ผมต้องวางแผนในการสืบพยานโดยการนำครูใหญ่มาสืบก่อน เพื่ออธิบายว่าตำรวจสอบสวนด้วยความยุติธรรม ครูอยู่ร่วมในการสอบสวนทุกขั้นตอน ดังนั้นคำให้การของเด็กที่เล่าให้ฟังเรื่องการถูกกระทำอนาจารจึงน่ารับฟัง จากนั้นจึงนำเด็กมาเบิกความโดยใช้กล้องวงจรปิดแยกห้องที่เด็กเบิกความกับตัวจำเลยคนละห้อง ให้ห้องเด็กมีนักจิตวิทยาเป็นคนถามคำถามจากคำถามของอัยการหรือศาลและทนายถ่ายทอดคำถามไปสู่เด็ก แต่ทนายจำเลยพยายามโยกโย้ขอเลื่อนคดี ขอประกันตัวจำเลย ผมค้านหัวชนฝาไม่ให้ประกันเพราะคดีนี้เป็นคดีร้ายแรงและจำเลยเป็นชาวต่างประเทศหากหลบหนีแล้วยากจะติดตามตัว ผมเรียนศาลว่ายิ่งคดีนี้ยิ่งช้าเท่าไหร่พยานผมจะมีปัญหามากเท่านั้น และเป็นจริงอย่างที่ผมตั้งข้อสังเกต
การสืบพยานเป็นไปอย่างทุลักทุเลเพราะต้องตั้งคำถามผ่านนักจิตวิทยา แต่พอเริ่มพยานปากแรกซึ่งเป็นเด็กที่จำเลยอุปถัมภ์คนแรก(ที่ซื้อเรือให้พ่อเด็กทำมาหากินนั่นแหละ) เด็กกลับคำให้การอย่างที่ผมอ่านเกมออก เด็กคนนี้อายุ ๑๔ ปี แต่ไม่เป็นไรผมถามเด็กเกี่ยวกับขั้นตอนการสอบสวน ว่าตำรวจเขาทำอย่างไร เขาสอบสวนเราต่อหน้าครู ก่อนที่จะให้ลงชื่อครูอ่านและถามแล้วว่าถูกต้องหรือไม่ และถามถึงการที่จำเลยให้การอุปถัมภ์ การนึกถึงบุญคุณ เพื่อให้ศาลเห็นว่าพยานปากนี้ให้การช่วยเหลือจำเลย
ได้เวลาพักเที่ยงผมก็ออกไปทานอาหารแล้วรีบกลับมาเพื่อจะดูว่าทนายจำเลยจะมายุ่งเกี่ยวกับพยานผมไหม แต่ไม่เห็น เด็กที่ต้องมาเป็นพยานหลายคนวิ่งเล่นกัน ผมเรียกเด็กมาคุยด้วยและถามว่าถูกทนายข่มขู่หรือพูดจาอะไรบ้าง เขาตอบว่าไม่ ผมเอะใจถามต่อว่ามีใครมาข่มขู่บ้าง ทุกคนเฉย..แต่มีเด็กอยู่คนหนึ่งบอกว่า “ไอ้...(เด็กคนแรก)มันตบหัวผมและบอกว่ามึงต้องบอกว่าเขาไม่ทำอะไร ถ้ามึงไม่พูดมึงโดน..” ผมก็เลยถามต่อว่าแล้วเขาพูดกับคนอื่นไหม เด็กคนนี้บอกว่ามันพูดกับทุกคน อ้าว....เจอมาเฟียเด็กเข้าแล้ว ฮ่าๆ ผมเลยเรียนให้ศาลทราบถึงพฤติการณ์และนำเด็กที่ถูกตบหัวเข้าเบิกความต่อ และถามถึงพฤติการณ์ตอนพักเที่ยงอย่างละเอียด คราวนี้เด็กปากต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่กลัวแล้ว อิอิ
สืบพยานเด็กจนครบทุกคน เบี้ยวหมดทุกคนเหลือเด็กที่ถูกตบหัวคนเดียวที่ยืนยันว่าตนถูกทำอนาจาร คราวนี้ผมนำแม่เด็กมาเบิกความ แต่แม่เด็กทุกคนได้มาโดยการติดต่อประสานงานของเอ็นจีโอ แม่เด็กทุกคนยืนยันว่าตามวันเวลาเกิดเหตุที่เด็กถูกกระทำอนาจารนั้นแม่เด็กไม่ได้อนุญาตให้ไปกับจำเลย ทนายจำเลยเขาก็เก่งเขาถามค้านว่าถึงจะไม่ได้อนุญาตโดยตรงแต่ก็รู้อยู่ว่าเด็กไปกับจำเลย (ความจริงก็คือชาวเลพูดภาษาไทยได้ไม่มากพอที่จะเข้าใจคำถามยิ่งถามเป็นภาษากลางด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ พอไม่รู้เรื่องก็ตอบ อืม..อืม..ฮา..) ผมถามติงโดยเอาภาพถ่ายของเด็กที่จำเลยถ่ายตอนแก้ผ้านอนหงายให้แม่เด็กดูแล้วถามว่าถ้ารู้ว่าเขาพาไปถ่ายรูปอย่างนี้จะยอมไหม แกก็บอกว่าไม่ยอม...
ทุลักทุเลที่ต้องแปลคำถามจากภาษากลางมาเป็นภาษาใต้แล้วแปลให้ศาลฟังเป็นภาษากลางเพราะผู้พิพากษาเป็นคนภาคกลาง กว่าจะเสร็จการสืบพยานโจทก์ชุดนี้ผมแทบจะหมดแรง ผมนำฝรั่งอีกคนที่จับตาดูจำเลยกระทำต่อเด็กมาเป็นพยานได้ความปะติดปะต่อว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร
ถึงเวลาสืบพยานจำเลย จำเลยก็นำสืบแสดงบทพ่อพระ เอาใจใส่ดูแลเด็ก ไม่เคยทำอนาจาร ภาพเด็กแก้ผ้าก็เป็นภาพปกติธรรมดาในโปสเตอร์ก็มี จำเลยไม่ได้เขียนบทความเรื่องเพศสัมพันธ์กับเด็กโพลิเนเชียน เพราะชื่อนามสกุลอาจพ้องกันได้ ผมถามค้านเรื่องราวเด็กโพลิเนเซียนซึ่งมีการกินอยู่แถวชายทะเลแบบเด็กชาวเลที่ภูเก็ต ผิวดำเหมือนกัน คราวนี้จำเลยนำพ่อของบรรดาเด็กมาเบิกความอ้างเขาเป็นคนอนุญาตให้เด็กไปกับจำเลยเอง ผมก็ถามค้านว่าถ้ารู้ว่าเด็กถูกพาไปทำอนาจารจะอนุญาตไหม ทุกคนก็ตอบว่าไม่อนุญาต(ก็ใครจะตอบว่าอนุญาตล่ะ..ฮา) การล๊อคคำถามคำตอบแบบนี้มันเป็นชั้นเชิงในการว่าความที่ผมได้มาจากครูทนายของผม
ในที่สุดศาลก็ตัดสินจำคุกจำเลย ๓๓ ปี เกรียวกราวครับคดีนี้ แต่ทนายจำเลยก็ยื่นอุทธรณ์ และมีการส่งตัวจำเลยไปจำคุกที่บางขวาง คดีนี้อยู่ที่ศาลอุทธรณ์นานนับปีครับ และในที่สุดศาลอุทธรณ์ลงโทษเพียงการกระทำเพียงกรรมเดียวก็คือการกระทำที่เด็ก(ที่ถูกตบหัว)มายืนยันว่าถูกอนาจาร ส่วนปากอื่นฟังไม่ได้ทั้งหมด และจำเลยถูกควบคุมตัวมานานเกินโทษของจำเลยแล้วจึงปล่อยตัวจำเลย แบบนี้ผมยอมไม่ได้ครับ ผมเขียนฎีกาอธิบายขั้นตอนการสอบสวนเด็กที่เล่าให้ฟังข้างต้น ขั้นตอนที่เด็กเบิกความว่าระหว่างพักเที่ยงเด็กถูกข่มขู่ จนในที่สุดวันที่ศาลภูเก็ตนัดฟังคำพิพากษามาถึง ศาลอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังว่าจำคุกจำเลยตามศาลชั้นต้น ๓๓ ปี แต่ตัวจำเลยหลังจากถูกศาลอุทธรณ์ปล่อยตัวก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ฮา.....
ช่วงนั้นผมว่าความทุกวัน ประสบการณ์ในการว่าความสั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องผมก็จะต้องทำหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างให้ พูดแล้วจะหาว่าคุยตั้งแต่แก้ต่างให้กับข้าราชการมาผมยังไม่เคยว่าความแพ้สักเรื่องเลย แต่ที่รับแก้ต่างให้นั้นผมตรวจดูแล้วว่าเขาไม่ได้ทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา คราวหน้าจะเล่าให้ฟังเรื่องไปเป็นทนายให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งซึ่งถูกฟ้องหาว่าร่วมกันบุกรุกที่ดินชาวบ้านโดยมีอาวุธข้อหาหนักสุดของคดีบุกรุกเลยครับ ผมเข้าไปสู้คดีให้ท่านเพราะเห็นว่าท่านปกป้องรักษาทรัพย์สินของวัด ถือว่าท่านในฐานะเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงเข้าไปช่วยท่านเต็มสูบ เสร็จจากคดีนี้ท่านสั่งให้ช่างศิลป์เขียนภาพในอุโบสถมีทั้งเปาบุ้นจิ้น เจ้าแม่กวนอิม เทวดารักษาทิศต่างๆ รวมทั้งตราพระไพศรพณ์ซึ่งเป็นตรากรมอัยการด้วย อิอิ
จองงงงงงงงงงงงงงง ก่อน อ.ขจิตค่ะ
ศาล จ.ยโสธร(ศาลชั้นต้น) การจับ-การค้น เวรยามสายตรวจ(ยุทธวิธีตำรวจ) ยามคลัง จ.ยามศาล จ. โดยพฤติการ์ณไม่เกินสมควรแก่เหตุ,แทบไม่ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดมาแล้ว สดๆ เอะอะร้องให้ช่วย,ปริ่มว่าจะขาดใจ "ห้ามจับโดยไม่มีหมายจับ-ห้ามค้นโดยไม่มีหมายค้น เว้นแต่ความผิดซึ่งหน้า มาตรา 80 บัญชีแนบท้าย ป.วิฯอาญา(ลัก,วิ่ง,ชิ่ง,ปล้น) สน.153/35/0341 บขส.ยโสธร 3-3599-0005-97-9 (นายสถานี ยโสธร) พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ สุนทร80 (ศูนย์กู้ภัย) ยศสุนทร 16.2800 mhz (045)711-520,199 เทศกิจ1 ขยะ-01 ขยะ-02 ขยะ-03 พิรุณ-นาคราช พ.ร.บ.ดอกไม้เพลิง,สิ่งเทียมอาวุธปืน(อาวุธโดยสภาพ) ที่รโหฐาน สาธารณะสถาน เคหะสถาน (ยามวิกาล) เจตนา ม.59 ยกเว้น ประมาท ม.39 (บุกรุก) กรรมสิทธิ์,สิทธิครอบครอง 10 ปี ในอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน,ที่ดิน) สค.1 นส.3 ก. 5ปี ในสังหาริมทรัพย์ (ทรัพย์เคลื่อนที่) รถ,เรือ ,เรือนแพ,ที่งอกริมตลิ่ง 3ปี กรณีพิเศษ เรืออับปาง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ว่าด้วย รถฉุกเฉิน,รถฉุกเฉินในราชการ กรมตำรวจ (ศูนย์สั่งการโรงพยาบาล ยโสธร) "เอืออาทรทุกชีวิต" t.1669 (กู้ชีพ) emergency room 968- ป.1 ยโสธร-กรุงเทพฯ 268-อุบลฯ-อุดรฯ 25-86-291-293-4221-4222-31002-31006-31008-928-929-95-502-505-506-526-594-(ความปลอดภัยคือหัวใจของการบิน) ภ.จว.ยโสธร(พญาแถน)15.242.5 mhz(191) ก.ก.1 สืบสวน ภาค3 จอหอ ก.ก.1 สืบสวน ภาค4 มอดินแดง โสธร1 ผบก. เมือง 01 ผกก. เมือง02 สวป.(งานสายตรวจ) สายลม เมือง 06 สว.จร. จำเลยที่1 ไผ่ พงศธร (คนบ้านเดี่ยวกัน) จำเลยที่2 (นิติบุคคล) ตลาดนัดพระเครือง(ยโสธร) 2/4 ถ.ประชาสัมพันธ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร35000 คดีดำที่(แฟนเก่า) หลงรักคนมีแฟน (ธันวา ราศรีธนู) ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ ศาลอาญาธนบุรี
ว๊าว..น้องสาวเรามาคนแรกเลย..อิอิ
สวัสดีครับผู้กอง
อะไรเหรอครับ งง อิอิ
สวัสดีค่ะ
- ตามมาอ่านแต่เช้าเลยค่ะ
- คนไทยถือเรื่องบุญคุณ แต่คนอื่น ...ไม่คิดเช่นนั้น
- บุญคุณกับธุรกิจ ต้องแยกแยะให้ออก จริงหรือเปล่าค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณลุงอัยการ
แอ้ม เมืองขนมหวาน
ขอบคุณคุณเพชรน้อย
สำหรับผมบุญคุณกับกฎหมายต้องแยกให้ออกครับ
บุญคุณกับธุรกิจบางทีอาจไปกันได้เหมือนกันนะ ต่างคนต่างเอื้อเพื่อประโยชน์ร่วมกัน อิอิ
สวัสดีหนูแอ้ม
ตามติดอย่างไม่ลดละเลยนะ น่าเสียดายที่พอศาลอุทธรณ์สั่งปล่อยเขาก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว สงสัยต้องตามพลพรรค อ.บัญชา ช่วยแหวกเมฆหาจำเลยหน่อยจะพากลับเข้าคุก ฮา..
สวัสดีครับสิงห์ป่าสัก
วันนี้ อ.คนที่เอาหนังสือไปเอามาคืนแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งให้ครับมีสองเล่มเป็นกฎหมายในละครและกฎหมายชาวบ้านฉบับพิมพ์ที่อ่างทองครับ
นี่สงสัยว่าเขียนไปเขียนมาชักจะเป็นเล่มถ้ารวมกับเจ้าเป็นไผแล้วเอามาเรียบเรียงใหม่สงสัยจะได้พ้อคเก็ตบุ๊ค "นักกฎหมายอย่างผม" จะขายออกเร้อ..อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณลุง
ก้อ...หนูเชื่อในคำกล่าวที่ว่า"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" อิอิ