น้ำย่อมไม่สามารถไหลจากที่ต่ำขึ้นที่สูงได้ฉันใด ความรู้ใด ๆ ก็มิสามารถไหลทวนขึ้นสู่หัวสมองของนักวิชาการหรืออาจารย์ที่คิดว่าตนเองมีความรู้สูงได้ฉันนั้น

ชีวิตของนักวิชาการและอาจารย์ในเมืองไทยนั้นคงไม่มีอะไรที่จะยากเกินไปกว่า "การเรียนรู้กับชุมชน..."

การเรียนรู้กับชุมชนเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับผู้ที่มี "อัตตา" หรือ "ตัวตน" สูง

อาจารย์และนักวิชาการนั้นมักถูกสมมติและ "สมมติตน" เองขึ้นมาว่าตนเองนั้นมีความรู้และ "ความสามารถ" สูง

ด้วยการสมมติตนเช่นนี้นั่นเอง เป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์การเรียนรู้กับบุคคลอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในทางที่ "ต่ำ"

เมื่อน้ำชาของตนเองล้นถ้วยอยู่ การเข้าไปทำงานกับชุมชนนั้นจึงกลายเป็นการสอนให้ชุมชนเรียนรู้ มิใช่การเรียนรู้กับ "ชุมชน"

น้ำย่อมไม่สามารถไหลจากที่ต่ำขึ้นที่สูงได้ฉันใด ความรู้ใด ๆ ก็มิสามารถไหลทวนขึ้นสู่หัวสมองของนักวิชาการหรืออาจารย์ที่คิดว่าตนเองมีความรู้สูงได้ฉันนั้น

การตั้งจิต ตั้งใจตนเองให้เปรียบดั่ง "มหาสมุทร" ซึ่งอยู่ต่ำกว่าแม่น้ำทั้งปวงจึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาจารย์และนักวิชาการที่กำลังจะก้าวท้าวเดินเข้าสู่ "ชุมชน..."

คุณสมบัติของมหาสมุทรที่อยู่ต่ำกว่าแม่น้ำทุกสายนั่นเอง มหาสมุทรจึงเป็นราชาแห่งแม่น้ำทั้งปวง

ฉันใดก็ฉันนั้น บุคคลที่จะสามารถเข้าไปเรียนรู้กับชุมชนนั้น ก็ย่อมที่จะต้องลดทิฏฐิมานะของตนให้อยู่จนต่ำเตี้ยและ "ติดดิน"

เมื่อใดที่เราใส่รองเท้าคัชชูโดยที่ปราชญ์หรือผู้รู้นั้นใส่รองเท้าแตะ เมื่อนั้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเรียนเพื่อให้รู้ และดูเพื่อให้เห็นในสิ่งที่ชุมชนเป็นและไปได้

เมื่อใดที่เรายังสวมรองเท้าใส่บาตรให้กับพระที่ถอดรองเท้าเดินบิณฑบาตนั้น บุญหรือกุศลอันใดก็มิสามารถไหลทวนกระแสน้ำซึ่งในใจนั้นอุดมไปด้วยทิฏฐิและมานะได้

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่หลวงในวงการการศึกษาไทย เพราะใครต่อใครก็ต่างหลั่งไหลเข้าไปหา "ผลประโยชน์" กับชุมชน

ชุมชนเป็นเพียง "ชิ้นปลามัน" ที่นักวิชาการทั้งเราและท่านต่างมุ่งหวังเข้าไปเพื่อสร้างผลงานและ "การวิจัย..."

บุคคลใดที่สองมือที่มิสามารถยกขึ้นประนมหรือก้มลงกราบผู้ที่มีวัยวุฒิสูงกว่าแต่คุณวุฒิต้อยต่ำได้ บุคคลคนนั้นไซร้คือ"นักวิชาการไทย..." นั่นเอง...