ตั้งแต่เล็กจนโต มักจะถูกมอบสัญชาติต่างๆให้ ทำไมนะแก่จนปูนนี้แล้วก็ยังคงถูกมอบสัญชาติอื่นๆ ให้และชักถี่ขึ้นเรื่อยๆค่ะ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 ตค. ที่ผ่านมา หมียักษ์ชวน Lin Hui ออกไปทำสวีตในเมือง อาม่าก็เลยแต่งตัวสวยหน่อยแค่นั้นเอง แต่ Lin Hui มิวายถือโอกาสในการเข้าเมืองนำสูตของหมียักษ์ออกไปด้วย เพื่อซักแห้งเสียที่ เพราะบางตัวถูกใช้งานบ่อย และบางตัวเก็บไว้ไม่ได้ใช้เป็นปีมาแล้วค่ะ ถึงไม่บอกก็คงจะพอเดาออกใช่ไหมค่ะ เตรียมไว้ใช้งานมงคลของลูกค่ะ ทั้งๆ ที่หมียักษ์ถูกลูกๆ ขยั้นขยอให้ตัดสูตใหม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสูตที่ใช้อยู่มีแล้วชอบมากๆ ค่ะ เรื่องแบบนี้เจ้าตัวรู้ดีที่สุดค่ะ Lin Hui ชวนไปดูสูตในห้าง เดินเลือกจนเมื่อยก็ไม่ถูกใจ สีถูกใจแต่เนื้อผ้าไม่ถูกใจอะไรทำนองนั้นค่ะ กลับมาได้เสื้อเชิร์ตแขนสั้นใส่สบายๆ สองตัว ที่ Lin Hui เลือกให้ค่ะ 
นานๆเข้าเมืองที่เพื่อหาร้านซักแห้งที่มีฝีมือซักรีดที่ดีที่สุด จนในที่สุดก็เจอร้านที่ต้องการ เราทั้งสองคนก็เข้าไปในร้านทันที่อย่างมั่นใจค่ะ ทันทีที่เดินเข้ามาคนที่อยู่ในร้านทุกคนหันมามองด้วยสายตาแปลกใจ เงียบทั้งร้าน หมียักษ์เลยนำสูตที่ถือไว้ยื่นให้เจ้าของร้านแล้วบอกว่า เอาสูตมาซักแห้งครับ ตามด้วยเสียง Lin Hui ถามว่าจะให้มารับได้เมื่อไหร่ค่ะ พร้อมถามเรื่องราคาด้วย เจ้าของร้านมองหน้าด้วยความแปลกใจเพิ่มมากขึ้น เพราะโคราชมีชาวญี่ปุ่นอยู่มาก เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมที่ชาวญี่ปุ่นมาตั้งโรงงานที่นี่ คงมีชาวญี่ปุ่นมาใช้บริการเลยคุ้นหน้ากับชาวญี่ปุ่น จนในที่สุดก็หลุดความในใจออกมา ตอนแรกนึกว่าเป็นญี่ปุ่นทั้งคู่ พอคุณผู้ชายพูดก็รู้ว่าเป็นคนไทย แต่ภรรยาต้องเป็นญี่ปุ่นแน่นอน เจ้าของร้านยิ่งงงใหญ่พอได้ยินเสียงพูดของLin Hui ตัวเองก็แปลกใจไม่น้อย ทำไมคิดว่าเป็นญี่ปุ่น เจ้าของร้านบอกว่ามันเป็นความรู้สึกว่าเป็นคนต่างชาติ และการแต่งตัวโดยเฉพาะสร้อยแบบนี้เคยเห็นคนญี่ปุ่นใส่ ยิ่งงงกันไปใหญ่ แค่สร้อยหยกลูกกลมๆ พันด้วยสร้อยมุกที่แสนธรรมดานี่นะ ที่ใช้เป็นประจำ เพราะเป็นเครื่องประดับที่เหลือจากโจรงัดบ้านไม่เอาไป จึงมีเหลือไว้ใช้ อ๋อแค่แต่งตัวธรรมดาๆ ของเราที่ใช้เสื้อลูกไม้ยืด ที่มีดอกขาวเขียวสลับรวดลายสีดำเป็นคอวีทั้งหน้าหลังลึกไปสักนิด เกรงว่าโป้ไป เลยเอาสร้อยชิ้นเก่งมาสวมใส่ติดคอ ใส่ตุ้มหูเปลือกไข่มุกที่เข้ากับสร้อย นุ่งแสลคสีนวลออกแนวสีกากีทำให้กลายเป็นญี่ปุ่นไปอีกแล้ว

จากนั้นก็ไปหาอาหารร้าน เป็นร้านใหม่ที่Lin Hui ชอบเพราะเคยมาทานเลี้ยงที่นี่บรรยากาศดี ปรากฏว่าเขาปรับเปลี่ยนเวลาขายใหม่ค่ะ ไม่ขายอาหารมื้อเย็นเป็นวันแรกค่ะ แต่เขาก็อัธยาศัยดีมาบอกเขาจะบริการให้เป็นพิเศษ เิชิญเข้าห้องหารซึ่งอยู่ชั้นสอง ซึ่งทั้งห้องมีคนนั่งอยู่ก่อนหนึ่งโต๊ะ พอรับเมนูมาสั่งอาหาร ทางห้องหารบอกว่าสามารถทำอาหารจานเดียวได้ เพราะไม่มีวัตถุดิบที่จะทำอาหารได้ตามเมนูที่สั่งค่ะ เราจึงขอโทษแล้วขอตัวออกจากร้าน ไปทานร้านอาหารเจ้าประจำค่ะ ร้านสเตกจิ้มกะแจ๋วค่ะ ซึ่งพาใครมาเลี้ยงที่นี่ก็ติดใจทั้งนั้น ค่ะ วันนั้นหมียักษ์ไม่ได้ถือกล้องติดไปด้วย แต่มีโทรศัพท์มือถือจึงถ่ายภาพท่ามกลางแสงสลัวๆ ไว้ ซึ่งภาพมืดค่ะ เอาไว้จะปรับแสงดูถ้ามองเห็นก็จะโพสให้ดูค่ะ ว่าที่เหมือนญี่ปุ่นนั้น พวกเราชาวเห็นคล้อยไปกับเขาด้วยหรือ

เปล่าค่ะ