความร่มเย็นแก่โรงเรือน และเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสุกรไว้ใช้เอง สามารถลดต้นทุนจากการซื้อมันเส้นจากภายนอกรวมระยะเวลา 3 ปี ได้ถึง 2 ล้านกว่าบาท  โดยใช้เทคโนโลยีในการผลิตพอสรุปได้      ดังนี้

     1. การปรับถมพื้นที่ให้สูงขึ้นป้องกันน้ำท่วมขัง เนื่องจากสภาพพื้นที่เดิมเป็นที่นา โดยใช้ดินที่ขุดจากสระเก็บน้ำในฟาร์ม

     2. ใช้ขี้หมูแห้งภายในฟาร์มที่ผ่านการหมักแล้ว ไปหว่านแล้วไถกลบคลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน ในอัตรา 3 - 4 ตัน/ไร่ เนื่องจากเป็นดินถมที่มีคุณภาพต่ำ

    3. มีการยกร่องให้สูงเพื่อให้การระบายน้ำได้สะดวกทำให้หัวมันไม่เน่า

   4. ใช้ระยะปลูก 80 x 120 ซม.

    5. เลือกท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ ตัดส่วนที่แก่และอ่อนทิ้ง ด้วยเลื่อยไฟฟ้า(เลื่อวงเดือน ทำให้ตัดได้รวดเร็วและท่อนพันธุ์ไม่แตก ออกรากได้ดีขึ้น

     6. แช่ท่อนพันธุ์ที่ตัดแล้วด้วยปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ได้จากบ่อก๊าซชีวภาพของฟาร์มเองเพื่อให้ท่อนพันธุ์มีความสดสามารถออกรากได้ดีและกำจัดแมลงที่ติดมากับท่อนพันธุ์ได้อีกด้วย

     7. หลังปลูกประมาณ 1 เดือนฉีดพ่นด้วยปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ได้จากบ่อก๊าซชีวภาพ ประมาณ 3 -4 ครั้ง จนมันมีอายุประมาณ 6 เดือน โดยไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมีเลย

     8. หลังปลูกประมาณ 3 เดือนมีการแต่งกิ่งแขนงภายในทรงพุ่มให้เหลือ 2 - 3 กิ่ง เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งอากาศถ่ายเทไม่เป็นที่สะสมเชื้อโรคและแมลง

     9. มีการให้น้ำไปตามร่อง 2- 3 ครั้ง โดยใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากบ่อโรงเรือนเลี้ยงสุกร

     10. พันธุ์ที่เลือกใช้คือพันธุ์ ห้วยบง 60 เป็นหลัก แต่ก็มีการนำพันธุ์อื่น ๆ มาปลูกทดสอบว่าพันธุ์ใดจะเหมาะสมกับพื้นที่ดีที่สุด   

     10. การลดต้นทุนการกำจัดวัชพืช  ไม่มีการใช้สารเคมีแต่เกษตรกรจะใช้รถไถเดินตามขนาดเล็กในการพรวนดินระหว่างร่องและใช้แรงงานคนกำจัดวัชพืชระหว่างต้นเพียงเล็กน้อย