เราก็ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดต่อกันไปแล้ว

  ชลบุรีหนาวแล้ว

ชลบุรีเป็นเมืองชายทะเล ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่าใช่่เหมือนกันทุกเมืองไหม ที่พอย่างเข้าฤดูหนาว เมืองที่ติดทะเล จะมีลมพัดแรง จนได้ยินเสียง หวิววู่ ทั้งที่อยู่ในบ้าน ในห้องนอน

ความหนาวของปีนี้ ก็มาในดืนเพ็ญเดือนสิบสองพอดี ลมแรง น้ำค้างพรม ดูน่าอัศจรรย์จริง

ฤดูกาลก็เหมือนชีวิต มีจุดหักเหเสมอ บางครั้งเราก็แทบสังเกตไม่ได้ บางครั้งก็ชัดเจนจงใจ

  วันนี้ทั้งวัน ไม่เห็นแสงอาทิตย์เลย มีเมฆที่มาปกคลุม ให้สลัวกันไปทั้งวัน สายลมเหนือ ก็ยังหอบเอาความหนาวเย็นมาทักทายสู่กัน

 

 

     ผู้เขียนชอบฤดูหนาว ชอบนอนฟังเสียงลมพัด เป็นท่วงทำนองน่าฟัง ชอบหยาดน้ำค้าง ที่ประดับตามยอดหญ้า และใบไม้ เป็นของขวัญสำหรับคนตื่นเช้า ความหนาวเย็น ทำให้การซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม สร้างความรู้สึกอบอุ่นละไม เหมือนอ้อมกอดของแม่ หากเป็นเวลาทำงาน ก็จิบน้ำชาอุ่น ให้ความร้อนภายในได้ดีเยี่ยม

 

 

ผู้เขียนจึงรอคอยการมาของลมหนาวเสมอ

 

 ตกบ่ายวันนี้ จู่ๆ ก็มีละอองฝน โปรยลงมา เหมือนละอองเกสรดอกไม้ พริ้วๆ แผ่วๆ แต่ชุ่มเย็น และผู้เขียนก็เดินให้ละอองฝน เกาะเส้นผม อย่างไม่รำคาญ

 เขาว่าเป็นอาการสั่งลากัน ของฝนกับสายลมหนาว เมื่อมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ก็ย่อมมีสิ่งหนึ่งจากไปเสมอ แล้วสายฝนที่บางเบานี้ เป็นการแสดงความหวนไห้ คิดถึงกันใช่ไหม หรือเป็นการโปรยรอยยิ้ม อันอ่อนหวานชุ่มฉ่ำใจ ให้กับสายลมเหนือที่เพิ่งมาถึง ต้อนรับการมา และการทำหน้าที่ต่อจากนี้อย่างยาวนาน

  แต่สายลมก็ตอบรับการมาของฝนสั่งฟ้า อย่างร่าเริง โดยการค่อยๆพัดพา ละอองฝน ให้โยกย้ายไปตามจังหวะลีลา ของบทเพลงแห่งธรรมชาติของตน  อันแสนสนุกและไพเราะ บางครั้งก็หอบสายฝนเหล่านั้น ขึ้นสู่เบื้องบน  ไปซ้ายบ้าง ไปขวาบ้าง

 

 

 ผู้เขียนว่า การสั่งลากันครั้งนี้ น่าชม อย่างจำเริญใจ

 

ควรที่เราจะได้เก็บเป็นภาพจำในวันที่ต้องจากกัน ด้วยอาการกิริยาอันอ่อนหวานต่อกัน และพากันไปสู่ห้วงความสุขในระยะสั้นๆ เป็นสิ่งที่เราควรกระทำมิใช่หรือ

 อีกไม่นาน อาจเป็นพรุ่งนี้ สายฝนก็จะไม่กลับมาที่นี่อีก และคงปล่อยให้สายลมหนาว ทำหน้าที่โดยลำพัง ก็คงไม่มีอะไรจะติดค้างใจกันแล้ว เพราะไม่ว่าจะพบ หรือจาก เราก็ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดต่อกันไปแล้วนั่นเอง