กอกหวาน

คนบ้านกอกหวาน

    บ้านกอกหวาน ตั้งอยู่ที่ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เดิมขึ้นต่อตำบลสมอ อำเภอขุขันธ์ และต่อมาก็แยกการปกครองมาขึ้นต่ออำเภอปรางค์กู่  ประชาชนประกอบอาชีพทำนา พูดภาษาถิ่น เขมร สำเนียงเขมรกอกหวาน  ปัจจุบันแยกการปกครองเป็น ๓ หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๒ และหมู่ที่ ๑๔  มีวัดกอกหวานเป็นหลักยึดทางใจ มีโรงเรียนบ้านกอกหวานเป็นแหล่งบ่มเพาะทางปัญญา  มีวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบสานนานนม คือประเพณีแซนโดนตา ในวันแรม๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีที่สร้างและบ่มเพาะให้ลูกหลานบ้านนี้ แสดงถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ปู่ย่าตายายและบรรพบุรุษ
            บ้านกอกหวาน มีมาตั้งแต่เมื่อไร ยังไม่ชัดเจนนักเพราะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร  แต่จากการสืบสาว สืบค้นจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งกระทำโดยนายดาว ไชยชาญ นายสมบัติ กอกหวาน และนายวัชรินทร์ กอกหวาน ทราบว่า น่าจะมีอายุกว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว ซึ่งมีหลักฐานทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เช่น ภูมิเก่า แหล่งน้ำเก่า ถนนเก่า และสิมเก่า(โบสถ์ที่สร้างขึ้นในกลางหนองน้ำใหญ่ของหมู่บ้าน)
            คนบ้านกอกหวาน มีตระกูล หรือมีต้นสกุลหลายสกุล ได้แก่ นามสกุล แสงเพ็ง ต้นตระกูล คือ ตาเจ็น แสงเพ็ง  นามสกุล กอกหวาน ต้นตระกูล คือ ตารัตนะ กอกหวาน  รองลงมาก็จะมีนามสกุล ไชยชาญ ไชยสาร  ยามไสย์(ยามใสย์)  เจรจา ไชยศีรษะ (มาจากบ้านศีรษะกระบือ) ตะเคียนซก และสุขสุวรรณ
            คำขวัญบ้านกอกหวาน  "เขมรบ้านกอกหวาน การศึกษาดี มีผ้าไหมสวย แกงกล้วยรสอร่อย"  เป็นคำขวัญที่ยังไม่ผ่านมติประชาคมหมู่บ้าน แต่ก็คิดว่าน่าจะแสดงตัวตนและอัตลักษณ์ของคนบ้านกอกหวานได้เป็นส่วนใหญ่  เพราะสอดคล้องกับคำกล่าวของคนอำเภอปรางค์กู่ ที่ว่า  "คนเสียงดังฟังชัดบ้านโป่งหนองระนาม  คนงามบ้านนาวา นาดี ส่วนคนหัวดี บ้านกอกหวาน"
            คนบ้านกอกหวาน สันนิษฐานว่า น่าจะรวบรวมคนจากหลายที่หลายเมืองมาอยู่ด้วยกัน เป็นต้นว่า จากบ้านลุมพุก(บ้านกันทรารมย์) บ้านตายอ บ้านตาเอย บ้านศีรษะกระบือ บ้านสะอาก บ้านตาโกน เมืองจันทน์ เป็นต้น
            คนบ้านกอกวาน เมื่ออยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อนได้แล้ว  เริ่มมีการปกครอง  เริ่มมีการจัดการเรียนรู้  โดยเริ่มต้นกันที่วัด  และต่อมาภายหลังก็มีโรงเรียน เรียกว่าโรงเรียนประชาบาล มีลูกหลานชาวบ้านจากบ้านกอกหวาน  บ้านศีรษะกระบือ  บ้านตะเคียน  บ้านหนองโดน บ้านหนามแท่ง บ้านโพธิ์ศรี  บ้านดง เป็นต้น

คนกอกหวานกับการศึกษา      

 ครูบุญ บุญยะโพธิ์(บุญโฮม)    เป็นครูดี ครูใหญ่คนแรก ครูเป็นคนจังหวัดยโสธร และมามีครอบครัว

ที่บ้านกอกหวาน โดยแต่งงานกับยายเนียม บุตรสาวคนสวยของตาตัน
                     ครูคือเทียนทองส่องสว่าง
                 ท่ามกลางความมืดมัวหม่น
                 ครูคือปูชนียบุคคล
                 ปวงชนเคารพบูชา

          พระธรรมพุทธิวงศ์ ประธานพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เล่าว่า คนกอกหวานกับการศึกษามีมาแต่เริ่มตั้งบ้านสร้างชุมชนแล้ว แต่เป้นการศึกษาและเรียนรู้จากครอบครัว วัด ชุมชน รวมทั้งวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติที่มีภูมิปัญญา ปราชญ์บ้านสืบทอดกันมาโดยไม่ขาดสาย
           ต่อมาเมื่อรัฐบาลได้เปิดโรงเรียนบ้านกอกหวาน เมื่อ พ.ศ ๒๕๘๐ เรียกว่า โรงเรียนประชาบาล...................................การศึกษาบ้านเราจึงเริ่มเป็นระบบเปิดโอกาสให้บุตรหลานทั้งหญิงชายได้เข้าศึกษาที่โรงเรียน แรกๆก็บังคับให้ทั้งผู้อายุตั้งแต่ ๗ ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน ๑๕ ปีได้เข้าเรียนด้วย   แม่ยุน กอกหวาน เล่าให้ฟังว่า ในชั้นเรียนที่แม่เรียนมีทั้งเด็กๆและสาวๆหนุ่ม ๆเรียนร่วมสนุกสนานมาก ทั้งบ้านใกล้บ้านไกล ทั้งจบชั้นสูงสุดพร้อมกัน ทั้งไม่จบและจบทีหลัง ชุดนักเรียนหญิงเป็นผ้าซิ่น เสื้อคอกระเช้า นักเรียนชายเป็นกาเกงขาสั้นหรือไม่ก็เป้นโสร่ง  เรียนกันที่วัดกอกหวาน ครูใหญ่คนแรกคือ นายบุญ(บุญโฮม) บุญยะโพธิ์
          การศึกษาพาคนให้พ้นวิบัติ เป็นพุทธพจน์ การศึกษาเริ่มมีความตื่นตัวมากขึ้น ประกอบกับมีญาติๆ มีพี่น้องที่เป็นแบบอย่างจากบ้านตายอ บ้านโคกโพน  เช่น นายฮวน  อินทนู ที่ได้ไปบวชเรียนและศึกษายังต่างถิ่น คือวัดดอน  ยานนาวา  กรุงเทพมหานคร   ศิษย์รุ่นแรกของโรงเรียนหลังจากเรียนจบชั้นสูงสุงแล้ว  จึงมีคนกล้าคนเก่งอย่างน้อย  ๓ คน อยากพัฒนาและแหวกม่านชุมชนชนบทหาประสบการณ์ คือ พระภิกษุจุล ไชยสาร ไปพำนักที่วัดสิงขร  กรุงเทพมหานคร   นายลื่น  ไชยศรีสังข์  นายชื่น  สุขสุวรรณ  ไปเรียนที่เมืองขุขันธ์   จบแล้วนายชื่ืน สุขสุวรรณ  ออกมาเป็นครู มีครอบครัวอยู่่บ้านกอกหวาน  นายลื่น ไชยศรีสังข์ ไปทำงานที่โรงงานยาสูบ มีครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  ส่วนนายบุญนาค  กอกหวาน  ไม่ได้เข้าโรงเรียน แต่ไปบวชเรียพำนักที่วัดบ้านรำพุก และต่อไปวัดบูรพาราม เมืองสุรินทร์ และได้ส่งต่อไปที่วัดนรนารถ กรุงเทพมหานคร   พระภิกษุจุล ไชยสาร และพระภิกษุบุญนาค ลาสิกขากลับบ้านแต่งงานมีครอบครัวที่บ้านกอกหวาน  การศึกษาในช่วงนี้ยังไม่เป้นระบบเป็นไปตามความต้องการของส่วนบุคคลซึ่งน้อยมาก

                      เป็นคนกล้าคนเก่งต้นทาง               
          เริ่มบุกถางเปิดวิถีชี้ให้เห็น                
          เปิดทัศนะศึกษาเปิดประเด็น                
          ผู้ชี้เป็นเปิดประตูสู่สากล  
หมายเหตุ  ๑. พระภิกษุจุล ไชยสาร เป็นน้องชายของตาอาน  ไชยสาร เป็นลูกชายของตามาก ไชยสาร โดยตามาก ไชยสาร เป็นน้องชายยายอุมมา(บุญมา) แสงเพ็ง และตาจันทร์  ไชยสาร               
                ๒.นายชื่น สุขสุวรรณ ( ๔ ตุลาคม ๒๔๖๙) เป็นบุตรชายของตาชัด กับยายจีน  สุขสุวรรณ               
                ๓.นายลื่น ไชยศรีสังข์ เป็นบุตรชายของตาไตร กับ บายโปว ไชยศรีษะ               
                ๔.นายบุญนาค  กอกหวาน  เป็นบุตรชายคนเดียวของยายโนว กับตาเลา  กอกหวาน               
                ๕.นายฮวน  อินทนู เป็นคนบ้านตายอ น้องชายของตาเฮือง อินทนู แต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพมหานคร

 

            ศิษย์ของครู มีมากมาย ย้ายแยกกันสร้า้งบ้าน แปลงสังคม เป็นไปตามอัตภาพ และทรัพยากร  โดยส่วนมากก็ประกอบอาชีพทำนาตามบรรพบุรุษ    แต่ก็มีศิษย์ของท่านไม่น้อย ที่พัฒนาตนเองโดยการขวนขวายและศึกษาเพิ่มเติมให้สูงขึ้นจนได้รับราชการ
            และศิษย์ของท่านที่รับราชการคนแรกของบ้านกอกหวาน  คือ  ครูชื่น สุขสุวรรณ  ซึ่งเป็นบุตรตาฉัตร  ยายจีน  สุขสุวรรณ   นอกจากนั้นยังมีศิษย์ร่วมรุ่นครูชื่น สุขสุววรณ  อีกคนหนึ่งไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และทำงานมีครอบครัวอยู่ที่นั่น คือ นายลื่น ไชยศรีสังข์ (ไชยศีรษะ) เป็นบุตรตาไตร  ยายโปว  ไชยศรีสังข์    เจ้าคุณสวัสดิ์ (พระราชพุทธิวิเทศ นามสกุล แสงเพ็ง) ผู้พิพากษา สุพิน ไชยชาญ  นายสุพจน์ ไชยชาญ(ช่าง) พ.ต.ท. สวิน แสงเพ็ง ครูเทพ ไชยชาญ ครูดาว ไชยชาญ ครูพิชัย ไชยชาญ เป็นรุ่นบุกเบิก(รุ่น ๑) ส่วนครูบุญจินต์ รัตนะแก้ว เรียนที่อำเภอขุขันธ์ ทั้งหมดล้วนเป็นลูกศิษย์ ครูบุญ บุญยะโพธิ์ จะสังเกตว่ามีเฉพาะผู้ชาย ผู้หญิงไม่มี เพราะปัญหาก็คือไม่มีที่พักจึงต้องไปอาศัยวัด คือวัดสระเกศวรมหาวิหาร และวัดพระศรีมหาธาตุ   นอกจากนั้นยังมี ตำรวจเลื่อน บุญยะโพธิ์ ซึ่งเป็นลูกครูบุญ ก็เรียนด้วย  หลังจากรุ่นนี้เรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว มีที่พักนอกจากวัด เช่นบ้านเช่าแล้ว จึงมีรุ่นที่ ๒ ตามมา แต่ก็ทิ้งช่วงนานเหมือนกัน
     รุ่นที่ ๒ ที่ตามมาซึ่งถือว่าเป็นรุ่นลูกก็ได้ มีจำนวนพอๆกับรุ่นแรก ประกอบด้วยครูคำนา เจรจา ปัจจุบันเป็นครูสอนที่โรงเรียนดอนเมือง ครูไพบูลย์ รัตนะแก้ว ปัจจุบันสอนที่โรงเรียนบดินทร์เดชา  พันเอกจำเนียร กอกหวาน และนายสมบัติ กอกหวาน ศึกษานิเทศก์  นายธีรชัย สุขสุวรรณ สัตวบาล นายตุ๊ บุญยะโพธิ์ ที่บวชเรียน เช่น ครูถวิล กอกหวาน  นายเติน(กิตติพล) ไชยศีรษะ (อบต.บ้านกอกหวาน)   รุ่นนี้ก็ยังเรียนไม่มากนัก ทั้งหมดเป็นลูกศิษย์ ครูบุญ บุญยะโพธิ์ ครูทอง ชุมพลรักษ์  ครูสมหมาย วติวุฒิพงศ์ และครูวัฒนา วันแก้ว
     รุ่นที่ ๓ รุ่นนี้มีไม่มาก ประกอบด้วย ครูคำนึง เวชกามา(เจรจา) ครูสมเกียรติ ไชยชาญ(เรียนประถมปลายที่โรงเรียนบ้านสมอ รุ่นแรก  ผอ.วัชรินทร์ กอกหวาน (เรียนประถมปลายที่โรง้รียนบ้านพิมาย แล้วไปต่อที่โรงเรียนศรสะเกษวิทยาลัย จังหวัดศรีสะเกษ )
      รุ่นที่ ๔  ประกอบด้วย ครูไพโรจน์  สุขสุวรรณ  ครูมานิตย์ กอกหวาน (เรียนประถมปลายที่โรงเรียนบ้านสมอ)
      รุ่นที่ ๕  ประกอบด้วย รองฯ ราชันย์ ไชยชาญ ผอ.สุภาพ ยามไสย์ ครูสุวิทย์ แสงเพ็ง นายนิยม ยามไสย์ นายเหลือง ไชยสาร  ครูสารินี พรมดี  คุณชาลี เตียวพิธพร(สกุลเดิมกอกหวาน  ปัจจุบันเป็นพยาบาลโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า) ครูจันทร แสงเพ็ง
      การศึกษาของคนบ้านกอกหวาน จึงได้จุดประกายโดยการเริ่มต้นจากรุ่นพ่อ ต่อรุ่นลูก และสืบสานมาถึงรุ่นหลานอย่างยาวนานและเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ โดยในปัจจุบันคนบ้านกอกหวานที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาขึ้นไปจะออกไปทำงานเกือบทั้งหมด 
      คนบ้านกอกหวานภาคภูมิใจมากที่ได้เกิดมาในพื้นภูมินี้ มีครูดี ครูเก่งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ มีบรรบุรุษที่เป็นแบบอย่าง มีวัฒนธรรมประเพณีที่ผูกมัดให้เรารักกัน สามัคคีกัน และร่วมสร้างสังคมให้อยู่ดีสืบไป
                    ถิ่นเรานี้ มีนาม บ้านกอกหวาน
               มีมานาน หลายอายุ หลายสมัย
               มีปู่ย่า ตายาย รักษาไว้
               เราภูมิใจ รักบ้าน กอกหวานเรา

      คนบ้านกอกหวาน  ได้รับการขนานนามตามความสามารถและความเก่งว่า "หัวดีมีการศึกษาดี" ได้รับราชการในหลายหน่วยงาน
     ท่านเจ้าคุณพระราชพุทธิวิเทศ (สวัสดิ์  แสงเพ็ง) จบด๊อกเตอร์คนแรกของบ้านกอกหวาน ของอำเภอปรางค์กู่ ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประจำประเทศเนเธอร์แลนด์ อายุ ๗๒ ปี เป็นลูกชาวนาแท้ๆ เป็นหลวงลุงของอดีตผู้ใหญ่บ้านที่ชื่อว่า รัดดี ไชยศรีษะ (กอกหวาน) อยู่บ้านกอกหวานเหนือ ท่านเป็นลูกหลานบรรพชนคนชื่อว่า "พ่อเจ็น ต้นตระกูล แสงเพ็ง เป็นปราชญ์ของหมู่บ้าน เป็นคูค้ำ เป็นฝ่ายบุ๋นคู่คิดของ "หลวงรัตนะ ต้นตระกูล "กอกหวาน" ฝ่ายบู๊ ซึ่งทั้งสองท่านเป็น คู่เขยกัน
      ท่านผู้พิพากษา สุพิน ไชยชาญ (น่าจะเพี้ยนมาจาก ไชยสาร)  ตำแหน่งสุดท้ายเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพ เป็นลูกชาวนาบ้านกอกหวานเหนือ เป็นน้าคุณครูคำนึง เวชกามา (เจรจา) เริ่มต้นจากบวชเรียน เป็นครู ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว
      นายลื่น ไชยศรีสังข์  เป็นพี่ชายคนโตของแม่ชม พงษ์สุระ เป็นลุงคุณประจวบ พงษ์สุระ  เป็นเพื่อน คุณครูชื่น สุขสุวรรณ ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว
      คุณครูชื่น สุขสุวรรณ อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านกอกหวาน เป็นคนบ้านกอกหวานคนแรกที่เป็นครู เป็นบุตรพ่อชัด - แม่จีน สุขสุวรรณ เป็นครูใหญ่ที่ทางอำเภอปรางค์กู่ ยอมรับเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ เช่นเดียวกับ คุณครูสว่าง ศรีแก้ว  คุณครูพรมมา พรมลา เพราะได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูใหญ่/อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านพิมาย โรงเรียนประจำอำเภอปรางค์กู่ เหมือนกัน ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว
      นายบุญนาค  กอกหวาน เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนันตำบลโพธิ์ศรีที่ได้รับการชื่นชมว่ามีความเก่ง เป็นนักบวชนักเทศน์ทีสามารถ เมื่อเป็นผู้นำสามารถประสานคน ประสานงานสุดยอด ได้รับรางวัลกำนันแนบทอง บริหารบ้านกอกหวาน และตำบลโพธิ์ ได้รุ่งเรืองที่สุด ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว  คงไว้แต่ความดีงาม ร่องรอย และทายาท ตระกูล "กอกหวาน"ที่จะสืบสานต่อไป
         เป็นลูกหลานของบรรพชน ที่ชื่อว่า " หลวงรัตนะ" ผู้ปกครองหมู่บ้านตั้งแต่ต้น ซึ่งสืบทอดอำนาจการปกครอง จากหลวงรัตนะ  กำนันครุฑ  กอกหวาน  ผู้ใหญ่รมย์ สุขสุวรรณ ผู้ใหญ่ชัด สุขสุวรรณ  ผู้ใหญ่เลียน จันทอง เว้นวรรค "ผู้ใหญ่แก่น ไชยชาญ" จึงสานต่อเป็นผู้ใหญ่ กำนันบุญนาค กอกหวาน จนเกษียณอายุราชการ

    นายสุพจน์  ไชยชาญ     เป็นน้องชายท่านผู้พิพากษาสุพิน    เมื่อรียนจบชั้น ป.๔ ก็เข้ากรุงเทพฯไปเรียนหนังสือกับพี่ชาย อาศัยอยู่วัด    มีความรู้ความสามารถในทางช่าง จึงได้รับราชการเป็นนายช่างในกรมกองทหารอากาศ มีครอบครับมั่นคง ลูกหลานได้รับการศึกษา และมีบ้านเรือนอยู่ที่ถนนงามวงษ์วาน 

    พ.ต.ท.สวิน แสงเพ็ง  อดีตสารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอปรางค์กู่...และหลายๆ อำเภอ เป็นน้องชายท่านเจ้าคุณพระราชพุทธิวิเทศ เกิดที่บ้านกอกหวาน เลขที่ ๘๓ ตำบลสมอ อำเภอขุขันธ์ ปัจจุบันคือบ้านกอกหวานเหนือ เป็นน้องชายคนเล็กของแม่ยุน กอกหวาน ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ มีบ้านเป็นหลักฐานมั่นคงอยู่ที่เมืองศรีสะเกษ เป็นตำรวจคนแรกของบ้านกอกหวาน

    นายเทพ ไชยชาญ  จบปริญญาตรีในระบบจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรคนแรกของบ้านกอกหวาน เป็นบุตรคนโตของพ่อผู้ใหญ่แก่น - แม่จิม ไชยชาญ เป็นครู เป็นผู้ประสานงานกับต่างประเทศ (กัมพูชา) เจรจาฉะฉาน โวหารดี ปัจจุบันไปบวช อายุประมาณ ๗๐ ปีขึ้น
      นอกจากนั้นพี่น้องในตระกูลนี้รับราชการอีก ๓ คน คือ นายดาว ไชยชาญ อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านกอกหวาน (ถึงแก่กรรมแล้ว) เป็นผู้มีจิตใจดี มีอารมณ์ขัน ช่วยงานบ้าน งานสังคมชุมชน  เป็นครูที่ใจดี นายพิชัย ไชยชาญ (โทน)เป็นครูรับเงินบำนาญ สอนครั้งสุดท้ายที่โรงเรียนบ้านบัลลังก์ มีลูกศิษย์ ประสบความสำเร็จมากที่สุด
     
นายสมเกียรติ ไชยชาญ  เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลนี้ เรียนหนังสือเก่งเป็นที่ ๑ ของชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนบ้านสมอ ปัจจุบันรับราชการเป็นครู อยู่ที่กรุงเทพฯ 
       นายบุญจินต์  รัตนะแก้ว เป็นลูกชาวนาอยู่บ้านกอกหวานใต้ เริ่มจากบวชเรียนที่วัดกลางขุขันธ์ เรียนดี ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว  มีบ้านอยู่ที่บ้านตะเคียนบังอีง ตำบลศรีสะอาด อำเภอขุขันธ์ ทิศใต้บ้านกอกหวาน

       ครูไพบูลย์  รัตนะแก้ว(จีน) เป็นน้องชายครุบุญจินต์ รัตนะแก้ว จบชั้นป.๔ จากโรงเรียนบ้านกอกหวาน ลูกศิษย์คุณครูบุญ บุญยะโพธิ์ คุณครูทอง พลรักษ์ คุณครูวัฒนา วันแก้ว และคุณครูสมหมายวติวุฒิพงศ์ เป็นศิษย์วัดกลางขุขันธ์ (โรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง ปัจจุบัน)  เป็นคนแรกของบ้านกอกหวานที่ได้รับทุนไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุน AFS) ปัจจุบันเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนบดินทร์เดชา กรุงเทพฯ 
       คุณคำนา เจรจา   เป็นบุตรสาวคนโตของพ่อบุญศรี -คุณแม่สุพันธ์ เจรจา  เรียนจบป.๔ ที่โรงเรียนบ้านกอกหวาน รุ่นเดียวกับ คุณไพบูลย์ รัตนะแก้ว  เรียนประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษา อนุปริญญา ปริญญาที่กรุงเทพฯ ไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่ (ท่านผู้พิพากษา สุพิน ไชยชาญ) เรียนหนังสือเก่ง ตำแหน่งสุดท้ายเป็นครูโรงเรียนดอนเมือง ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว มีหลักฐานบ้านเรือนอยู่ที่กรุงเทพฯ    เป็นผู้หญิงคนแรกของบ้านกอกหวานที่ได้ออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ เรียนสูงจนเป็นครู ไม่ได้อยู่หอหรือบ้านเช่า แต่อยู่บ้านญาติ
        พ.อ.(พิเศษ)จำเนียร กอกหวาน  เป็นบุตรขายคนโต ของพ่อกำนันบุญนาค -คุณแม่เผีย กอกหวาน  บ้านกอกหวานกลาง ปัจจุบันปฏิบัติงานประจำหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๓ สำนักงานพัฒนาภาค ๕(อีสานใต้) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย   เป็นทหารคนแรกของบ้านกอกหวาน  ตอนเรียนชั้นป.๕-๗ ที่โรงเรียนบ้านพิมาย ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับทุนการศึกษาปีละ ๖๐๐ บาท เป็นอารามบอยวัดบ้านพิมาย รุ่นเดียวกับ นายสมบัติ กอกหวาน เป็นลูกศฺษย์ก้นกุฏิของหลวงพระครูวิกรมธรรมโสภินทร์ เจ้าคณะอำเภอปรางค์กู่ จบป.๗ แล้วไปเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย(น่าจะเป็นคนแรกของบ้านกอกหวาน) มัธยมตอนปลาย และมหาวิทบาลัย ที่กรุงเทพฯ เป็นอารามบอยวัดหิรัญรูจี ธนบุรี และวัดสระเกศ กรุงเทพฯ เป็นทหารช่าง และสุดท้ายเติบใหญ่ได้เป็นพันเอก ประจำหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๓ (นพค.๕๓) อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ  ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกอกหวานใต้ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ " เป็นคนหนึ่งที่รักบ้านเกิด ..และจะร่วมกันสืบสานงานวัฒนธรรมของหมู่บ้านตามบรรพชนให้ยืนยงและสืบไป"

         นายสมบัติ กอกหวาน  เป็นบุตรชายคนโตของพ่อสาด-แม่ยุน กอกหวาน บ้านกอกหวานเหนือ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านกอกหวาน (ครูบุญ บุญยะโพธิ์ ครูทอง พลรักษ์ ครูสมหมาย วติวุฒิพงษ์ และครูวัฒนา วันแก้ว) โรงเรียนบ้านพิมาย ครูสุวรรณ พรหมลา ครูถิ่น แสงจันทร์ และครูสมัย วงศ์สาลี  ร่วมรุ่นกับ พ.อ.จำเนียร กอกหวาน จบป.๗แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนแม้นศรีพิทยาลัย  วิทยาลัยครูสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน เป็นศฺษย์วัดสระเกศ อาศัยอยู่กับ หลวงลุง(เจ้าคุณพระราชพุทธินิเทศ) ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด " ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้า(ผู้อำนวยการ)กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓"
         นายสมบัติ และพันเอก(พิเศษ)จำเนียร  เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่จุดประกาย บอกทางเลือก และกล้ารับการศึกษา กล้าเดินเท้าเปล่าไปเรียนที่ไกลที่สุด(จากบ้านกอกหวาน -ไปบ้านพิมาย)บอกคนบ้านกอกหวานให้สนใจการศึกษาอย่างจริงจัง เป็นคนหนึ่งที่รักบ้านเกิด โรงเรียนเก่า ..โดยจะร่วมกันสืบสานงานวัฒนธรรมของหมู่บ้านตามบรรพชนให้ยืนยงและสานสืบไป"
        เมื่อปี ๒๕๔๐ ได้ร่วมกับคณะที่ประกอบ ด้วย นายวัชรินทร์ กอกหวาน นายเรขา เวชกามา นายสุภาพ ยามไสย์ นายไพจิตร สุขสุวรรณ นายจันทร แสงเพ็ง ผู้ใหญ่โย รัตโน  ผู้ใหญ่สะเดือด อินทนู ผู้ใหญ่รัตดี ไชยศีรษะ คณะอบตฺ ของหมู่บ้าน "จัดตั้งชมรมคนรักบ้านกอกหวาน"ขึ้น และสืบสานมาจนทุกวันนี้
       

     ครูถวิล กอกหวาน  และนายเติน (กิตติพล) ไชยศีรษะ  เรียนหนังสือผ่านการบวชเรียน ครูถวิล กอกหวานไปพำนักวัดในจังหวัดนนทบุรี  ส่วนคุณเติน พำนักเรียนที่วัดไทยเทพนิมิต อำเภอขุขันธ์ ศรีสะเกษ สุดท้ายสอบเทียบครู พ.กศ. ได้ ทั้งสองคนลาสิกขาบท และเข้าสอบบรรจุครู ครูถวิลเป็นครู ปัจจุบันออกจากราชาการแล้ว  ส่วน คุณเติน กลับบ้านแต่งงาน ได้เป็น อบต.อยู่ที่ อบต.โพธิ์ศรี

                     ใครเป็นคนบ้านกอกหวานช่วยบอกมา
               ต้องใจกล้ารักถิ่นฐานรักบ้านเกิด
               ต้องช่วยกันสรรค์สร้างหาให้เป็นเลิศ
               สมกับที่เกิดเป็นลูกหลานบ้านของเรา
                     ช่วยกันเติมช่วยกันเสริมให้น่าอยู่
               ช่วยกันชูช่วยกันเชิดให้เพริศพราว
               สิ่งใดมัวให้ปัดออกอย่าให้เฉา
               แล้วบ้านเราจะเจริญเดินหน้าไป...

              รุ่นถัดมายังมีอีก ๒ คนถือเป็นเพื่อนสนิทไปเรียนด้วยกัน คือคุณมังกร สุขสุวรรณ เปลี่ยนชื่อเป็นธีรชัย เป็นลูกชายคนโตของคุณครูชื่น สุขสุวรรณ ไปเรียนเกี่ยวกับเกษตรจบมาได้ทำงานเกี่ยวกับสัตวบาลและการเกษตรเป็นหมอตอนหมูตอนควายรายได้ดีทำงานอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษจนเกษียณอายุราชการ(เกษียณก่อนกำหนด) ปัจจุบันพักผ่อนที่บ้านในเขตเทศบาล  อำเภอกันทรลักษ์  อีกคนหนึ่งคือคุณอุทาน  บุญยะโพธิ์ หรือคุณตุ๊  เป็นลูกชายคนที่ ๕ ของคุณครูบุญ บุญยะโพธิ์  แต่งงานมีครอบครัวมีความสุขเพราะลูกๆมีอาชีพการงานที่มั่นคง
              ในรุ่นคาบเกี่ยวกันนี้ ยังมี คุณวัชรินทร์  กอกหวาน  (จำนาญ) เป็นลูกชายคนที่สองของพ่อบุญนาค กอกหวาน  เมื่อจบชั้น ป.๔ ก็เข้าไปเรียนต่อ ป.๕ ที่โรงเรียนบ้านพิมาย อำเภอปรางค์กู่ อาศัยเป็นอารามบอยวัดบ้านพิมาย   จนจบ ป.๗ แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย และทราบว่าจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ พร้อมกับคุณมังกร สุขสุวรรณ ต่อจากนั้นก็ไปเรียนครูที่วิทยาลัยครูอุบลราชฃธานี   ระดับการศึกษาสูงสุด ปริญญา โท  เคยดำรงตำแหน่งบริหารระดับอำเภอ ตำแหน่งผูั้้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ (คนแรกของบ้านกอกหวาน)  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปรางค์กู่(โรงเรียนบ้านพิมาย) อำเภอปรางค์กู่  เป็นคนหนึ่งในคณะก่อการตั้งชมรมคนรักบ้านกอกหวาน  และมีบทบาท เป็นกำลังสำคัญทางด้านวิชาการ  การบริหาร คนหนึ่งของบ้านกอกหวาน ของอำเภอปรางค์กู่  และของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ 

คุณสำรัด ไชยศรีษะ     เรียนชั้นประถมศึกษารุ่นเดียวกับคุณวัชรินทร์ กอกหวาน(จำนาน) เพราะเกิดปี พ.ศ. 2497 เช่นเดียวกัน   กำพร้าตั้งแต่เล็กๆ เลยได้อยู่ในความปกครองของลุงกับป้า คือ พ่อสวาย รัตนะแก้ว  และเรียนนรู้เติบใหญ่กับพี่ๆน้องๆคือ ครูบุญจินต์ รัตนะแก้ว  ครูไพบูลย์ รัตนะแก้ว  เรียนหนังสือเก่ง  แต่เนื่องจากกำพร้าดังกล่าวแล้วเมื่อจบชั้นป.4 จึงยังไม่ได้เรียนต่อป.5-7เหมือนดังเพื่อนร่วมรุ่น   มาเรียนต่อพร้อมกับรุ่นน้องๆที่เกิดพ.ศ.2498-2499 จนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และเรียนมัธยมต่อที่โรงเรียนขุขันธ์ราษฎร์บำรุง จบชั้น ม.ศ.3 จึงไปเรียนต่อที่วิทยาลัยครูจบมาสอบบรรจุเป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านศรีสะอาด

ปัจจุบันเป็นครูอยู่ที่ สพป.ศรีสะเกษเขต2อำเภอราษีไศล   เรียนจบดุษฎีบัณฑิต(ดร.)มีครอบครัวมั่นคง 

               ครูคำนึง เจรจา น้องสาวครูคำนา เจรจา เมื่อเรียนจบชั้นป.๔ ที่โรงเรียนบ้านกอกหวานแล้วก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พักอยู่กับญาติผู้ใหญ่และพี่สาว เรียนจบครู จึงมาสอบบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนบ้านกอกหวาน ปัจจุบันเป็นครูโรงเรียนบ้านหนองเพดาน แต่งงานกับ นายเรขา เวชกามา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเพดาน ปัจจุบันตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านกอกหวานเหนือ หมู่ ๑๔ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอปรางค์กู่
               ครูไพโรจน์  สุขสุวรรณ   เป็นลูกชาย คนที่สอง ของคุณครูชื่น  สุขสุวรรณ  เรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนบ้านสมอ รุ่นใกล้เคียงกับคุณวัชรินทร์ กอกหวาน   สุดท้ายไปเป็นครูที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นคนบ้านกอกหวานคนแรกที่ลาออกจากครูแล้วลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน(ส.ส.) แต่คะแนนไม่พอจึงไม่ได้เป็นผู้แทน...

               ต่อไปนี้เป็นรุ่นที่ลูกหลานบ้านกอกหวานทั้งหญิงชายตื่นตัวและกล้าข้ามทำนบความกลัวและค่านิยมที่ล้าหลัง    อธิบายความว่า  ที่ผ่านมาในอดีตคนบ้านกอกหวานไม่นิยมและไม่กล้าส่งลูกสาวไปเรียนหนังสือต่อนอกบ้าน ด้วยเหตุผลต่างๆว่า ๑. ไม่มีที่พัก ๒.ไม่รู้จะพักกับใคร ๓. ไม่มีญาติ   ๔.ไม่รู้จะเรียนไปเพื่ออะไร  ๕.ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียน ๖.ไม่มีเงินส่งเรียน ๗.ไม่มีโรงเรียนใกล้บ้าน และที่กลัวมากคือ กลัวเรียนไม่จบ กลัวลูกสาวมีท้องก่อนแต่ง อะไรทำนองนี้  แต่รุ่นนี้กล้าหาญชาญชัย ตื่นตัว ดังคำกล่าวว่า " หมูไม่กลัวน้ำร้อน" โดยเดินเรียนด้วยเท้าเปล่า ผ่านทุ่งนาบ้านกอกหวาน บ้านหนองโดน บ้านหนามแท่ง บ้านนาเวียง และบ้านสมอ ระยะทางไป-กลับกว่า ๘ กิโลเมตรต่อวันไปที่โรงเรียนบ้านสมอ  ใช้เวลาเรียน ๓ ปี ๆ ละ ประมาณ ๒๐๐ วัน   ๓ ปี ๖๐๐วันๆ ละ ๘ กิโลเมตร กว่าจะจบก็ต้องเดินทางเป็นระยะทาง ๔,๘๐๐ กิโลเมตร  ถ้าไม่สู้ก็ไม่เห็นเส้นชัย แต่แปลกและเยี่ยมยอดมากรุ่นนี้ถึงหลักชัยอย่างสง่างามเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ ประกอบด้วยชาย ๗ คน หญิง ๓ คน ได้แก่ ๑.คุณราชันย์ ไชยชาญ(มณี ไชยชาญ) ๒.คุณสำรัด ไชยศรีษะ  ๓.คุณจันทร แสงเพ็ง ๔.คุณนิยม ยามใสย ๕. คุณเหลือง ไชยสาร  ๖. คุณสุภาพ ยามใสย ๗. คุณกังวาล แซ่เอ็ง ๘. คุณขาว  แสงเพ็ง  ๙. คุณสมพร กอกหวาน และ ๑๐. คุณชาลี กอกหวาน

         ครูราชันย์ ไชยชาญ สมัยเรียนชั้นประถมศึกษามีชื่อว่า มณี และมีชื่อเล่นว่า "เป็ด" เป็นคนเรียบร้อย เรียนหนังสือเก่ง เป็นลูกชายคนเดียวของพ่อซก ครูเพลงมโหรี ต้นฉบับครูระนาดเอก ระนาดทุ้มกับ แม่เชียร ไชยชาญ แห่งบ้านกอกหวานใต้ในปัจจุบัน  เป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านกอกหวาน  เคยเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านสวายสนิท บ้านหนองคูอาวอย และบ้านดอนหลี่ สอบได้และเคยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เจริญก้าวหน้าจนเป็นหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ  (หัวหน้าครูทั้งอำเภอ) ที่จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าครูระดับเขตพื้นที่ มีชื่อตำแหน่งว่า "รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ บริหารงานและดูแลงานการศึกษาของ ๔ อำเภอ   ตำแหน่งหัวหน้าการฯ และตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขต ถือว่าเป็นคนบ้านกอกหวานคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้
         เป็นผู้นำ ร่วมคิด ร่วมรังสรรค์ นำประเพณีการลอยกระทง ประกวดเทพีนางนพมาศเข้าสู่หมู่บ้าน ประกวดเทพีนางสงกรานต์และจัดกิจกรรมแห่งนางสงกรานต์ สืบสานและพัฒนาประเพณีคนบ้านกอกหวานให้เป็นที่รู้จักและดำรงต่อจนถึงปัจจุบัน

         ครูสุภาพ ยามใสย์ ชื่อเดิมบัวหลัน หรือหลัน เป็นลูกชายคนโตของพ่อปรึก แม่มะลิ ยามใสย์ เป็นคนโชคดีมีผู้อุ้มชูอุปถัมภ์มาอย่างต่อเนื่อง  นับตั้งแต่อาสาว   นายอำเภอขุขันธ์ เรียนจบครู ป.กศ.ต้นที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี บรรจุเป็นครูที่โรงเรียนบ้านคล้อโคกกว้าง และได้รับแต่งตั้งเป็นครูใหญ่ต่อมา โชคดีได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒมหาสารคาม ย้ายไปเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนบ้านกุดปราสาท  ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนบ้านกอกหวานและเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการต่อมา  และสุดท้ายย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไฮ ตำบลพิมาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง "ชมรมคนรักบ้านกอกหวาน"

        ครูจันทร  แสงเพ็ง  เป็นลูกชายแม่จุม กำพร้าพ่อตั้งแต่เล็ก เป็นคนอดทน เริ่มต้นชีวิตที่มีค่าจากครูช่วยสอนโรงเรียนบ้านกอกหวานและพัฒนาจนเป็นครูแท้ ไม่เคยย้ายไปที่ใด  ปัจจุบันเป็นครู ตำแหน่งครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ แต่งงานกับคุณพรเพ็ญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  มีครอบครัวที่มั่นคง ตั้งบ้านอยู่ที่บ้านกอกหวานใต้ หมู่ ๑๒

        ครูสำรัด ไชยศรีษะ  น่าจะอายุมากกว่าเพื่อนๆในรุ่นนี้  กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เล็กๆ จึงไปอาศัยและได้รับการสนับให้เรียนหนังสือจากลุงกับป้าและพี่ชายคือครูบุญจินต์ รัตนแก้ว(ลูกชายของลุง) เรียนหนังสือเก่ง น่าจะเรียนดีที่สุดของรุ่นนี้ เมื่อเรียนจบครูที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้สอบบรจุเป็นครูในสังอำเภอขุขันธ์ ต่อมาย้ายติดตามคู่สมรสไปเป็นครูที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  มีครอบครัวมั่นคง  ทราบข่าวว่าเรียนปริญญาเอกด้วย ส่วนจะจบหรือยังกำลังหาข้อมูล  เป็นคนรักบ้านเกิดโรงเรียนเก่า  ไม่เคยลืมบ้านลืมญาติ ได้ชื่อว่า เป็นบุคคลกตัญญููกตเวทิตา

                    กอกหวานณวันนี้        มีหลายดีที่มองเห็น
               ดีหนึ่งตรงประเด็น            นายก(อบต.)เป็นคนบ้านเรา
                    ดีสองมองดูซี                  โรงเรียนดีไม่อับเฉา
               ดีสามขอบอกเล่า             ลูกหลานเราเป็นผู้แทน(ส.ส.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ)

คุณขาว  แสงเพ็ง

คุณสมพร  กอกหวาน

คุณชาลี กอกหวาน(เตียวพิพิธพร)


                                      
                            





(ยังมีต่อนะครับ)