มีปัญหาด้านการได้ยิน หรือสติการรับรู้มีปัญหา

   สมัยที่ผมเป็นเด็กวัด วัดที่ผมอาศัยแม้จะอยู่บ้านนอกแต่ก็เป็นวัดขนาดใหญ่ ปัจจุบันนี้ถูกแยกออกมาเป็นสี่หมู่บ้าน จากอดีตคือเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวลองคิดดูก็แล้วกันว่าประชากรจะมากมายขนาดไหน ด้วยความใหญ่โตของชุมชน วัดแห่งนี้จึงมีทั้งพระทั้งเณรทั้งเด็กวัดอยู่กันเยอะมาก เจ้าอาวาสจึงต้องปกครองโดยใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ(ส่วนใหญ่จะใช้พระเดชมากกว่า) เพราะแต่ละวันต้องเจอทั้งเณรดื้อเด็กวัดเกเร โดนตีโดนลงโทษเกือบทุกวัน แม้บรรยากาศจะดูเครียดๆ แต่ก็มีเรื่องขำๆ ให้ได้หัวเราะกันอยู่ประจำ ผู้ที่สร้างเสียงหัวเราะบนความอกสั่นขวัญแขวนของพระเณรลูกวัดต้องยกให้"เณรเลือน" เณรเลื่อนค่อนข้างจะมีปัญหาด้านการได้ยิน หรือสติการรับรู้มีปัญหาก็ไม่อาจจะทราบได้ วันหนึ่งเจ้าอาวาสเรียกเณรเลื่อนไปพบ ผมกับอีกหลายคนอยู่อีกห้องหนึ่งเสียงดังลั่นกุฏิทุกคนได้ยินชัด "ไอ้เลื่อน.." "ครับ.." เณรเลือนวิ่งผ่านหน้าห้องที่ผมอยู่ไปหาเจ้าอาวาส "ไปเรียกพระนึกมาให้หน่อย.." (พระนึกคือพระลูกวัดรูปหนึ่ง) เณรเลื่อนรับคำสั่งอย่างแข็งขันวิ่งผ่านห้องผมไปสักครู่ แล้ววิ่งผ่านมาอีกรอบพร้อมในมือถือหม้อนึ่งเข้าเหนียวไปหาเจ้าอาวาส เพื่อนๆ ในห้องบางคนเอามืออุดหูฟุบหน้าลงกับหมอน เพราะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วก็เป็นจริง โครม.!!...วงแตกครับ เพราะเณรเลือนแกได้ยินคำว่า"พระนึก"เป็น"หม้อนึ่งข้าวเหนียว"

    ครั้งที่สอง มีอยู่ช่วงหนึ่งตัวเลือดอาละวาดหนักครับ มันดูดเลือดทั้งพระทั้งเณรทั้งเด็กวัดเดือดร้อนไปทั่ว จนไม่เป็นอันกินอันนอน หาตรงไหนเป็นเจอทั้งหมอน ทั้งผ้าห่ม หรือแม้กระทั่งซอกหลืบเตียง มีเณรรูปหนึ่งทนไม่ไหวเลยรื้อเตียงออกเป็นชิ้นๆ เพื่อล่าตัวเลือดให้สิ้นซาก ผมก็ช่วยรื้อด้วย เจ้าอาวาสเดินเข้ามาเห็นจึงถามว่า "รื้อเตียงทำไมน่ะ.." "รื้อหาตัวเลือดครับ.." เจ้าอาวาสตะคอกเสียงดัง(เพราะตอนนั้นเขาไปถางหญ้ากันที่หน้าวัด แต่เณรมารื้อเตียงเหมือนหาเรื่องอู้งาน "อยู่ไหนเลือด..!!!" ปรากฏว่าเณรเลื่อนอยู่ชั้นล่างขานรับเสียงดังมาถึงข้างบน "ครับ..."สักพักวิ่งขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าอาวาสพูดพร้อมพนมมือ "ท่านเรียกผมใช่ไหมครับ..".....โครม..!!! วงแตกกระเจิงไปคนละทิศ... อีกเช่นเคยแกได้ยินคำว่าเลือด เป็น เลื่อน ชื่อของแก...

     แบบนี้น่าจะเรียกว่าครึ่งดีครึ่งหนวกได้นะครับ