สินเชื่อสนุก ไม่ยากอย่างที่คิด
สวัสดีนักศึกษาทุกคน
ขอให้ตั้งใจเรียน เป็นกำลังใจให้ฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง ถ้ามีงานให้ส่งผ่านบันทึกนี้ ทำให้ดี ส่งให้ตรงเวลา แจ้งรายละเอียดผู้ส่งด้วยนะครับ
ผ.ศ. กฤษฎา
สวัสดีนักศึกษาทุกคน
ขอให้ตั้งใจเรียน เป็นกำลังใจให้ฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง ถ้ามีงานให้ส่งผ่านบันทึกนี้ ทำให้ดี ส่งให้ตรงเวลา แจ้งรายละเอียดผู้ส่งด้วยนะครับ
ผ.ศ. กฤษฎา
น.ส. ลัทธวรรณ สุขบุญเพ็ญ (เฟิน) รหัส 51127312034
สวัสดีตอนดึกมากๆคะอาจารย์ หนูคิดว่าอาจารย์ต้องนอนแล้วแน่ๆ
อาจารย์หนูมีเรื่องจะปรึกษาอาจารย์ อย่างนึง ก็หนูมีบ้านที่ชะอำ แต่เป็นเทาว์เฮ้า 2 คูหาติดกัน อยู่ที่ชะอำ
และอยู่ห่างจาก โรงพยาบาลชะอำ 500 เมตร ห่างจากหาดชะอำไม่มาก ตกแต่แล้ว มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อม คือว่าที่บ้านจะขาย คะอาจารย์ ราคาตอนที่ซื้อมมานี้ มัน 750000 บาท ต่อ1 คูหา คือตอนนี้ไม่มีคนอยุ่คะเลยปล่อยให้เช่า เดือนละ 2500 คนที่เช่าก็จะได้ช่วยดูแลบ้านด้วย
แต่ตอนนี้ ถ้าที่บ้านหนูจะขายตอนนี้ดีไหมคะ หรือว่ารอปีหน้าดีเห้นข่าวเศษรฐกิต บอกว่าปีนี้จะดีขึ้น หรือจะเก็บไว้ก่อนแล้วขายออกตลาดปีหน้าดี แต่รัฐบาลนี้ก็น่าเป็นห่วงไม่รู้จะดีจริงหรือป่าว อาจารย์ว่าไหมคะไม่ว่าจะเสื้อ เหลือ หนือเสื้อแดง หรือใครก็ตาม ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคำว่าเงิน มันก็ โกงกินกันทั้งนั้น น่าปวดหัว และที่ข่าวหุ้นตกอีกที่มีคนปล่อยข่าว ในทางไม่ดีเกี่ยวกับ เบื้องสูง หนูละไม่เข้าใจคิดกันได้ไง คนเราก็แปลก หุ้นก็ตก แม่หนูเป็นพยาบาลที่ศฺริราช หรือพยาบาลที่นั้นก็รับเสด็จ ทุกวัน เพราะว่าอยู่ตึกเดียวกับท่าน ทุกคนก้งงว่าข่าวแบบนี้ออกมาได้ยังไง คนที่คิดเรื่องแบบนี้ คงจะมีความคิดที่..........มากคะ
อาจาย์คะอีก 1 เดือนกว่าๆ ก็จะปีใหม่แล้ว อาจารย์อย่าลืม ของขวัญ เกรด A ให้ลูกศิษ ตาดำๆ ทั้งหลายหรือตาแดง( แฟงค์) ด้วยนะคะ
นางสาว วิไล ชลเขตต์ ( นุช ) 51127312001
สวัสดีเปิดเทอมเช่นกันนะค่ะอาจารย์
เกรดที่ได้มาทำให้หนูมีกำลังใจมากค่ะ
หนูจะตั้งใจเรียนให้ดีทุกๆ วิชาค่ะ หวังว่าอาจารย์จะให้คำปรึกษาดีๆกับพวกเราตลอดไปนะค่ะ
อาจารย์ทำให้พวกเรากล้าที่จะเรียนรู้ทางสายการเงินขึ้นเยอะเลย สอนให้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้
การติดตามข่าวเป็นผลดีจริงๆหนูจะติดตามข่าวบ่อยๆค่ะ
ยังไงก็ขอให้อาจารย์รักษาสุขภาพด้วย เพราะตอนนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ขอบคุณค่ะ โทร.082-3227132
เรื่องการขายบ้าน ต้องขึ้นกับจังหวะและโอกาสที่คนซื้อ matching กับคนขายพอดี อย่างไรก็ตามแถวชายหาดเมืองตากอากาศไม่น่าขายยาก เพียงแต่พอใจราคาแค่ไหนเท่านั้น ทำเลข้างเคียงจะเป็นส่วนเสริมที่สำคัญ เช่น ใกล้ชายหาด ร้านขายของที่ระลึก เป็น 2 ห้องที่อยู่ตรงหัวมุมหรือเปล่า ใกล้ท่ารถขนส่ง ? ส่วนภายในก็อยู่ที่วัสดุตกแต่ง การดูแลรักษา
ทุกคนควรติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอนะครับ จะติดเป็นนิสัย และจะเห็นผลในระยะยาวครับ
โชคดีเปิดเทอมใหม่ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
วันนี้มีบริษัท มีเดีย โรส ให้หนูลองไปทำงานเป็น pc ของธนาคารกสิกรไทย ให้วันละ400บาท พอดีวันนี้อาจารย์สอนเรื่องการพูดพอดีเลย หนูจะนำไปใช้จะได้ทดสอบผ่าน แหม! เหมือนรู้เลยว่าจะมีงานมา นับเป็นโชดดีเลยนะค่ะ อาจารย์คิดว่าหนูควรทำงานนี้ใหมค่ะ มันไม่ได้เกียวกับการเงินค่ะแต่เป็นประชาสัมพันธ์ค่ะ
ขอแสดงความคิดเห็นนะ กุสุมา เพื่อนรัก
ยังไงก็มีงานดีๆเข้ามาเราก็ควรที่จะลองทำดู ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับวิชาการเงินหรอก
การเป็นประชาสัมพันธ์ก็ทำให้เรามีประสบการณ์ในการพูดต่อไปเราก็ต้องมีโอกาสในการติดต่อสื่อสาร
การพูดดี ทำให้เรามีชัยไปกว่าครึ่ง เชื่อเรายังไงก็ใช้ประสบการณ์ที่มีให้เต็มที่ สู้ๆๆนะ
อ๋อ มีงานดีๆๆแบบนี้ไม่บอกเพื่อนเลย วันหน้าวันหลังบอกเราบ้างนะ อย่าลืม
ไปแล้ว อย่าลืมมาส่งข่าวนะว่าเป็นยังไง ลองฟังอาจารย์ดูแล้วกันว่าจะมีความเห็นเหมือนกันกับเราไม่
Khun Kusuma
Oh ! Good Luck , sure , you must join with KBANK. experience come together with money and friends but you must manage your time for study , family and health too.
your professor
ให้ทุกคนต้องไปงาน set in the city ทำรายงานมาส่งด้วยลายมือที่อ่านง่ายสวยงามเกี่ยวกับการเงินโดยเฉพาะด้านการให้สินเชื่อ ตามหนี้ ถ่ายรูปมาเยอะ ๆ ที่มีตัวพวกคุณอยู่ด้วยโดยขอให้เป็นรูปเดี่ยว ส่งวันที่มีเรียนครับ
นางสาว ศิริวรรณ ยอดธรรม (ติ๊ก ) 51127312008
สวัสดีค่ะอาจารย์ ไม่รู้ว่าอาจารย์จะได้เข้ามาดูบล๊อกรึป่าว
เป็นผลจากการไปงาน Set in the city
วันนี้ตลาดหลักทรัพย์โทรมาหาหนูค่ะอาจารย์บอกว่าหนูเป็นผู้โชคดี
ต้องไปรับรางวัลที่ตลาดหลักทรัพย์ คือหนูไม่แน่ใจว่าได้รับรางวัลอะไรมูลค่า 5000 บาท
ระหว่างทอง กับเงินลงทุนในกองทุนรวมแต่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยค่ะ
คือหนูอยากปรึกษาอาจารย์ค่ะ ถ้าหนูได้รับเงินลงทุนแต่หนูลงทุนไม่เป็น
เค้าจะตัดสิทธิ์หนูรึป่าวค่ะ
สุดท้าย ขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะที่ได้ให้พวกเราไปเปิดหูเปิดตา
หาความรู้นอกห้องเรียน เป็นประโยชน์มากๆค่ะ
เบอร์ 084 7076005
การจัดการหนี้นอกระบบของรัฐบาล
รัฐบาลเดินเครื่องปลดหนี้เอาใจประชาชน นายกฯ เปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
ช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ผ่านธนาคารรัฐ 6 แห่ง
เริ่มลงทะเบียนตลอดเดือนธันวาคมนี้ แนะให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันหนี้นอกระบบ
โดยที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาขอกู้เงินอัตราดอกเบี้ยต่ำไปชำระหนี้นอกระบบ
มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
คลังจังหวัด เป็นเลขานุการคณะกรรมการ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร
(ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-31 ธันวาคมนี้ จากนั้น คณะกรรมการในพื้นที่จะช่วยคัดกรองลูกหนี้
เพื่อส่งรายชื่อให้กับธนาคารทั้ง 2 แห่ง ซึ่งคณะกรรมการในพื้นที่ประกอบด้วย หน่วยงานต่าง ๆ
เช่น กรมสรรพากร กระทรวงหาดไทย เพื่อตั้งโต๊ะช่วยเจรจาหนี้ให้กับชาวบ้าน
"ยืนยันว่าไม่ต้องการข่มขู่ หรือกลั่นแกล้งเจ้าหนี้นอกระบบ
แต่ต้องการใช้เครื่องมือของรัฐที่มีอยู่มาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สิน และต้องการใช้ผู้นำชุมชน
และเจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่น ช่วยกันพิจารณาดูภาระหนี้ที่ลงทะเบียนให้ตรงกับความเป็นจริง
ไม่ใช่เพราะคนในพื้นที่จะรู้จักกันมากที่สุด เพื่อไม่ให้กรอกข้อมูลเกินความเป็นจริง
คาดว่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน โดย ธ.ก.ส.
และธนาคารออมสินมีเงินทุนเพียงพอรองรับในการปล่อยกู้ให้ไม่เกินรายละ 200,000 บาท"
(ขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ)
เปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านสาขาของ ธ.ก.ส. และ ธ.ออมสินทั่วประเทศ
และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. – 30 ธ.ค. 52
ประมวลผล คัดกรองประเภทลูกหนี้ และสรุปยอดลูกหนี้นอกระบบ
โดยความร่วมมือของกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือนมกราคม
เจรจาและประนอมหนี้เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
พร้อมธนาคารของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2553
ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารภายใต้โครงการนี้
สามารถเริ่มเข้าสู่ระบบในเดือน พ.ค. 2553
กรณีลูกหนี้มีคุณสมบัติไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อีกครั้ง
หากยังไม่สำเร็จ จะมีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อไป
โดยความร่วมมือระหว่าง ศอก.นส. ธนาคารเฉพาะกิจของรับ คลังจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ระหว่างวันที่ 1 - 31 พ.ค. 2553
(หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้เบื้องต้น)
เป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท
และเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท
(อัตราดอกเบี้ย)
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3 ปีแรก
- สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้
ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี
ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
(หลักประกันการโอนหนี้)
วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน
วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
ผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ10 ของวงเงินกู้
หลักประกันกรณีของ ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรค้ำประกัน
วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
เงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5คน
(ระยะเวลาลงทะเบียน)
ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 ธันวาคม 2552
เวลา 08.30 - 16.30 เว้นวันหยุดราชการ
(สถานที่ลงทะเบียน)
ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
สถานที่ลงทะเบียนพิเศษเพิ่มเติมใน กทม. และปริมณฑล 13 แห่ง
1. ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ พหลโยธิน
2. ธนาคารออมสิน สำนักราชดำเนิน
3. ธนาคารออมสินภาค 2 เขตพร้อมพงษ์
4. ธนาคารออมสิน เขตศิริราช
5. สำนักงานเขตสาทร เขตบางรัก
6. สำนักงานเขตปทุมวัน เขตถนนเพชรบุรี
7. สำนักงานเขตสวนหลวง เขตพระโขนง
8. การเคหะแห่งชาติคลองจั่น เขตคลองจั่น
9. ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
10. สำนักงานเขตบางแค เขตบางแค
11. สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
12. เทศบาลเมืองรังสิต ปทุมธานี
13. วัดบรมราชากาญจนาภิเษก (เล่งเน่ยยี่ 2) บางบัวทอง นนทบุรี
(ความคิดเห็นต่อโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล)
ข้อเสีย
กลุ่มลูกหนี้นอกระบบส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดข้อมูลสำคัญ
ในมาตรการของรัฐบาลที่ช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้นอกระบบ
อาจส่งผลให้มาตรการนี้ล้มเหลวได้จากสาเหตุสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ
1.ปัญหาการคุมเกมการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอของรัฐบาล
ซึ่งข่าวใหญ่อื่นๆ เหล่านั้นมักจะเป็นข่าวไม่ดีต่อความรู้สึกของประชาชนและเกิดขึ้นจากทั้งฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและฝ่ายรัฐบาลเสียเอง
2.ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการของรัฐบาลในมาตรการช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้นอกระบบครั้งนี้ที่ยังไม่สร้างความมั่นใจมากเพียงพอใน
กลุ่มประชาชนทั่วไป และ
3.ปัญหาความไม่โปร่งใส การทุจริต และการสวมรอยของกลุ่มที่อาจไม่มีปัญหาหนี้นอกระบบตัวจริง
เข้ามาใช้งบประมาณของรัฐบาลจากมาตรการนี้ได้
และรวมไปถึงมองว่าการปล่อยสินเชื่อของธนาคารรัฐบาลที่สนองนโยบายรัฐเต็มที่ไป
อาจจะพังได้ไม่ดูความสามารถในการชำระหนี้คืนส่วนใหญ่คนมีหนี้นอกระบบเพราะไม่สามารถกู้ในระบบได้
แสดงว่าอาจมีปัญหาคุณสมบัติไม่ครบถึงไม่สามารถกู้หนี้ในระบบดอกเบี้ยถูกกว่าได้
ถ้าบุคคลที่มีหนี้นอกระบบไม่มีปัญหาเขาก็กู้ในระบบไปแล้วจะไปกู้นอกระบบเสียดอกแพงๆ ทำไม
ข้อดี
แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง ก็เป็นหลักการที่ดีค่ะ
เพราะช่วยในเรื่องของสภาพคล่องของบุคคลที่มีหนี้นอกระบบให้ดีขึ้น
ที่บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่อาจจะไม่มีหลักประกันให้กับสถาบันการเงินจริงๆๆ
จึงจำเป็นที่จะต้องใช้หนี้นอกระบบ ยอมเสียดอกเบี้ยแพงๆๆเพื่อนำเงินมาปรับสภาพคล่องของตน
ตัวอย่างที่ได้ยินมาค่ะ ยายมีหลานสองคน ทำอาชีพแม่บ้านถูพื้นในทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่ง
ได้เงินเดือนแค่ 5000 บาทต่อเดือน ลำพังหลานก็ไม่พอใช้แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆๆอีก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้านอีก
ยายจึงไปกู้หนี้นอกระบบ แบบว่าซักหน้าไม่ถึงหลังน่ะค่ะ แล้วยังถูกพวกหนี้นอกระบบทำร้ายอีกค่ะ น่าสงสารมาก
ฉะนั้นถ้าเป็นในกรณีแบบนี้ ดิฉันคิดว่า โครงการแก้หนี้นอกระบบก็เป็นความคิดที่ดีค่ะ
เพราะเข้าไปช่วยคนอีกระดับให้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้
ดิฉันมองแล้วว่า ส่วนใหญ่คนที่เป็นหนี้นอกระบบ เป็นพวกแม่ค้า แม่ขาย รวมไปถึง พนักงานเงินเดือนต่ำๆ และเกษตรกร
แต่พวกเขาก็มีส่วนให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้
ฉะนั้นโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบก็เป็นสิ่งที่ดี และมันจะดีมากถ้ามีระบบการจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพค่ะ
ลืมบอกชื่อไปคะอาจารย์
นางสาวอ้อยใจ ใหม่เต็มค่ะ
0877251586
เร็วมาก ยอดเยี่ยมมาก ๆ
คนไทยหลายๆคน กู้เงิน ทั้งในและนอกระบบคิดเป็นมูลค่ารวมแต่ละปีก็หลายร้อยหลายพันล้านบาท ทั้งนี้ การปล่อยเงินกู้นอกระบบหรือ “เงินกู้เถื่อน” ถือว่าผิดกฎหมาย หากคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 15 ต่อปี และหาก มีการ “ทวงหนี้ โหด” ก็จะมีความผิดจากข้อหาต่าง ๆ เช่น กรรโชกทรัพย์ ทำ ร้ายร่างกาย บุกรุกเคหสถาน ถ้าส่งคนข่มขู่ทวงหนี้ทำนองว่าถ้าไม่จ่ายหนี้ตัวผู้กู้และครอบครัวต้องโดนอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะผิดกฎหมายอาญามาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าใช้อาวุธด้วยหรือร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าใช้วิธีทวงหนี้แบบประจานลูกหนี้ เช่น โทรศัพท์-ส่งแฟกซ์ไปที่ทำงานให้อับอาย มีความผิดหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การออกเงินกู้นอกระบบนั้นหลายรายเก็บดอกเบี้ยถึง “ร้อยละ 20 ต่อเดือน” บางรายก็จัดเก็บเป็นรายวัน หรือรายสองวัน แล้วแต่จะตกลงกัน ซึ่งจากภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ น้ำมันแพง ข้าวสารอาหารขึ้นราคา ก็ทำให้มีการกู้เงินนอกระบบ เป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย คนทำงานประจำ หรือแม้แต่นักศึกษา “ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบนี้หลายรายไม่ใช่แค่กู้จากแหล่งเดียว หลายคนเป็นลูกหนี้เงินกู้ 3-4 เจ้า และมักจะมีปัญหาเมื่อไม่สามารถหมุนเงินมาส่งดอกเบี้ยที่สูงได้”
ตัวอย่าง ข่าวการกู้หนี้นอกระบบ
24 พ.ย. แก๊งทวงหนี้โหดชัยภูมิอ้าง ใช้ปืนตบหน้าลูกหนี้ชัยภูมิ บางคนไม่มีเงินใช้หนี้ จึงถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายล่าสุด แม่ค้าไก่ย่าง 2 คน เข้าขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดชัยภูมิ หลังถูกแก๊งทวงหนี้โหดบุกขู่ถึงบ้านพัก และใช้ปืนตบหน้าบาดเจ็บ เพราะไม่มีเงินส่งรายวัน ที่ผ่านมาเคยเข้าแจ้งความแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ผู้เสียหายบอกว่ากู้ยืมเงิน จำนวน 5,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยวันละ 100 บาท ไม่หักเงินต้น หากไม่มีเงินจ่ายจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเป็นเท่าตัว
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องจัดการกับปัญหานี้ โดย นายกฯ เปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ผ่านธนาคารรัฐ 6 แห่ง
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ที่ประชุมครม.รับทราบว่าในวันที่ 19 พ.ย.นี้ รัฐบาลจะเปิดตัวโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบให้กับประชาชนทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลจะรับโอนหนี้นอกระบบมาอยู่ในธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่เกี่ยวข้องตามประเภทของหนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจนทำให้การทำมาหากินไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จึงทำให้ต้องหันไปกู้หนี้นอกระบบแทนแม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากก็ตาม เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค.2552 นี้ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ จากนั้น คณะกรรมการในพื้นที่จะช่วยคัดกรองลูกหนี้เพื่อส่งรายชื่อให้กับธนาคารทั้ง 2 แห่ง โดยจะปล่อยกู้ให้ไม่เกินรายละ 200,000 บาท คาดว่าจะมีประชาชนสนใจมาลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน
ขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ
1. เปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านสาขาของ ธ.ก.ส. และ ธ.ออมสินทั่วประเทศ
ศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. – 30 ธ.ค. 52
2. ประมวลผล คัดกรองประเภทลูกหนี้ และสรุปยอดลูกหนี้นอกระบบ
3. เจรจาและประนอมหนี้เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับ จังหวัดและระดับอำเภอ พร้อมธนาคาร ของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2553
4. ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารภายใต้โครงการนี้ สามารถเริ่ม เข้าสู่ระบบในเดือน พ.ค. 2553
กรณีลูกหนี้มีคุณสมบัติไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อีกครั้ง
หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้เบื้องต้น
- เป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาทและเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552 ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3 ปีแรก
- สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้
ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี
ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- ผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ10 ของวงเงินกู้หลักประกันกรณีของ ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรค้ำประกันวงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คนเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5คน
สถานที่ลงทะเบียนธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
สถานที่ลงทะเบียนพิเศษเพิ่มเติมใน กทม. และปริมณฑล 13 แห่ง
1. ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ พหลโยธิน
2. ธนาคารออมสิน สำนักราชดำเนิน
3. ธนาคารออมสินภาค 2 เขตพร้อมพงษ์
4. ธนาคารออมสิน เขตศิริราช
5. สำนักงานเขตสาทร เขตบางรัก
6. สำนักงานเขตปทุมวัน เขตถนนเพชรบุรี
7. สำนักงานเขตสวนหลวง เขตพระโขนง
8. การเคหะแห่งชาติคลองจั่น เขตคลองจั่น
9. ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
10. สำนักงานเขตบางแค เขตบางแค
11. สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
12. เทศบาลเมืองรังสิต ปทุมธานี
13. วัดบรมราชากาญจนาภิเษก บางบัวทอง นนทบุรี
จากข้อมูลข้างต้น ดิฉันเองมีความคิดเห็นว่า สมควรแล้ว ที่รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาของหนี้นอกระบบ เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ ดิฉันเองเคยมีประสบการณ์จากคนใกล้ๆบ้าน ที่ปล่อยเงินกู้ให้กับแม่ค้าร้อยละ 20 ซึ่ง ความเป็นไปได้ที่แม่ค้าจะหาเงินมาใช้ภายในเดือนเดียวนั้นมีน้อยมาก ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อเศรษฐกิจในยุคนี้
ลัทธวรรณ สุขบุญเพ็ญ เฟิน 51127312034
สวนดุสิตโพลเผยประชาชนส่วนใหญ่เห็น ด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ขณะที่เอแบคโพล ระบุ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการโอนหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของรัฐบาล
สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาน เรื่อง คิดอย่างไรกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลพบว่า ประชาชนร้อยละ 63.46 เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะเชื่อว่า จะสามารถช่วยปลดหนี้ให้ประชาชน ไม่ต้องกลัวการขูดรีด และเป็นการจัดระเบียบการเงินให้ถูก ร้อยละ 20.64 ไม่แน่ใจโครงการ เพราะอาจมีการสวมสิทธิ์เป็นหนี้นอกระบบ เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือ
ร้อยละ 15.90 ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะยิ่งสร้างหนี้ให้ประเทศ และไม่ค่อยมั่นใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล เพราะหลายโครงการที่รัฐบาลจัดตั้งมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ บางขั้นตอนยังไม่ชัดเจน ร้อยละ 29.16 ไม่ค่อยมั่นใจ ส่วน ร้อยละ 17.57 มั่นใจว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่แท้จริงซึ่งปัจจุบัน
นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 62.67 เป็นหนี้นอกระบบ เพราะจำเป็นต้องใช้เงิน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเป็นหนี้นอกระบบ เกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี ร้อยละ 44.97 รองลงมา คือ เงินขาดมือ ตามด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เงินเดือน รายได้ ไม่พอใช้จ่าย ขณะที่ ร้อยละ 13.03 เป็นหนี้นอกระบบ เพราะไม่มีเครดิตที่จะขอกู้กับธนาคารได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ คือ การออกกฎหมายคุ้มครองผู้ที่กู้หนี้นอกระบบ และการคุมเจ้าหนี้ ตามด้วยการขอความร่วมมือสถาบันการเงิน ปรับลดหลักเกณฑ์การกู้เงินให้ง่ายขึ้น จัดตั้งสถาบันการเงินใหม่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะ และการนำเจ้าหนี้มาลงทะเบียนให้ถูกต้อง
ประชาชนต้องการโอนหนี้ตามมาตรแก้หนี้นอกระบบ
เอแบคโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนเป็นหนี้นอกระบบและกลุ่มเจ้าหนี้ ต่อมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือหนี้นอกระบบ โดยพบว่า ร้อยละ 80.3 ต้องการโอนหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของรัฐบาล ขณะที่ร้อยละ 58.2 ยังไม่ทราบข่าวสาร เรื่องวงเงินสูงสุดที่ธนาคารจะปล่อยกู้ไปใช้หนี้นอกระบบ ส่วนร้อยละ 74.3 ทราบข่าวการปราบปรามกลุ่มคนที่ปล่อยหนี้นอกระบบ
ร้อยละ 92 ของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเห็นว่า มาตรการของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อการปล่อยกู้ ร้อยละ 54.5 ของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ย หลังรัฐบาลออกมาตราช่วยเหลือลูกหนี้ ร้อยละ 87.8 เห็นด้วยกับรัฐบาลในการประกาศสงครามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น และร้อยละ 75.6 เห็นด้วยกับ นายกรัฐมนตรีในการเป็นประธานรณรงค์การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นด้วยตัวเอง
น.ส.ศิริวรรณ ยอดธรรม (ติ๊ก) 51127312008
0847076005
โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
คงต้องยอมรับว่า หลังจากที่เศรษฐกิจไทย ได้รับผลกระทบจากพิษวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน และ เป็นหนี้นอกระบบจำนวนมาก เนื่องจาก ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
ดังนั้น การออกมาตรการเพื่อโอบอุ้มและหวังที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยเหล่านี้ ภายใต้ชื่อ “โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ” ของรัฐบาล จึงเป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะช่วยเหลือและถือเป็นภารกิจที่ท้าทายของรัฐบาล รวมทั้งเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย ว่าจะสำเร็จเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด
สถานการณ์และแนวโน้มหนี้นอกระบบในสังคมไทย
ผลสำรวจพบสิ่งน่ากังวลในเรื่องหนี้นอกระบบที่อาจเพิ่มขึ้นในปี 2552 เนื่องจากช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมามีประชาชนถึงร้อยละ 64.2 ประสบภาวะรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ราคาน้ำมัน ซึ่งในจำนวนร้อยละ 47 ต้องดึงเงินออมมาใช้ อีกร้อยละ 35.8 ต้องกู้ยืม และขอความช่วยเหลือจากญาติหรือขายทรัพย์สินอีกร้อยละ 17
สำหรับลูกหนี้นอกระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน (ปี 2552) เป็นข้อมูลจากการเปิดให้ลงทะเบียน กับกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2549 พบว่า ตัวเลขผู้ที่มีปัญหาหนี้ ทั้งในและนอกระบบ มีจำนวนทั้งสิ้น 5 ล้านราย แยกเป็นหนี้นอกระบบ 2 แสนราย มูลหนี้ 1 หมื่น 2 พันล้านบาท ซึ่งได้รับการช่วยเหลือแล้ว 1 แสนราย มูลหนี้ 6 พันล้าน ยังเหลืออีก 1 แสนราย และ ยังไม่รวมลูกหนี้ใหม่ที่เพิ่มขึ้น จากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในรอบปีที่ผ่านมา
รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรมร่วมกันผลักดันโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการประสานธนาคารในเครือข่ายของรัฐในการเปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบพร้อมข้อเสนอเงินกู้ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ร่วมดำเนินการในคณะเจรจาประนอมหนี้ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
ในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น ได้มีการมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (ศอก.นส.) กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ) และได้มอบหมายภารกิจให้ธนาคารในเครือข่ายของรัฐทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน (ธ.ออมสิน) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) (ธ.กรุงไทย) ไปร่วมกันดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบนั้น สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. เปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านสาขาของ ธ.ก.ส. และ ธ.ออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. – 30 ธ.ค. 52
2. ประมวลผล คัดกรองประเภทลูกหนี้ และสรุปยอดลูกหนี้นอกระบบ โดยความร่วมมือของกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือนมกราคม
3. เจรจาและประนอมหนี้เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับจังหวัดและระดับอำเภอ พร้อมธนาคารของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2553
4. ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารภายใต้โครงการนี้ สามารถเริ่มเข้าสู่ระบบในเดือน พ.ค. 2553
5. กรณีลูกหนี้มีคุณสมบัติไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อีกครั้ง หากยังไม่สำเร็จ จะมีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อไป โดยความร่วมมือระหว่าง ศอก.นส. ธนาคารเฉพาะกิจของรับ คลังจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 1 – 31 พ.ค. 2553
หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้เบื้องต้น
1. เป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552
2. ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3. วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท
4. อัตราดอกเบี้ย
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3 ปีแรก
- สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้
5. ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี
6. ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หลักประกันการโอนหนี้
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- ผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ10 ของวงเงินกู้
หลักประกันกรณีของ ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรค้ำประกัน
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5 คน
เปิดรับลงทะเบียนโอนหนี้ วันที่ 1-30 ธ.ค. นี้ เวลา 8.30-16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ ที่สาขา ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1115 หรือ 02-555-0555
โดยความเห็นส่วนตัวเห็นว่าโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล มีผลดีต่อประชาชนมากๆค่ะ เป็น การบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และเป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบสถาบันการเงินรัฐได้ง่ายขึ้น จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่สูงมากไป เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับรายจ่ายและมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้นมีเงินเหลือออม
แต่อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลเป็นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในระยะสั้นเพื่อสางหนี้นอกระบบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในปัจจุบัน แต่รัฐบาลลืมมองเห็นปัญหาระยะยาว คือ ที่ประชาชนประสบปัญหาการขากสภาพคล่องชักหน้าไม่ถึงหลังต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ก็อาจเป็นเพราะประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอและยังคงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลอาจไม่ตรงจุดนัก การส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพของกลุ่มลูกหนี้นอกระบบ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เพิ่ม และเพิ่มความสามารถในการชำระและมีการวางแผนการใช้อย่างเหมาะสมไม่ฟุ่มเฟือยต่างหากเป็นทางแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ดีสุด และเป็นการแก้ปัญหาระยาว เพื่อความสำเร็จของโครงการรัฐบาลควรมีการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบดังกล่าว อาจเป็นการเปิดช่องว่างให้มีการโกงหรือสวมรอยในการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ เช่น ลูกหนี้นอกระบบที่เป็นหนี้พนัน หวย หรือคนที่ไม่ได้เป็นหนี้จริงอาจร่วมมือกันเข้ามาสวมรอยขอสินเชื่อจากโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธนาคารของรัฐที่ต้องแบกรับภาระหนี้เสียเพิ่มมากขึ้นไปอีก รัฐบาลจึงควรวางมาตรการคัดกรองคุณสมบัติของลูกหนี้อย่างรัดกุม เพราะการกู้เงินนอกระบบส่วนใหญ่มักไม่มีหลักฐานการกู้เงินที่ชัดเจนที่จะนำมาแสดงได้ รัฐบาลจึงต้องวางหลักเกณฑ์การพิจารณาเงื่อนไขการปล่อยกู้ หลักประกัน และคุณสมบัติของลูกหนี้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งวางมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุม และตรวจสอบการอ้างสิทธิโดยไม่เป็นธรรมรวมถึงกำหนดบทลงโทษด้วย
โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
รัฐบาลเปิดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมี นายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อส่งสัญญาณเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าโครงการ ตั้งแต่ 1-30 ธันวาคม 2552 ที่ ธนาคารออมสิน 600 สาขา และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. 900 สาขาทั่วประเทศ หลัง จากนั้นจัดแยกประเภทหนี้ จัดลำดับความสำคัญของการเป็นหนี้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต หรือหนี้เพื่อประกอบอาชีพเป็นหลัก
รัฐบาล โดยการนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ซึ่งถือเป็นภารกิจจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบสถาบันการเงินในเครือข่ายของรัฐได้ง่ายขึ้น อันเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่สูงมากเกินปกติ เพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับรายจ่ายที่จำเป็นและมีเงินเหลือออมในที่สุด โครงการนี้ยังรวมถึงโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของผู้มีปัญหาหนี้สินให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มีการดำรงชีพภายใต้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมและกระตุ้นประชาชนให้มีการออมเงินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินอันเป็นรากฐานที่สำคัญของครอบครัวและประเทศชาติ
ในการนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรมร่วมกันผลักดันโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการประสานธนาคารในเครือข่ายของรัฐในการเปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบพร้อมข้อเสนอเงินกู้ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ร่วมดำเนินการในคณะเจรจาประนอมหนี้ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
ในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น ได้มีการมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (ศอก.นส.) กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ) และได้มอบหมายภารกิจให้ธนาคารในเครือข่ายของรัฐทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน (ธ.ออมสิน) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) (ธ.กรุงไทย) ไปร่วมกันดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชนในครั้งนี้ ได้ดึงแบงก์รัฐ 6 แห่ง เข้ามาช่วยเหลือทั้ง ธ.ก.ส. ออมสิน เอสเอ็มอีแบงก์ ธนาคารอิสลาม ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยจะเปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่าน ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินทุกสาขาและศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่ง จากนั้นจะทำคัดกรองลูกหนี้ระหว่างเดือนมกราคม และเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาและประนอมหนี้ เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีการตั้งคณะทำงานแก้หนี้สินระดับจังหวัดและระดับอำเภอ พร้อมธนาคารรัฐเป็นผู้เจรจา ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 53
จากนั้นจะเริ่มคัดเลือกลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เข้าสู่ระบบขอกู้จากแบงก์รัฐ ในช่วงพฤษภาคมปีหน้า หากลูกหนี้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะให้ความช่วยเหลืออีกครั้ง หากยังไม่สำเร็จ ก็จะนำเข้าสู่โครงการพัฒนาอาชีพให้เข้มแข็งและสร้างรายได้ให้มั่นคง โดยมีธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ
ซึ่งจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยการ รีไฟแนนซ์ ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบหากจะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะต้องพัฒนาให้ ประชาชนระดับรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินในธนาคารให้ได้มากขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า ได้ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งทำความเข้าใจต่อธนาคารต่างๆว่า เครดิตบูโร เป็นเพียงข้อมูลที่ช่วยประกอบการตัดสินใจในการปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้า ซึ่งไม่ได้ถือเป็นความผิดหากปล่อยให้ผู้ติดเครดิตบูโร เพราะจะทำให้ประชาชนไม่ต้องออกไปพึ่งเงินนอกระบบ
ส่วนธ.ก.ส.ได้ติดเครื่องโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ พร้อมรับขึ้นทะเบียนประชาชนในภาคเกษรตรกรรมที่เป็นหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท ตั้งแต่ 1-30 ธ.ค.นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน เพื่อนำไปสู่การปลดหนี้ ยืดเวลาชำระหนี้ ลดหนี้และพักชำระดอกเบี้ย ในส่วนของ ธ.ก.ส. ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่านศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (ศอก.นส.) กระทรวงการคลัง ให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่ง ธ.ก.ส. ก็มีความพร้อมในการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว โดยจะรับขึ้นทะเบียนประชาชนทั่วไปได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธันวาคมนี้
วัตถุประสงค์ของการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบคือช่วยให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ลง นำเงินในส่วนที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยมาใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น ฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มีการประกอบอาชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมให้มีการออมเพื่อรักษาวินัยทางการเงิน
สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นหนี้ที่เกิดจากสาเหตุสุจริตและจำเป็นที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 โดยผู้ขอขึ้นเบียนจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ สำเนาทะเบียนบ้านและเอกสารยืนยันการเป็นหนี้มายื่นที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องไปขอขึ้นทะเบียนที่สาขาภูมิลำเนาของตนเอง
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบนั้น สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1.เปิดรับลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านสาขาของ ธ.ก.ส. และ ธ.ออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. – 30 ธ.ค. 52
2.ประมวลผล คัดกรองประเภทลูกหนี้ และสรุปยอดลูกหนี้นอกระบบ โดยความร่วมมือของกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือนมกราคม
3.เจรจาและประนอมหนี้เพื่อนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ โดยมีคณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินระดับจังหวัดและระดับอำเภอ พร้อมธนาคารของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. – 30 เม.ย. 2553
4.ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารภายใต้โครงการนี้ สามารถเริ่มเข้าสู่ระบบในเดือน พ.ค. 2553
5.กรณีลูกหนี้มีคุณสมบัติไม่ผ่านหลักเกณฑ์ จะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อีกครั้ง หากยังไม่สำเร็จ จะมีโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อไป โดยความร่วมมือระหว่าง ศอก.นส. ธนาคารเฉพาะกิจของรับ คลังจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 1 – 31 พ.ค. 2553
หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้เบื้องต้น
1.เป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552
2.ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3.วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท
4.อัตราดอกเบี้ย
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3 ปีแรก
- สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้
5.ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี
6.ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หลักประกันการโอนหนี้
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- ผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ10 ของวงเงินกู้
หลักประกันกรณีของ ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรค้ำประกัน
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5 คน
เปิดรับลงทะเบียนโอนหนี้ วันที่ 1-30 ธ.ค. นี้ เวลา 8.30-16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ ที่สาขา ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1115 หรือ 02-555-0555
สำหรับผู้สร้างข้อมูลเท็จเพื่อเข้าโครงการหวังกู้เงินในระบบ รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาจมีโทษถึงติดคุกได้ โดยคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการเพื่อขอให้รัฐบาลแก้หนี้นอกระบบเป็นหลักล้านราย
สำหรับความคิดเห็นของดิฉันที่มีต่อโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
คือเห็นด้วยกับโครงการนี้ค่ะ เพราะเชื่อว่า จะสามารถช่วยปลดหนี้ให้ประชาชน ไม่ต้องกลัวการขูดรีด และเป็นการจัดระเบียบการเงินให้ถูก และดิฉันคิดว่าประชาชนเป็นหนี้นอกระบบเพราะจำเป็นต้องใช้เงิน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเป็นหนี้นอกระบบ เกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี รองลงมา คือ เงินขาดมือ ตามด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เงินเดือน รายได้ ไม่พอใช้จ่าย และอาจเป็นเพราะว่าประชาชนบางคนไม่มีเครดิต ที่จะขอกู้กับธนาคารได้ จึงต้องไปกู้เงินนอกระบบค่ะ
และดิฉันคิดว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ คือ การออกกฎหมายคุ้มครองผู้ที่กู้หนี้นอกระบบ และการคุมเจ้าหนี้ ตามด้วยการขอความร่วมมือสถาบัน-การเงิน ปรับลดหลักเกณฑ์การกู้เงินให้ง่ายขึ้น จัดตั้งสถาบันการเงินใหม่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะ และการนำเจ้าหนี้ มาลงทะเบียนให้ถูกต้องค่ะ
เบอร์โทร 0859884691 ค่ะ
จากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้ประชาชนระดับรากหญ้าที่หาเช้ากินค่ำทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือแม้กระทั่งพนักงานประจำของภาครัฐและเอกชน ประสบปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ปัจจัยของปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ผลพวงจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ในขณะที่รายได้ของกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงเท่าเดิมหรือลดน้อยลง บางรายถูกปลดออกจากงานจนทำให้สูญสิ้นรายได้ไป สภาวการณ์
เศรษฐกิจที่ถดถอยดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้ประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหรือกลุ่มเกษตรกรประสบภาวะขาดทุนเนื่องจากขายสินค้าหรือผลผลิตไม่ได้ หรือหากขายได้ก็ได้กำไรน้อยเนื่องจากต้นทุนในการผลิตสูง หรือกลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้ง พนักงานบริษัทมีรายได้ไม่เพียงพอกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น บางรายเป็นทั้งหนี้ธนาคารและหนี้บัตรเครดิตควบคู่กันไป จนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องมองหาแหล่งเงินกู้นอกระบบเพื่อนำมาดำรงชีวิตให้อยู่รอด ที่มาของหนี้นอกระบบจึงเกิดขึ้นจากจุดนี้ เมื่อกลุ่มคนที่ชักหน้าไม่ถึงหลังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบผ่านสถาบันการเงินของภาครัฐและเอกชนได้ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพคล่องในระบบการเงินกำลังตึงตัว ทำให้สถาบันการเงินเหล่านั้นปล่อยกู้ยาก หรือหากจะปล่อยกู้ ผู้กู้ต้องมี หลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งประชาชนที่รายได้น้อยนั้นไม่มีหลักทรัพย์ใดๆ พอที่จะใช้ค้ำประกันได้ หรืออีกกรณีหนึ่งคือการที่ประชาชนมีหนี้ในระบบกับสถาบันการเงินอยู่ก่อนแล้ว เช่นกรณีเกษตรกรมีหนี้อยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือประชาชนที่เป็นหนี้ธนาคารและหนี้บัตรเครดิต และไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้นั้นได้ ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หันหน้าเข้าที่พึ่งสุดท้าย คือ เงินกู้นอกระบบ แม้จะรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบนั้นแพงมากมายแค่ไหน แต่กลุ่มคนระดับรากหญ้าไม่มีทางเลือกอื่น เงินกู้นอกระบบจึงหมายถึงการกู้ยืมเงินที่ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน แต่เป็นการให้กู้ยืมระหว่างญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง หรือ เป็นการปล่อยกู้จากผู้ให้กู้เพื่อหวังผลกำไรที่สูงกว่าปกติ ซึ่งการติดตามทวงหนี้จากผู้ให้กู้นอกระบบส่วนใหญ่เป็นไปด้วยวิธีการที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การใช้คำพูดที่หยาบคาย ข่มขู่ กรรโชก หรือประจานให้อับอาย บางรายถึงขั้นทำร้ายร่างกายด้วยวิธีโหดร้าย ทารุณซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่ง
ในปัจจุบันสัดส่วนของของประชาชนที่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด และประชาชน 1 ใน 10 คนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใดๆ ได้เลย ด้วยเหตุนี้มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยภาครัฐผ่านกลไกของสถาบันการเงินของรัฐจึงเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน มีธนาคารของรัฐเข้าร่วมโครงการดังต่อไปนี้คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสินธนาคารกรุงไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) โดยสถาบันการเงินของรัฐดังกล่าวจะปล่อยกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำและมีระยะเวลาผ่อนนาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบครอบคลุมทุกสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มเกษตรกร กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยอีกทั้งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ โดยอาจเจรจาลดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเพื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีความสามารถในการชำระหนี้ได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาการติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรงอีกด้วย โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. 2552 ซึ่งมูลหนี้ที่จะให้กู้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี โดยให้มีระยะเวลาผ่อนยาวตั้งแต่ 5 ถึง 12 ปี และอาจขยายได้ถึง 15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวงเงินกู้และรายได้ของผู้กู้ การที่ธนาคารของรัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบจะเป็นการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบเพื่อให้สถาบันการเงินของภาครัฐสามารถเข้าไปบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้ต่อไปได้ แต่การดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงแก่สถาบันการเงินของรัฐที่จะต้องแบกรับภาระหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากสถาบันการเงินของรัฐต้องเข้ามาแบกรับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มลูกหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ ลูกหนี้เหล่านี้อาจจะก่อหนี้ NPL เพิ่มขึ้นอีกได้
อย่างไรก็ดี แนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบผ่านกลไกของสถาบันการเงินของรัฐนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุกล่าวคือ เป็นการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จากเดิมคือผู้ให้กู้นอกระบบมาเป็นสถาบันการเงินของรัฐ แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหาซึ่งก็คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนระดับรากหญ้าซึ่งปัญหาแหล่งเงินทุนของกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นปัญหาระดับนโยบายที่รัฐบาลควรมุ่งเน้นแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลควรเร่งพัฒนาและส่งเสริมระบบสถาบันการเงินให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น และควรให้สถาบันการเงินต่างๆ กำหนดหลักเกณฑ์การกู้ให้ง่ายขึ้นด้วย เพื่อให้ประชาชนทุก ระดับสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ไม่ยาก หากประชาชนที่เดือดร้อนเงินสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้โดยง่ายแล้ว การพึ่งพาเงินกู้นอกระบบจะลดน้อยลงหรืออาจหมดสิ้นไปในที่สุด แนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลนั้นยังคงยึดตามแนวนโยบายด้านประชานิยมเพื่อเป็นการซื้อใจประชาชนระดับรากหญ้า โดยเป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นเพื่อสางหนี้นอกระบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่รัฐบาลไม่ได้มองปัญหาในระยะยาวว่า ในอนาคตประชาชนที่ประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลังอาจกลับไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบอีก หากไม่มีรายได้ที่เพียงพอและยังคงใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย มาตรการรีไฟแนนซ์ของรัฐบาลอาจเป็นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ไม่ตรงจุดนักเนื่องจากการมีอาชีพที่มั่นคงและการวางแผนการใช่จ่ายอย่างเหมาะสมไม่ฟุ่มเฟือยเป็นทางแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ดีที่สุด เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ดังนั้นรัฐบาลจึงควรมุ่งเน้นการวางนโยบายในระยะยาวเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของกลุ่มลูกหนี้นอกระบบ เพื่อเป็นการสร้างงานสร้างรายได้เพื่อเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยให้มีหน่วยงานเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในการสร้างงานและปลูกฝังการวางแผนการใช้จ่ายอย่างเหมาะสมเพียงพอกับรายได้ เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่แน่นอน นอกจากนี้ ปัญหาในเชิงปฏิบัติที่อาจเกิดขึ้น คือ โครงการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบดังกล่าวอาจเป็นการเปิดช่องว่างให้มีการโกงหรือสวมรอยในการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ เช่น ลูกหนี้นอกระบบที่เป็นหนี้พนัน หวย หรือหนี้ที่เกิดจากการประกอบอาชีพที่ไม่สุจริต หรือคนที่ไม่ได้เป็นหนี้จริงอาจร่วมมือกันเข้ามาสวมรอยขอสินเชื่อจากโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธนาคารรัฐที่ต้องแบกรับภาระหนี้เสีย (NPL) เพิ่มมากขึ้นไปอีก และอาจส่งผลกระทบต่องบประมาณรายจ่ายในอนาคตได้ รัฐบาลจึงควรวางมาตรการคัดกรองคุณสมบัติของลูกหนี้อย่างรัดกุม เพราะการกู้เงินนอกระบบส่วนใหญ่มักไม่มีหลักฐานการกู้เงินที่ชัดเจนที่จะนำมาแสดงได้ รัฐบาลจึงต้องวางหลักเกณฑ์การพิจารณาเงื่อนไขการปล่อยกู้ หลักประกัน และคุณสมบัติของลูกหนี้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งวางมาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุม และตรวจสอบการอ้างสิทธิโดยไม่เป็นธรรมรวมถึงกำหนดบทลงโทษด้วย การจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืนนั้น รัฐบาลควรวางยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไปโดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้สถาบันการเงินเป็นช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนในทุกระดับ พร้อมทั้งวางนโยบายระยะยาวในการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเพื่อให้ประชาชนระดับรากหญ้ามีรายได้ และมีความสามารถที่จะชำระหนี้ได้ทั้งหนี้ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยรัฐบาลควรคำนึงถึงปัญหาสำคัญที่จะตามมาจากการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบ คือ การเกิดหนี้ NPL เพิ่มเติมในสถาบันการเงินของภาครัฐ และเร่งวางมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ควบคู่กันไปด้วย
หนี้นอกระบบ
หนี้นอกระบบ หมายถึง การกู้หนี้ยืมสินที่ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน เช่น การกู้ยืมกันระหว่างเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง ซึ่งการกู้ยืมเงินดังกล่าวจะไม่มีกฎกติกามารยาท ที่เป็นมาตรฐาน เช่น การทำสัญญากู้ยืมเงินอาจจะใช้กระดาษเปล่าเขียนข้อความการกู้ยืมเงิน โดยใช้ลายมือของลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เป็นผู้เขียน ซึ่งบางครั้งก็ไม่มีพยานรับรู้ หรือบางครั้งก็มีการขูดลบ ขีดฆ่า แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและมีการฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นข้อพิพาทในชั้นศาล ผมอยากจะยกตัวอย่างที่พบเห็นบ่อย ๆ ดังนี้
1. การคิดดอกเบี้ย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะเรียกดอกเบี้ยกันในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แต่ในทางปฏิบัติการกู้ยืมเงินนอกระบบจะคิดดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ยังคงปล่อยให้มีการกระทำธุรกิจประเภทนี้กันอยู่ ทั้งที่การคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบได้ทันที
2. การที่เจ้าหนี้ให้ลูกหนี้ลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่ายังไม่มีการกรอกข้อความและภายหลังลูกหนี้มีปัญหากับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ก็จะไปกรอกข้อความ จำนวนเงินในสัญญากู้ผิดไปจากข้อตกลง หลังจากนั้นก็ทำสัญญากู้ไปว่าจ้างทนายฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล
ยกตัวอย่าง เช่น กู้เงินไป 100,000 บาท ถึงเวลาลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็ไปกรอกข้อความเป็น 300,000 บาท การกระทำแบบนี้ ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร และเจ้าหนี้ไม่สามารถจะนำสัญญากู้ปลอมไปใช้เป็นหลักฐาน ในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับลูกหนี้ได้ ลูกหนี้คนใดเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้ทนายสู้คดี รับรองชนะแน่!
3. ลูกหนี้ชำระหนี้แล้วแต่เจ้าหนี้บอกว่ายังไม่ได้ชำระหนี้ แบบนี้ก็มีมากในทางปฏิบัติ จึงขอแนะนำลูกหนี้ว่า ถ้าจะชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้จะต้องให้เจ้าหนี้ออกใบเสร็จรับเงิน ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการชำระหนี้ ก็อย่าชำระหนี้ เพราะกฎหมายบังคับว่าลูกหนี้จะอ้างว่าชำระหนี้แล้ว จะต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรมาแสดงต่อศาลเท่านั้น จะพูดปากเปล่าด้วยวาจาไม่ได้ จำไว้นะลูกหนี้
4. อายุความในการฟ้องร้องคดีเงินกู้ มีอายุความ 10 ปีนับแต่วันที่ลูกหนี้กู้เงินไปจากเจ้าหนี้ แต่เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 5 ปี เท่านั้นนะครับ
5. เมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งแล้วต้องทำอย่างไร
สิ่งแรกที่ต้องทำ พยายามอย่ารับหมายด้วยตนเอง ควรขอร้องให้พนักงานส่งหมายปิดหมาย เพื่อจะได้มีระยะเวลาที่ยาวขึ้นในการสู้คดี จากเดิมต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน ถ้าปิดหมายจะเพิ่มเป็น 30 วัน หลังจากนั้นให้ทนายยื่นคำให้การสู้คดี
6. หลังจากศาลพิพากษาแล้วต้องทำอย่างไร
ถ้ามีทรัพย์สินก็จะถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ ถ้ามีเงินเดือนก็จะถูกอายัดเงินเดือน ไม่ติดคุกติดตาราง
โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ของ รัฐบาล
คลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบธ.ค.นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อรองรับการเปิดตัวโครงการใน วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ นายกรณ์ กล่าวว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน คลังจังหวัด เป็นเลขานุการคณะกรรมการ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-31 ธันวาคมนี้ จากนั้น คณะกรรมการในพื้นที่จะช่วยคัดกรองลูกหนี้เพื่อส่งรายชื่อให้กับธนาคารทั้ง 2 แห่ง ซึ่งคณะกรรมการในพื้นที่ประกอบด้วย หน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมสรรพากร กระทรวงหาดไทย เพื่อตั้งโต๊ะช่วยเจรจาหนี้ให้กับชาวบ้าน"ยืนยันว่าไม่ต้องการข่มขู่ หรือกลั่นแกล้งเจ้าหนี้นอกระบบ แต่ต้องการใช้เครื่องมือของรัฐที่มีอยู่มาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สิน และต้องการใช้ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่น ช่วยกันพิจารณาดูภาระหนี้ที่ลงทะเบียนให้ตรงกับความเป็นจริง ไม่ใช่เพราะคนในพื้นที่จะรู้จักกันมากที่สุด เพื่อไม่ให้กรอกข้อมูลเกินความเป็นจริง คาดว่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียนประมาณ 1 ล้านคน โดย ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินมีเงินทุนเพียงพอรองรับในการปล่อยกู้ให้ไม่เกินรายละ 200,000 บาท" นายกรณ์ กล่าว
สวนดุสิตโพลเผยประชาชนส่วนใหญ่เห็น ด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ขณะที่เอแบคโพล ระบุ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการโอนหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของรัฐบาลสวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาน เรื่อง คิดอย่างไรกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลพบว่า ประชาชนร้อยละ 63.46 เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะเชื่อว่า จะสามารถช่วยปลดหนี้ให้ประชาชน ไม่ต้องกลัวการขูดรีด และเป็นการจัดระเบียบการเงินให้ถูก ร้อยละ 20.64 ไม่แน่ใจโครงการ เพราะอาจมีการสวมสิทธิ์เป็นหนี้นอกระบบ เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือร้อยละ 15.90 ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะยิ่งสร้างหนี้ให้ประเทศ และไม่ค่อยมั่นใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล เพราะหลายโครงการที่รัฐบาลจัดตั้งมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ บางขั้นตอนยังไม่ชัดเจน ร้อยละ 29.16 ไม่ค่อยมั่นใจ ส่วน ร้อยละ 17.57 มั่นใจว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน เพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่แท้จริงซึ่งปัจจุบันนอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 62.67 เป็นหนี้นอกระบบ เพราะจำเป็นต้องใช้เงิน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเป็นหนี้นอกระบบ เกิดจากเศรษฐกิจไม่ดี ร้อยละ 44.97 รองลงมา คือ เงินขาดมือ ตามด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เงินเดือน รายได้ ไม่พอใช้จ่าย ขณะที่ ร้อยละ 13.03 เป็นหนี้นอกระบบ เพราะไม่มีเครดิตที่จะขอกู้กับธนาคารได้อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ คือ การออกกฎหมายคุ้มครองผู้ที่กู้หนี้นอกระบบ และการคุมเจ้าหนี้ ตามด้วยการขอความร่วมมือสถาบันการเงิน ปรับลดหลักเกณฑ์การกู้เงินให้ง่ายขึ้น จัดตั้งสถาบันการเงินใหม่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะ และการนำเจ้าหนี้มาลงทะเบียนให้ถูกต้อง
ประชาชนต้องการโอนหนี้ตามมาตรการแก้หนี้นอกระบบ
เอแบคโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนเป็นหนี้นอกระบบและกลุ่มเจ้าหนี้ ต่อมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือหนี้นอกระบบ โดยพบว่า ร้อยละ 80.3 ต้องการโอนหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของรัฐบาล ขณะที่ร้อยละ 58.2 ยังไม่ทราบข่าวสาร เรื่องวงเงินสูงสุดที่ธนาคารจะปล่อยกู้ไปใช้หนี้นอกระบบ ส่วนร้อยละ 74.3 ทราบข่าวการปราบปรามกลุ่มคนที่ปล่อยหนี้นอกระบบร้อยละ 92 ของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบเห็นว่า มาตรการของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อการปล่อยกู้ ร้อยละ 54.5 ของเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ย หลังรัฐบาลออกมาตราช่วยเหลือลูกหนี้ ร้อยละ 87.8 เห็นด้วยกับรัฐบาลในการประกาศสงครามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น และร้อยละ 75.6 เห็นด้วยกับ นายกรัฐมนตรีในการเป็นประธานรณรงค์การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นด้วยตัวเอง
สาเหตุที่ทำให้ประชาชนเป็นหนี้นอกระบบ คือ
อันดับ 1 เศรษฐกิจไม่ดี 44.97%
อันดับ 2 เงินขาดมือ ไม่พอใช้จ่าย 15.89%
อันดับ 3 มีภาระต้องรับผิดชอบมาก เพียงเงินเดือน/ค่าจ้าง/รายได้ อย่างเดียวไม่พอใช้ 15.31%
อันดับ 4 ไม่มีเครดิตพอที่จะกู้กับธนาคารเพื่อนำเงินไปลงทุนได้ 13.03%
อันดับ 5 หยิบยืมได้สะดวก ไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก 10.80%
สำหรับดิฉันแล้วโครงการ ฯ หนี้นอกระบบเป็นเรื่องหวังผลทางการเมืองมากว่าที่จะช่วยประชาชนอย่างจริงจัง เจ้าหนี้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยโหดๆ ถามว่าเป็นใครถึงกล้าเย้ยกฎหมายถ้าไม่รู้จักคนมีสีคอยเอื้อประโยชน์ให้กัน ถึงประชาชนจะได้รับเงินจากรัฐบาลไปแล้วแต่ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีมันก็จะกลับคืนสู่วัฏจักรเก่าๆ ผมอยากให้รัฐบาลนำเงินส่วนนี้ไปช่วยสร้างอาชีพใช้กับประชาชนพร้อมจริงจังในการแก้ปัญหาเรื่องเจ้าหนี้นอกระบบที่ต้นเหตุ
“มันก็เหมือนแจกปลาเพื่อให้ประชาชนอยู่ไปวันๆ”
เศรษฐกิจที่ถดถอยดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้ประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหรือกลุ่มเกษตรกรประสบภาวะขาดทุนเนื่องจากขายสินค้าหรือผลผลิตไม่ได้ หรือหากขายได้ก็ได้กำไรน้อยเนื่องจากต้นทุนในการผลิตสูง หรือกลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้ง พนักงานบริษัทมีรายได้ไม่เพียงพอกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น บางรายเป็นทั้งหนี้ธนาคารและหนี้บัตรเครดิตควบคู่กันไป จนทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องมองหาแหล่งเงินกู้นอกระบบเพื่อนำมาดำรงชีวิตให้อยู่รอด ที่มาของหนี้นอกระบบจึงเกิดขึ้นจากจุดนี้ เมื่อกลุ่มคนที่ชักหน้าไม่ถึงหลังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบผ่านสถาบันการเงินของภาครัฐและเอกชนได้ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพคล่องในระบบการเงินกำลังตึงตัว ทำให้สถาบันการเงินเหล่านั้นปล่อยกู้ยาก หรือหากจะปล่อยกู้ ผู้กู้ต้องมี หลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งประชาชนที่รายได้น้อยนั้นไม่มีหลักทรัพย์ใดๆ พอที่จะใช้ค้ำประกันได้ หรืออีกกรณีหนึ่งคือการที่ประชาชนมีหนี้ในระบบกับสถาบันการเงินอยู่ก่อนแล้ว เช่นกรณีเกษตรกรมีหนี้อยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือประชาชนที่เป็นหนี้ธนาคารและหนี้บัตรเครดิต และไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้นั้นได้ ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หันหน้าเข้าที่พึ่งสุดท้าย คือ เงินกู้นอกระบบ แม้จะรู้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบนั้นแพงมากมายแค่ไหน แต่กลุ่มคนระดับรากหญ้าไม่มีทางเลือกอื่น เงินกู้นอกระบบจึงหมายถึงการกู้ยืมเงินที่ไม่อยู่ในระบบสถาบันการเงิน แต่เป็นการให้กู้ยืมระหว่างญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง หรือ เป็นการปล่อยกู้จากผู้ให้กู้เพื่อหวังผลกำไรที่สูงกว่าปกติ ซึ่งการติดตามทวงหนี้จากผู้ให้กู้นอกระบบส่วนใหญ่เป็นไปด้วยวิธีการที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การใช้คำพูดที่หยาบคาย ข่มขู่ กรรโชก หรือประจานให้อับอาย บางรายถึงขั้นทำร้ายร่างกายด้วยวิธีโหดร้าย ทารุณซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันสัดส่วนของของประชาชนที่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด และประชาชน 1 ใน 10 คนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใดๆ ได้เลย ด้วยเหตุนี้มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยภาครัฐผ่านกลไกของสถาบันการเงินของรัฐจึงเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน มีธนาคารของรัฐเข้าร่วมโครงการดังต่อไปนี้คือ
-ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
-ธนาคารออมสิน
-ธนาคารกรุงไทย
-ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.)
โดยสถาบันการเงินของรัฐดังกล่าวจะปล่อยกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำและมีระยะเวลาผ่อนนาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบครอบคลุมทุกสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มเกษตรกร กลุ่มข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยอีกทั้งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ โดยอาจเจรจาลดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเพื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีความสามารถในการชำระหนี้ได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นการลดปัญหาการติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีการรุนแรงอีกด้วย
โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกับธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. 2552
-ซึ่งมูลหนี้ที่จะให้กู้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท
-อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี
-โดยให้มีระยะเวลาผ่อนยาวตั้งแต่ 5 ถึง 12 ปี และอาจขยายได้ถึง 15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวงเงินกู้และรายได้ของผู้กู้
การที่ธนาคารของรัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบจะเป็นการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบเพื่อให้สถาบันการเงินของภาครัฐสามารถเข้าไปบริหารจัดการและปรับโครงสร้างหนี้ต่อไปได้ แต่การดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงแก่สถาบันการเงินของรัฐที่จะต้องแบกรับภาระหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากสถาบันการเงินของรัฐต้องเข้ามาแบกรับความเสี่ยงในการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มลูกหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ลูกหนี้เหล่านี้อาจจะก่อหนี้ NPL เพิ่มขึ้นอีกได้
โครงการหนี้นอนระบบ
นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นทางการ ก่อนให้ประชาชนลงทะเบียน โดยทุกธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 และไม่จำเป็นต้องมีเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้มายืนยัน แต่ต้องใช้บุคคลค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน หากสินเชื่อไม่เกิน 1 แสนบาท และใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน กรณีสินเชื่อมากกว่า 1 แสนบาท
กทม.(19พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้ามากว่า 10 เดือน ทั้งการเพิ่มรายได้ และลดรายจ่าย แต่ยังมีประชาชนเกือบ 1 ล้านคน ที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับวงจรหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่มีเงื่อนไขดอกเบี้ยที่สูงเกินปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุเชื่อมโยงไปถึงความสงบเรียบร้อย และปัญหาความรุนแรงจากผู้มีอิทธิพล ตลอดจนก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมในสังคม
ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาให้หมดไปจากสังคมไทย โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลูกหนี้นอกระบบลงทะเบียนตลอดเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นกรมบัญชีกลางจะเป็นผู้คัดกรองประเภทลูกหนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้การเจรจาเพื่อแปลงหนี้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้เมื่อปรับเข้าสู่ระบบแล้ว กระทรวงการคลังจะฟื้นฟูอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับรายจ่าย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มชีวิตใหม่
ด้านนายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบขึ้นมา เพื่อจ่ายหนี้แทนประชาชนที่มีปัญหาหนี้สิน แต่เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน มีการจัดอบรมฟื้นฟูอาชีพ โดยกระทรวงการคลังจะจัดสรรงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งมาสนับสนุนให้เพียงพอ ขณะที่ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการทุกแห่ง จะมีการจัดโครงการสร้างอาชีพให้ โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
นายปราโมทย์ นนทะโคตร รองผู้จัดการ ธกส. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาขาธนาคารทั้ง 900 สาขาทั่วประเทศ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 1-30 ธันวาคมนี้ คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้นอกระบบได้กว่า 500, 000 ครอบครัว
หลักเกณฑ์การพิจารณาโอนหนี้สำหรับลูกหนี้เบื้องต้น
1.เป็นหนี้นอกระบบที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 200,000 บาท และเป็นหนี้ที่เกิดก่อน 19 พฤศจิกายน 2552
2.ผ่านการเจราจาหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3.วงเงินให้กู้ไม่เกิน 200,000 บาท
4.อัตราดอกเบี้ย
- อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ใน 3 ปีแรก
- สำหรับธนาคารออมสินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการกู้
5.ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 8 ปี เว้นแต่ผู้กู้สมัครใจทำสัญญากู้น้อยกว่า 8 ปี
6.ผู้กู้สามารถชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หลักประกันการโอนหนี้
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 1 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- ผู้ค้ำประกันต้องมีรายได้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ10 ของวงเงินกู้
หลักประกันกรณีของ ธ.ก.ส. ที่เป็นเกษตรกรค้ำประกัน
- วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท ใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
- วงเงินกู้ตั้งแต่ 100,001 – 200,000 บาท ให้ใช้หนังสือรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม อย่างน้อย 5 คน
เปิดรับลงทะเบียนโอนหนี้ วันที่ 1-30 ธ.ค. นี้ เวลา 8.30-16.30 น. เว้นวันหยุดราชการ ที่สาขา ธ.ก.ส. และธนาคารออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1115 หรือ 02-555-0555
สำหรับผู้สร้างข้อมูลเท็จเพื่อเข้าโครงการหวังกู้เงินในระบบ รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาจมีโทษถึงติดคุกได้ โดยคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการเพื่อขอให้รัฐบาลแก้หนี้นอกระบบเป็นหลักล้านราย
แสดงความคิดเห็น
จากการที่ได้ดูข่าวและเห็นป้ายตามธนาคารที่ขึ้นป้ายไว้เกี่ยวกับโครงการหนี้นอนระบบ หนูคิดว่าเป็นโครงการที่ดีที่รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ยังงมงาย คิดว่าหนี้นอนระบบจะดีกว่าหนี้ในระบบ ทำให้เกิดปัญหาที่ตามมาหลายเรื่อง จากที่เคยเห้นคนข้างบ้านกู้กัน บ้างครั้งไม่ให้เงินตรงตามวันที่กำหนดก็ด่ากันเสียงดังมาก และจากที่เคยฟังข่าวก็อาจจะมีการขมขู่ เพราะเจ้าหนี้ที่ทำธุรกิจอย่างนี้ส่วนมากแล้วร้ายๆๆทั้งนั้น หากรัฐบาลช่วยเหลือได้จริงๆ ก็เป็นผลดีแก่ประชาชน ประเทศของเราจะได้มีระบบที่ดี เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้นด้วย
ขอบคุณค่ะ
นางสาว วิไล ชลเขตต์ 51127312001 โทร 082-3227132
รบ.ปลดหนี้นอกระบบ ผ่านธนาคารรัฐ แนะยึดหลัก ศก.พอเพียง
รัฐบาลเดินเครื่องปลดหนี้เอาใจประชาชน นายกฯ เปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ผ่านธนาคารรัฐ 6 แห่ง เริ่มลงทะเบียนตลอดเดือนธันวาคมนี้ แนะให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันหนี้นอกระบบ
วันนี้ (19 พ.ย.) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ และปาฐกถา เรื่อง “นโยบายรัฐบาลกับการเสริมสร้างเศรษฐกิจภาคประชาชน” โดยมี นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งผู้บริหารระดับทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 700 คนเข้าร่วม
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันกำหนดวางแนวทางและมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมทั้งได้แบ่งแยกบทบาทตามความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ของรัฐ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จะเป็นสถาบันหลักในการรับการลงทะเบียนทั่วประเทศ สถาบันการเงินของรัฐทั้ง 6 แห่ง ให้กู้เป็นพิเศษสำหรับแก้ปัญหาหนี้นอกระบบครั้งนี้ในวงเงิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนหนี้ส่วนใหญ่ของผู้มีรายได้น้อยทุกสถาบันการเงินจะแบ่งรับผู้ลงทะเบียนไปตามบทบาทของแต่ละธนาคาร
นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร รับกรณีที่ลูกหนี้เป็นเกษตรกร ธนาคารออมสิน รับกรณีที่ลูกหนี้เป็นหนี้นอกภาคเกษตรโดยรวม ในกรณีที่เป็นลูกหนี้นอกระบบที่ทำการค้าขายธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรับไปดำเนินการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์รับดำเนินการในกรณีที่เป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ธนาคารอิสลามรับกรณีบัตรเครดิตที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดที่ธนาคารมีสาขาอยู่ ธนาคารกรุงไทยรับกรณีที่ลูกหนี้เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
การเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งการเงินในระบบเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่จะทำให้หนี้นอกระบบนั้นเข้ามาอยู่ในระบบของสถาบันการเงิน แต่อย่างไรก็ตามยังมีความจำเป็นต้องมีการเจรจาหนี้ในระดับพื้นที่กับเจ้าหนี้นอกระบบที่ไม่ได้เข้ามาสู่โครงการแปลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบในครั้งนี้ ซึ่งในกรณีนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกันมีบทบาทสำคัญในการเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการประสานงานในการเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบที่เหลืออยู่ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังรอคอยแก้ไขปัญหาประมาณกว่า 1 ล้านคน ซึ่งจะทำให้คนเหล่านั้นมีโอกาสเข้ามาสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สินในระบบ การสัมมนาวันนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1.เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน 2.ประกาศการเริ่มต้นการดำเนินการให้กับประชาชนและเชิญชวนให้ผู้มีปัญหาหนี้นอกระบบเข้ามาลงทะเบียน และ 3.เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ผู้เกี่ยวข้องจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม ได้ทราบแนวทางที่จะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามคลี่คลายปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้า โดยออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในเกือบทุกกลุ่ม รวมทั้งการใช้เงินในการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพื่อที่จะทำให้ความพร้อมของประเทศและโอกาสของประชาชนดีขึ้น ทั้งในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกกรรม ในชนบทและในเมือง อย่างไรก็ตามคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนจำนวนมากประมาณการเกือบ 1 ล้านคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาของวงจรหนี้สินและความยากจน โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องดอกเบี้ยและการชำระเงินคืน ที่เป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ให้กับประชาชนจำนวนมาก
ดังนั้น ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องช่วยกันแก้ไข ที่สำคัญคือ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เป็นปัญหาของแต่ละบุคคลหรือแต่ละครอบครัว ซึ่งเข้าไปอยู่ในวงจรของหนี้นอกระบบ แต่เชื่อมโยงไปถึงปัญหาในเรื่องของความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาผู้มีอิทธิพล ปัญหาความรุนแรง ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาหนี้นอกระบบจึงเป็นปัญหาที่มีมิติไม่ใช่เฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ แต่รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคงและความยุติธรรมในบ้านเมืองด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า กระบวนการการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบครั้งใหญ่ของประเทศ จะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบสามารถมาลงทะเบียนได้ตลอดเดือนธันวาคมนี้ หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการที่จะเข้าสู่การแก้ไข การปรับโครงสร้าง การเจรจา เพื่อนำไปสู่การแปลงหนี้นอกระบบให้เป็นหนี้ที่อยู่ในระบบ โดยลูกหนี้อยู่ในฐานะที่จะสามารถชำระหนี้ได้ผ่านธนาคารของรัฐทั้ง 6 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย
ทั้งนี้ นอกจากกระบวนการที่กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติขั้นตอนไว้แล้ว หน่วยงานอื่นๆ จะมาร่วมกันแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างแท้จริง ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร โดยจะต้องมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้กระบวนการของการแปลงหนี้นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบให้ได้ เนื่องจากปัญหาหนี้นอกระบบไปเกี่ยวข้องกับเรื่องปัญหาของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ ด้วย เพราะฉะนั้น หน่วยงานเหล่านี้ได้เข้ามาแล้ว และพร้อมที่จะเป็นหน่วยงานที่เป็นกลไกที่จะทำให้ในที่สุดการแปลงหนี้เข้ามาสู่ระบบจะสามารถดำเนินการได้ และเมื่อเข้ามาสู่ในระบบแล้วกระทรวงการคลังจะดำเนินการต่อไปคือการดูแลที่จะให้ลูกหนี้สามารถที่จะได้รับการฟื้นฟู ฝึกฝนในเรื่องของอาชีพ มีงานมีรายได้ เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการชำระหนี้ต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า ที่สำคัญคือ การรณรงค์ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้ใครก็ตามต้องหลุดเข้ามาอยู่ในวงจรของหนี้นอกระบบต่อไปในอนาคต และขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้งานตรงนี้เดินหน้าต่อไปได้และประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เปิดรับลงทะเบียนโอนหนี้ วันที่ 1-30 ธันวาคมนี้ เวลา 08.30-16.30 น.เว้นวันหยุดราชการที่สาขา ธ.ก.ส.และธนาคารออมสินทั่วประเทศ และศูนย์ลงทะเบียนอีก 12 แห่งในกรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1115 หรือ 02-555-0555
ความคิดเห็น
การที่รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเต็มที่ก็ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหามีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพจิตใจที่ดีขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการปล่อยสินเชื่อให้ดีขึ้น ลดปัญหาความรุนแรงต่างๆที่มีผลมาจากหนี้นอกระบบด้วย
ข้อดีของโครงการนี้
- โครงการนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น
- เน้นให้ประชาชนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ข้อเสียของโครงการนี้
- งบประมาณของโครงการอาจจะมีการทุจริตได้
- คนที่มีหนี้นอกระบบที่ไม่มีคุณสมบัติตามโครงการก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ รัฐบาลจึงควรคำนึงถึงจุดนี้ด้วย
นงสาวเพียงฤดี นงรัตน์ รหัส 51127312036 โทร. 087-545-9807